เพื่อนสมัยเด็ก หนุ่มคลั่งเมืองขอนแก่น ชี้ เดิมเป็นคนนิสัยดี ก่อนเสียสติหลังเลิกกับภรรยา
เพื่อนสมัยเด็ก หนุ่มคลั่งเมืองขอนแก่น ชี้ เดิมเป็นคนนิสัยดี ก่อนเสียสติหลังเลิกกับภรรยา
นายสมนึก พานทอง อายุ 54 ปี เพื่อนสมัยเด็ก บอกว่า ตนรู้จักกับนายหนุ่มตั้งแต่วัยเด็ก จนกระทั่งนายหนุ่มแต่งงานก็ย้ายไปอยู่กับครอบครัว จากนั้นได้เลิกรากับภรรยาแล้วกลับมาที่บ้าน ตอนนั้นนายหนุ่มมีอาการผิดไปจากเดิมมีอาการทางประสาท ตอนนั้นนายหนุ่มอายุ 20-30 ปี และมาอาศัยอยู่ที่วัดเขาไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัดในชุมชน แต่ได้ก่อเหตุผ่าท้องตัวเองเป็นทางยาวตั้งแต่ใต้ลิ้นปี่ยาวลงมาไปจนถึงใต้สะดือ บอกว่าในท้องนั้นมีเพชรพลอย อีกทั้งยังเย็บแผลเอง ก่อนที่จะมีคนมาเห็นและนำส่งโรงพยาบาล
นอกจากเรื่องนี้นายหนุ่มก็ไม่เคยก่อความเดือดร้อนหรือก่อเหตุรุนแรงอะไร มีแต่ใช้ชีวิตไปวันๆ เก็บหินตามพื้นบอกว่าเป็นเพชรพลอย ส่วนที่อยู่นายหนุ่มไม่มีเป็นหลักแหล่งจะไปตามบ้านคนนู้นคนนี้ไปเรื่อย ส่วนพี่น้องก็ได้แยกย้ายกันไปอยู่ที่อื่น ซึ่งบ้านเดิมนั้นอยู่บนเขาตอนนี้ด้านล่างถูกสร้างเป็นสุสาน และบ้านเดิมก็ไม่มีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคดีความยาเสพติดนั้นตนไม่ทราบ
โดยปกตินายหนุ่มจะไปๆมาๆที่นี่ มาอยู่ไม่กี่วันก็จะหายไปนานๆ และมาอีก จนกระทั่งครั้งสุดท้ายมาอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะหายตัวไปนานนับสิบกว่าปี จนกระทั่งมาเป็นข่าวที่ขอนแก่น
ส่วนนิสัยนายหนุ่มก่อนที่จะเสียสติหลังเลิกกับภรรยา เป็นคนนิสัยดีมาก พี่น้องก็ไปสู่ขอภรรยาให้แต่ไม่แน่ใจว่ามีลูกกับภรรยาหรือไม่ ตนยืนยันว่า นายหนุ่มตอนก่อนเสียสตินิสัยดี ไม่เคยเป็นนักเลงหรือต่อยตีกับใคร นายหนุ่มมีพี่น้อง 4 คน ชาย 2 หญิง 2 ส่วนนายหนุ่มเป็นลูกคนที่ 3 ตนเพิ่งรู้ว่าผู้ที่ก่อเหตุที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อวานนี้เป็นนายหนุ่ม ตนรู้สึกตกใจ ว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน โตมาด้วยกัน อีกทั้งก็ไม่ได้เจอกันมานาน ที่ผ่านมาก็ถามคนในหมู่บ้านว่าเจอนายหนุ่มไหมเพราะไม่เจอนานเป็นสิบปี
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านนายทวิช ทองอรุณ อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา กับนางสมปอง ทองอรุณ อายุ 49 ปี ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นได้สอบถามเรื่องนายหนุ่ม ที่เกิดอาการคลั่งที่จังหวัดขอนแก่น ได้บอกว่า นายหนุ่มเป็นญาติห่างๆกับตน แต่เดิมย้อนไป 20 กว่าปี นายหนุ่มอาศัยอยู่ในชุมชนที่นี่ หลังจากที่พ่อแม่นายหนุ่มล้มหายตายจากและได้มีการขายที่ดิน พี่น้องและนายหนุ่มทั้ง 4 คนก็ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น แต่ก่อนที่นายหนุ่มจะหายตัวไปจากชุมชน นายหนุ่มไม่มีอาการผิดปกติทางประสาท ก็ใช้ชีวิตปกติทั่วไป
จนกระทั่งได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น และกลับเข้ามาอีกที (ช่วงที่แต่งงานและเลิกกับภรรยา จากนั้นกลับมาอาศัยอยู่ที่วัด) ตอนนั้นมีอาการผิดปกติ เหมือนคนมีอาการเบลอ คิดว่าตนเองมีองค์เทพ มีอาการภาพหลอน ตอนนั้นนายหนุ่มอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งตอนที่กลับมาอยู่ตอนนั้นนายหนุ่มที่มีอาการทางจิตเวช ก็จะชอบมาขอเงินชาวบ้าน เดินเก็บหินบนถนนและบอกว่าคือเพชรพลอย และบอกว่าตนเองมีองค์เทพ
แต่พฤติกรรมที่รุนแรงที่สุดคือ นายหนุ่ม ผ่าท้องตัวเองโดยใช้มีดผ่าตัดผ่าท้องตัวเองในวัดเขาไม้ไผ่ที่มาอาศัยอยู่ ตอนนั้นมีชาวบ้านมาแจ้งให้ตนทราบ และรู้มาว่าหลังจากที่นายหนุ่มผ่าท้องตัวเองแล้ว ก็ยังเย็บแผลสดๆเองด้วย จากนั้นได้นำส่งไปโรงพยาบาล และเมื่อถึงพยาบาลยังถามว่าทำแผลมาแล้วหรอ บางครั้งนายหนุ่มก็จะอ้างว่าไปอาศัยอยู่กับเสธ ทางฝั่งจังหวัดสระบุรี ส่วนที่อยู่ไม่มีเป็นหลักแหล่ง
นายหนุ่มเคยอาศัยอยู่กับพี่ชาย แต่ก็ไม่ได้ทำอาชีพอะไร แต่จะไปๆมาๆ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ไหน และหลังจากมีอาการทางจิตเวช นายหนุ่มไม่เคยก่อเหตุรุนแรงในชุมชน มีแค่ผ่าท้องตัวเอง จากนั้นก็เก็บหินตามถนนที่คิดว่าเป็นเพชรพลอย และขอเงินชาวบ้านอ้างว่าจะเดินทางไปที่อื่นเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นนั้นตนไม่ทราบ
ส่วนบ้านเดิมของนายหนุ่มนั้นอยู่สุสานปากทางเข้าชุมชน จากนั้นได้ขายที่ดินและย้ายขึ้นไปอยู่บนเขา จนกระทั่งพ่อแม่ตาย พี่น้องทั้ง 4 คน รวมนายหนุ่มก็แยกย้ายไปอาศัยทำมาหากินอยู่ที่อื่นกัน
หลังจากที่รู้ข่าวว่าผู้ก่อเหตุที่จังหวัดขอนแก่นเป็นนายหนุ่ม ก็พูดกันว่ายังนึกกันอยู่ว่านายหนุ่มหายไปเป็นสิบปีแล้ว จู่ๆมากลายเป็นข่าว และที่ผ่านมาก็คิดว่านายหนุ่มนั้นตายไปแล้ว เพราะตอนที่เห็นครั้งสุดท้ายนายหนุ่มมีลักษณะรูปร่างผอมโซ ตนก็รู้สึกตกใจและรู้สึกแปลกเพราะพฤติกรรมของนายหนุ่มที่พวกตนรู้จักกับพฤติกรรมที่เห็นที่จังหวัดขอนแก่นนั้นตรงกันข้ามกัน ตนก็สงสัยว่านายหนุ่มนั้นไปหาระเบิดมาจากไหน ซึ่งเหตุรุนแรงที่นายหนุ่มทำที่พวกตนรู้ก็เหตุผ่าท้องตัวเองเท่านั้นและเดินเก็บหินเท่านั้น อีกทั้งนายหนุ่มเป็นคนพูดเพราะ เดินไหว้ทุกคน เวลาขอเงินใครก็ให้ เวลาจะนอนก็จะนอนตามวัด