โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จำนองเครื่องจักร อีกสูตรยืดชีพโรงงาน-สู้ดอกพุ่ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ส.ค. 2565 เวลา 23.57 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2565 เวลา 23.55 น.

จำนองเครื่องจักร

อีกสูตรยืดชีพโรงงาน-สู้ดอกพุ่ง

ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จาก 0.50% เป็น 0.75% ต่อปี ทำให้ผู้ประกอบการทุกธุรกิจต้องปรับตัวรับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน

โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิต ปัจจุบันมูลค่าเงินสินเชื่อถึง 2.29 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12.68% ของมูลค่าเงินให้สินเชื่อทั้งหมด ทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) คละกันไป ขณะเดียวกันยังพบข้อมูลยอดคงค้างสินเชื่อเอสเอ็มอีเพื่อลงทุนฟื้นฟูกิจการหลังโควิด-19 รวม 3.49 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 19.35% ของยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อรวมทั้งหมดของประเทศ ซึ่งอยู่ที่18 ล้านล้านบาท และในจำนวนนี้แบ่งเป็นเอสเอ็มอีในภาคการผลิต มียอดคงค้างเงินสินเชื่อกว่า 683,870 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 19.59% ของยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อแก่ธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งหมด

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต้องแบกรับต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นอยู่แล้ว จากราคาพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่งโลจิสติกส์ การปรับขึ้นค่าไฟฟ้า และค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ แม้สมาคมธนาคารไทยจะยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือชะลอการขึ้นดอกเบี้ยให้นานที่สุดในการช่วยลูกค้ารายย่อยและกลุ่มเปราะบาง แต่ในส่วนของลูกค้าใหม่ซึ่งอยู่ในภาคอุตสาหกรรมแน่นอนว่าต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

วันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) พบว่า ในยุคที่ต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอยู่ระดับสูง และล่าสุดกำลังเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของกรมโรงงานฯเองก็กำลังเดินหน้ากระตุ้นโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 6.5 หมื่นแห่ง นำเครื่องจักรที่มีภายในโรงงานเข้าจดทะเบียนกับกรมโรงงานฯเพื่อให้สามารถนำไปขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกับธนาคารพาณิชย์ทั้งรัฐและเอกชน หรือเรียกอีกอย่างว่า การจดจำนองเครื่องจักร ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง เกิดการลงทุนด้านเครื่องจักร ลงทุนด้านอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน

อธิบดีวันชัยระบุว่า ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กรมโรงงานฯได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมโรงงานฯ สถาบันการเงิน 2 แห่ง คือ ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอี ดี แบงก์) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนำเครื่องจักรที่มีอยู่ในโรงงานมาเป็นหลักทรัพย์เงินกู้กับสถาบันการเงิน ในมุมกลับกันสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อก็เกิดความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อ เพราะรัฐเป็นหน่วยงานกลาง ระยะเวลาโครงการ 1 ปี

เป้าหมายโครงการคือการลดภาระผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตการเพิ่มขึ้นทุกด้าน ทั้งราคาพลังงาน วัตถุดิบ และต้นทุนทางการเงินที่กรมโรงงานฯประเมินว่าจะปรับสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกันยังต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เน้นย้ำ ไม่เพียงเท่านี้การนำเครื่องจักรมาแปลงเป็นทุน ทำให้เครื่องจักรมีการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการซ่อมบำรุง โดยมีกรมโรงงานฯเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด และโครงการนี้ยังเพิ่มศักยภาพการผลิต ลดของเสีย สอดรับกับนโยบายโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ หรือเศรษฐกิจบีซีจี

“โครงการนี้มีระยะเวลาความร่วมมือ 1 ปี ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการขอสินเชื่อของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ที่ทำได้ง่าย เพียงแจ้งจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรกับกรมโรงงานฯ ซึ่งมีบริการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ มั่นใจได้ว่าจะได้รับสินเชื่ออย่างแน่นอน และยังได้สินเชื่อที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าท้องตลาด โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ดอกเบี้ยธนาคารอยู่ในช่วงขาขึ้น” อธิบดีกรมโรงงานฯระบุ

อธิบดีกรมโรงงานฯให้ข้อมูลอีกว่า รายละเอียดสินเชื่อจากเอ็มโอยู 4 หน่วยงานที่ให้แก่ผู้ประกอบการจากธนาคารรัฐ 2 แห่งได้ออกผลิตภัณฑ์ ดังนี้ ในส่วนของเอสเอ็มอี ดี แบงก์ มี 3 ผลิตภัณฑ์ คือ BCG Loan อัตราดอกเบี้ย 3.99% ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ผ่อนนานสูงสุด 12 ปี, SME D Plus อัตราดอกเบี้ย 4.5% ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และ Smart Factory อัตราดอกเบี้ย 6.74% ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี

ขณะที่ ธนาคารกรุงไทยมี 4 ผลิตภัณฑ์ คือ BCG Loan อัตราดอกเบี้ย 3.0% ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี, สินเชื่อ Robotic and Automation อัตราดอกเบี้ย 4.0% ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี, สินเชื่อรักกันยาวๆ อัตราดอกเบี้ย 5.82% ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ อัตราดอกเบี้ย 5.0% ไม่เกิน ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี
อธิบดีกรมโรงงานฯยังเปิดตัวเลขสถิติการจดจำนองเครื่องจักรของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเปรียบเทียบในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปีงบประมาณ 2563-2565)

อัพเดต ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2565 พบว่าในปี 2563 มียอดวงเงินจำนองทั้งปีเพียง 8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและสถาบันการเงินประสบปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อมาปี 2564 มียอดวงเงินจำนองเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวอยู่ที่ประมาณ 1.7 แสนล้านบาท และในปี 2565 หรือปัจจุบัน มียอดวงเงินจำนอง แม้ยังไม่ครบปีงบประมาณ แต่ตัวเลขการจดจำนองพุ่งขึ้นถึง 2.1 แสนล้านบาท จากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลและภาคเอกชนทำให้สภาวะเศรษฐกิจมีการปรับตัวที่ดีขึ้น และในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ความสนใจมายื่นขอจดทะเบียนจำนองอยู่ประมาณ 30% ถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น

โดยในปี 2565 อุตสาหกรรมที่มายื่นขอจดทะเบียนจำนองกับทางสถาบันการเงินสูงที่สุดคือ อุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า มีจำนวน 16 ราย วงเงินจำนอง 2.1 แสนล้านบาท อันดับที่ 2 คือ อุตสาหกรรมบด ป่น ย่อยพืช มีจำนวน 9 ราย วงเงินจำนอง 586 ล้านบาท อันดับที่ 3 คือ อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากโลหะ มีจำนวน 8 ราย วงงินจำนอง 694 ล้านบาท อันดับที่ 4 คือ อุตสาหกรรมน้ำตาล มีจำนวน 7 ราย วงเงินจำนอง 2.4 พันล้านบาท อันดับที่ 5 คือ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากพลาสติก มีจำนวน 5 ราย วงเงิน จำนอง 629 ล้านบาท และอุตสาหกรรมอื่นๆ จำนวน 43 ราย วงเงินจำนอง 1.4 พันล้านบาท

“ตัวเลขเอสเอ็มอีที่ยื่นขอจดจำนองเครื่องจักรและได้รับสินเชื่อจากธนาคารแล้ว มีสัดส่วนประมาณ 30% ของมูลค่ารวม ถือว่าเพิ่มขึ้น แต่เป้าหมายหลังจากนี้กรมโรงงานฯคือมากกว่า 50% เพราะจากฐานตัวเลขโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศของไทย มีสัดส่วนเอสเอ็มอีมากกว่า 80% นั่นแสดงว่ายังมีโรงงานเอสเอ็มอีอีกจำนวนมากที่รอความช่วยเหลือ ดังนั้นอยากให้โรงงานเอสเอ็มอีที่สนใจติดต่อมาที่กรมโรงงานฯ เพื่อจดทะเบียนเครื่องจักรและนำไปจดจำนองขอสินเชื่อกับธนาคารได้ง่ายขึ้น ซึ่งการเข้าถึงสินเชื่อของเอสเอ็มอีคืออุปสรรคลำดับแรกๆ ที่เอสเอ็มอีร้องเรียนกับภาครัฐมาตลอด” อธิบดีกรมโรงงานฯเน้นย้ำ

ด้านผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ให้ความเห็นว่า ความร่วมมือกับกรมโรงงานและ ส.อ.ท. จะส่งเสริมผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยจะสนับสนุนสินเชื่อที่ตอบโจทย์ธุรกิจ อาทิ สินเชื่อ Robotics & Automation เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพิ่มยอดผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อลงทุนในระบบบำบัดของเสียในธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี สินเชื่อธุรกิจเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อการติดตั้ง Solar Rooftop ให้วงเงินสูง ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี

ถือเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักรภายในโรงงานให้เกิดประโยชน์ !!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...