“เงินหยวน” ของจีน แข็งค่ามากสุดรอบ 16 เดือน หลังแบงก์ชาติจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
"เงินหยวน" ของจีน แข็งค่ามากสุดรอบ 16 เดือน ที่ระดับ 7.0319 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังแบงก์ชาติจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
วันที่ 25 กันยายน 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า "เงินหยวน" ของจีนแข็งค่ามากที่สุดในรอบกว่า 16 เดือน หลังจากที่จีนเปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ค่าเงินหยวนซื้อขายในตลาดต่างประเทศ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 6.9946 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 ปัจจุบันค่าเงินหยวนในประเทศซื้อขายที่ระดับ 7.0319 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังทรงตัวอยู่ในระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้วอีกด้วย
เว่ย เหลียง ชาง นักยุทธศาสตร์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนและสินเชื่อของ DBS เปิดเผยว่า ทางการจีนจะต้องระมัดระวังไม่ให้ค่าเงินหยวน (RMB) แข็งค่าขึ้นจนส่งผลต่อภาคการส่งออก เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง
ด้าน เอ็ดมันด์ โกห์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้จีนที่ abrdn กล่าวว่า “คิดว่าการเติบโตที่อ่อนแอและภาวะเงินเฟ้อที่ต่ำในจีนน่าจะกดดันให้เงินหยวนได้รับผลกระทบในอนาคต”
ขณะที่เบน เอมอนส์ ผู้ก่อตั้ง Fed Watch Advisors กล่าวว่า การที่เงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเพิ่มแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืดให้กับการส่งออกของจีนมากขึ้น
ทั้งนี้เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐและเยนของญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว จีนยังคงควบคุมมูลค่าของเงินหยวนอย่างเข้มงวด โดยอนุญาตให้ซื้อขายเงินหยวนได้ในช่วงจำกัดที่ 2% เหนือหรือต่ำกว่าอัตรากลางของวันนั้น
เงินหยวนยังซื้อขายในต่างประเทศ ส่วนใหญ่ในฮ่องกง แต่ก็มีในลอนดอน สิงคโปร์ และนิวยอร์กด้วย ซึ่งไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดเท่าหยวนในประเทศ และได้รับอิทธิพลจากอุปสงค์และอุปทานของตลาด
Zerlina Zeng หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินเชื่อเอเชียจากบริษัทวิจัยสินเชื่อ CreditSights ระบุว่า “เราเห็นความเป็นไปได้ที่ USDCNH จะซื้อขายต่ำกว่า 7.0 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากจุดยืนที่สนับสนุนการเติบโตของผู้กำหนดนโยบายอาจกระตุ้นให้มีการปิดสัญญาซื้อขายระยะสั้นของ CNH ที่เป็นขาลงมากขึ้น และการผ่อนปรนของเฟดก็ทำให้มูลค่าสูงเกินกว่าที่ PBOC จะรับได้”
ในงานแถลงข่าวระดับสูงที่จัดขึ้นไม่บ่อยครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายปาน กงเซิง ผู้ว่า การธนาคารกลางจีน ประกาศว่าธนาคารกลางจะลดจำนวนเงินสดที่ธนาคารต้องมีในมือ ซึ่งเรียกว่าอัตราส่วนเงินสำรองขั้นต่ำ หรือ RRR ลง 0.50% นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า PBOC จะลดอัตราดอกเบี้ย Reverse Repo Rate ระยะ 7 วัน เป็น 1.5%
พันธบัตรจีนพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี และ 30 ปี แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ความต้องการพันธบัตรของประเทศที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะทำให้สกุลเงินของประเทศนั้นแข็งค่าขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.05% สู่ระดับ 2.074% ในวันพุธ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ขยับขึ้นแตะระดับ 2.182%
อ้างอิง : cnbc.com
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌