โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เตือนภัย ผู้สูงอายุ “สำลัก” อาจเสี่ยง “ปอดติดเชื้อ” อันตรายถึงชีวิต

อาวุโส โซไซตี้

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2565 เวลา 04.21 น. • อาวุโสโซไซตี้
เตือนภัย ผู้สูงอายุ “สำลัก” อาจเสี่ยง “ปอดติดเชื้อ” อันตรายถึงชีวิต
  • ในผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี จะพบอัตราเสียชีวิตด้วยภาวะปอดติดเชื้อ จากการสำลักสูงถึงเกือบ 30%
  • การสำลักเงียบไม่มีอาการแสดงให้เห็น หากขาดความระมัดระวังและไม่ทราบว่ามีการ สำลักอาหาร หรือน้ำดื่มลงในทางเดินหายใจ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ปอดอักเสบติดเชื้อ (Aspiration pneumonia) ซึ่งนำไปสู่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้
  • หากผู้สูงอายุมีอาการไข้ ไอมีเสมหะ หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก ซึมลง อาจเป็นสัญญาณอันตรายจากภาวะสำลักเงียบจนเกิดภาวะหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบติดเชื้อ ต้องหยุดป้อนอาหารทางปากและมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

สำลักเงียบ (Silent Aspiration) คือ การสำลักอาหารหรือน้ำดื่มลงในทางเดินหายใจโดยไม่มีอาการไอ (cough) หรือ เสียงพร่า (wet voice) ตอบสนองให้เห็น เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืนผิดปกติ สามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย

สำลักเงียบและภาวะกลืนลำบากในผู้สูงอายุ

ดร.พญ.กันต์นิษฐ์ พงศ์พิพัฒไพบูลย์ แพทย์สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ระบุว่า ผู้สูงอายุที่มีโรคทางระบบประสาท เช่น stroke, Parkinson’s, dementia พบภาวะกลืนลำบากได้สูงถึง 50-75% และพบว่ามีภาวะสำลักเงียบร่วมได้ถึง 40 – 70 % ส่งผลให้เกิดปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงตามมา ในกรณีผู้สูงอายุที่มีภาวะปอดอักเสบติดเชื้อแล้ว พบมีภาวะสำลักเงียบสูงถึง 71% และในผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี พบอัตราเสียชีวิตด้วยภาวะปอดติดเชื้อจากการสำลักสูงถึงเกือบ 30%

อาการที่มองไม่เห็นจากสำลักเงียบ

เนื่องจากการสำลักเงียบไม่มีอาการแสดงให้เห็น ทำให้ผู้ป่วยรวมถึงผู้ดูแลขาดความระมัดระวังและไม่ทราบว่ามีการสำลักอาหารหรือน้ำดื่มลงในทางเดินหายใจ จนเกิดภาวะแทรกซ้อน มีความผิดปกติให้เห็นรุนแรง เช่น ภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ (Aspiration pneumonia) ซึ่งนำไปสู่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้

นอกจากนี้ภาวะสำลักเงียบอาจไม่สามารถพบจากการตรวจประเมินทางคลินิกได้ เนื่องจากไม่แสดงอาการขณะทำการตรวจคัดกรองและการตรวจร่างกาย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องได้รับประเมินจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยการกลืนแป้งทางรังสีหรือการส่องกล้องเพื่อตรวจหาว่าผู้ป่วยมีภาวะสำลักเงียบหรือไม่และทำการป้องกันรักษาได้ทันท่วงที

กรณีผู้ป่วยมีการสำลักเงียบจนเกิดภาวะหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบติดเชื้อ อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีไข้ ไอมีเสมหะ
  • หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • ซึมลง

ซึ่งเมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ต้องหยุดป้อนอาหารทางปากและพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

สังเกตอย่างไรว่าผู้สูงอายุมีปัญหา กลืนลำบาก

  • กลืนน้ำลายไม่ลง หรือมีน้ำลายไหลตลอด
  • มีเศษอาหารค้างในช่องปาก
  • มักบ่นว่า “กลืนไม่ลง” รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ในลำคอ
  • ต้องกลืนซ้ำหลายๆ ครั้ง
  • ไอ หรือสำลักขณะกินอาหารหรือดื่มน้ำ
  • อาหารและน้ำขย้อนออกมาหลังจากกลืนไปแล้ว
  • กินได้น้อย น้ำหนักตัวลดลง

วิธีการป้องกันการเกิดอาการสำลักเงียบ

เมื่อผู้ป่วยได้รับการตรวจประเมินแล้ว ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้การดูแลรักษาภาวะกลืนลำบากตามปัญหาที่พบเพื่อป้องกันการสำลักอาหารและน้ำ ประกอบด้วย การปรับรูปแบบอาหารที่เหมาะสม การปรับท่าทางของผู้ป่วย การปรับวิธีการให้อาหาร ปริมาณน้ำและอาหารที่ควรได้ต่อวัน การดูแลสุขอนามัยในช่องปาก รวมถึงการออกกำลังกายฟื้นฟูความสามารถในการกลืนของผู้ป่วยด้วย

การฝึกกลืน ในผู้ที่มีอาการสำลักอาหารบ่อย

ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาและฝึกกลืนอย่างเหมาะสมสามารถรับประทานอาหารและน้ำได้อย่างปลอดภัย รวมถึงป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดตามมาได้ เช่น ภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ ภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรงของผู้ป่วย ส่วนการใส่สายยางให้อาหารต้องประเมินตามความจำเป็นและความเหมาะสมของผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป เช่น ในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืนรุนแรงอาจจำเป็นต้องใส่สายยางให้อาหารเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการสำลัก หรือการรับประทานทางปากเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารน้ำ และยาไม่เพียงพอ

เคล็ดลับการป้องกัน การสำลักอาหารในผู้สูงอายุ

  • พักผ่อนก่อนเริ่มมื้ออาหาร
  • กัดชิ้นเล็กๆ หรือหั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ
  • รับประทานอาหารให้เสร็จ แล้วค่อยดื่มน้ำ
  • นั่งตัวตรง 90 องศา ขณะรับประทานอาหาร
  • เลือกประเภทอาหารที่เคี้ยวและกลืนได้ง่ายขึ้น
  • ฝึกเทคนิคการเคี้ยวและกลืน
  • พบทันตแพทย์เป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยากล่อมประสาทหรือยาที่ทำให้น้ำลายแห้งก่อนรับประทานอาหาร

หากพบว่าผู้สูงอายุมีการกลืนที่ผิดปกติ ร่วมกับภาวะต่อไปนี้ ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์

  • มีปัญหาในการเคี้ยวหรือกลืนลำบาก (ไม่ว่าจะมีอาการไอหรือไม่ก็ตาม)
  • มีภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ โดยเฉพาะเป็นซ้ำๆ
  • มีความผิดปกติทางระบบประสาท
  • มะเร็งศีรษะและลำคอ (Head and neck cancer)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com
ข้อมูล : ดร.พญ.กันต์นิษฐ์ พงศ์พิพัฒไพบูลย์ แพทย์สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...