"เจ๊ปู" ร่ำไห้ ทำยาดองมา 30 ปี ไม่เคยมีคนตาย
"เจ๊ปู" ร่ำไห้ ทำยาดองมา 30 ปี ไม่เคยมีคนตาย - เผย เสียใจมาก คนตายก็เป็นเพื่อน
กรณีมีผู้ป่วยจากอาการเป็นพิษจากเมทานอล หลังดื่มสุราดองในพื้นที่ย่านคลองสามวา และพื้นที่ใกล้เคียงโดยตัวเลขผู้ป่วยซุ้มยาดองเถื่อนรวม 21 คน เสียชีวิตแล้ว 2 คน และ อาการน่าห่วงอีกหลายราย ขณะที่กรมสรรพสามิตตรวจสอบต้นตอโรงงานผลิต พบลักลอบผสมเมทานอล สั่งปิด 18 ซุ้มยาดอง เก็บตัวอย่างส่งตรวจอยู่ระหว่างรอผล
ความคืบล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่ สน.มีนบุรี พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.อิสระ ณ พัทลุง รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รองผกก.สส.สน.มีนบุรี พร้อมชุดสืบสวน เรียก
น.ส.ภัสส์รศา อารีจิตสุขสิริ อายุ 49 ปี หรือ เจ๊ปู ผู้ที่รับสุรา จาก นายสุรศักดิ์ หรือ เอส อินสาม อายุ 46 ปี และ นายสุรชัย หรือ อาร์ท อินสาม อายุ 44 ปี ผู้ต้องหา 2 รายนี้ ไปผสมสูตรยาดองเอง ก่อนกระจายให้ซุ้มยาดอง ไปให้ทั้งหมด 18 ร้าน เพื่อจำหน่าย ได้เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม ที่สน.มีนบุรี ก่อนร่วมกันแถลงข่าว
พล.ต.ต.เกียรติกุล กล่าวว่า จากการสืบสวนแหล่งที่มาของสุราเถื่อนที่ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตซื้อดื่มจากซุ้มยาดองต่างๆ ก็ไปพบแหล่งผลิตยาดอง มี เจ๊ปู เป็นเจ้าของ เจ๊ปูก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจ ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยบอกว่า ได้รับสุราขาวมาจาก 2 พี่น้อง เอสและอาร์ท และนำมาผลิตเป็นยาดอง โดยต้มผสมกับยาจีน สมุนไพรต่างๆ ส่งขายร้านที่มารับไป โดยเจ๊ปูได้ให้ข้อมูลด้วยว่าส่งยาดองไปจำหน่ายที่ไหนบ้าง และเจ๊ปูเองก็บอกว่ามีความอึดอัดใจ อยากชี้แจงกับสังคมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ด้าน เจ๊ปู กล่าวทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวตนทำยาดองขายมา 30 กว่าปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ไม่เคยมีปัญหาเลย โดยที่ผ่านมา ไม่เคยรับเหล้าจากเจ้าอื่น จะรับจากเจ้าประจำที่คุณพ่อสั่งมาตลอด แต่ประมาณ 1 ปีที่แล้ว เอส กับ อาร์ท เป็นลูกพี่บูกน้องของแฟน มาบอกว่างานน้อยลง อยากหารายได้ และมีสูตรเหล้าขาวที่ไปเรียนทำมา อยากให้ช่วยซื้อ ตนเลยบอกให้ลองทำมาดูว่าผ่านไหม พอทำมาแล้วก็พบว่าระดับดีกรีได้ รสชาติก็คล้ายกับเจ้าเก่า ตนจึงช่วยสั่งด้วยความสงสาร โดยซื้อในราคา 25 ลิตร 900 บาท เท่ากันกับเจ้าเก่า และตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่เคยมีปัญหา ตนจะทำเองชิมเองตลอด เพิ่งมามีความผิดปกติช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
โดยช่วงหลัง ลูกค้าได้มาคอมเมนต์ว่า เหล้าจืด ไม่แรง และมีรสชาติซ่าๆ ตนก็เคยโทรถาม เอสกับอาร์ท ว่าทำไมรสชาติมันเปลี่ยน ตนถามว่าได้เปลี่ยนวัตถุดิบไหม แต่เขาก็ไม่บอก บอกแค่ว่าเดี๋ยวจะปรับปรุง ส่วนตัวตนได้ชิมแล้ว ก็รู้สึกว่า กลิ่นมันจางลง แต่คิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะพ่อสอนมาว่า ยาดองนั้นต้องมีกลิ่นยาจีนนำกลิ่นเหล้าอยู่แล้ว
โดยที่ตนได้ชิมสุราล็อตล่าสุดไปนั้น ก็มีอาการท้องเสียเล็กน้อยมา 3 วันแล้ว แต่ไม่เป็นอะไรมาก จนกระทั่งมารู้ว่ามีคนเสียชีวิต ตนก็ตกใจมาก ไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดขึ้น ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะก็ทำมานาน และตนก็รู้สึกผิด เสียใจ ไม่ได้อยากจะทำให้ใครตาย ตนก็อยากเยียวยาผู้เสียหาย เพราะ 1 ในผู้เสียชีวิต ก็เป็นเพื่อนตนเอง ทั้งนี้ ในใจตนอยากทำธุรกิจนี้ต่อ เพราะเป็นความฝันของคุณพ่อที่เสียชีวิตไป ที่อยากจะทำให้ถูกต้อง จดทะเบียนตามกฎหมาย
โดยเจ๊ปู ได้อธิบายขั้นตอนการผสมยาดองว่า จะใช้สมุนไพรที่เป็นภูมิปัญญาไทย ทำต่อจากสูตรของพ่อ ไม่เคยทำอะไรที่ผิดเพี้ยน ขั้นตอนวิธีการทำ จะใช้หม้อเบอร์ 32 ใส่น้ำ ต้มยาจีนหม้อละ 2 ห่อ , ก้านพลู 1 ห่อ , ชะเอม 5-6 ก้าน ต้มครั้งแรก 40 นาที จากนั้นจะใส่ดอกคำฝอย และ กระชาย อย่างละ 4 ขีด ต้มต่ออีก 40 นาที แล้วใส่มะตูมครึ่งกิโลกรัม ต้มอีก 40 นาที ใส่น้ำตาลทราย 2.5 กิโลกรัม คนให้ละลาย แล้วผสมเหล้าขาว เทใส่โอ่ง หมักไว้ 1-2 คืน แล้วนำมาแบ่งใส่แกลลอน โดย 1 โอ่ง แบ่งได้ 23-24 แกลลอน ส่งขายตามซุ้มยาดอง แกลลอนละ 400 บาท ซุ้มละ 10 แกลลอน แถม 1 แกลลอน
“ ปูอยากไปเยี่ยมทุกคนที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่กล้า กลัวว่าทุกคนจะไม่เข้าใจ ประกอบกับได้มีโอกาสคุยกับญาติของผู้เสียชีวิตบ้างแล้ว โดยคนที่เสียชีวิตก็เป็นเพื่อนของปูเองที่ดื่มยาดองแบบนี้มาหลายปีแล้ว ซึ่งเขามีโรคประจำตัว มักจะชอบดื่มยาดองเป็นประจำ แต่ก็ไม่ยอมทานยารักษาตัวเอง ที่ผ่านมา ก็เข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่ง เกิดเหตุการณ์นี้และตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกเครียดมากโทรศัพท์โทรเข้ามาไม่หยุด แล้วเราก็อยากจะรับโทรศัพท์ทุกสาย จนหูแว่วอยู่ ปูรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก และไม่รู้ว่ามันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง ปูไม่ได้ทำให้ใครตาย “ เจ๊ปู กล่าว
ทั้งนี้ ที่ตนร้องไห้แบบนี้ไม่ได้เรียกร้องความสนใจ แต่เป็นเพราะว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ