โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[มีอีบุ๊ค โปร 42 ฿] ย้อนเวลามาเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพผู้ไม่ประสา

นิยาย Dek-D

อัพเดต 17 ก.ย 2566 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2566 เวลา 14.36 น. • เยว่หลง
ชีวิตแต่งงานของหลินเซี่ยวอีเรียกได้ว่าล้มเหลว สามีไม่รัก ไม่เหลียวแล ไม่เคยมีคืนร่วมหอ แต่ก่อนจะตายนางกลับได้รู้ ความรู้สึกที่แท้จริงของสามี

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องย่อ

ชีวิตแต่งงานของหลินเซี่ยวอีเรียกได้ว่าล้มเหลว สามีไม่รัก ไม่เคยได้ใกล้ชิด ไม่มีแม้กระทั่งคืนเข้าหอร่วมกัน พวกบ่าวรับใช้ยังดูหมิ่น หลินเซี่ยวอีใช้ชีวิตราวกับคนไม่มีตัวตนในจวนหลักใหญ่ไปวัน ๆ ตลอดระยะเวลาสามปี จวบจนวันสุดท้ายของชีวิต หลินเซี่ยวอีจึงพึ่งตระหนักถึงความรู้สึกแท้จริงของสามี

เขาที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาโอบกอดนางเอาไว้ด้วยมือสั่นเทา เสียงสั่นเครือยามเอื้อนเอ่ยวาจา ความอบอุ่นเล็กน้อยที่ได้รับก่อนจะสิ้น

“เย่ฝาน ชาตินี้เราไม่อาจครองคู่กันอย่างผาสุก เช่นนั้นชาติหน้าข้าจะขอเกิดมาครองคู่กับท่านอย่างผาสุกได้หรือไม่”

คำพูดขอร้องราวกับคนโง่ก่อนตายได้รับการอนุญาต หลินเซี่ยวอีจึงสามารถหลับได้อย่างสบายใจ

แต่พอลืมตาหลินเซี่ยวอีกลับต้องแปลกใจ เมื่อภาพตรงหน้าคือเรือนนอนที่นางอยู่มานานถึงสามี

สวรรค์คงสงสารและเห็นใจช่วงสุดท้ายของชีวิต ถึงได้พานานย้อนกลับมาแก้ไขช่วงเวลานั้นอีกครั้ง ครานี้หลินเซี่ยวอีจะไม่รั้งรอ ในเมื่อรู้แล้วว่าเย่ฝานรู้สึกเช่นไร เช่นนั้นนางจะเป็นคนเข้าหาเอง

คุยกับนักเขียน

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกของไรท์ หากมีข้อผิดพลาดประการใดสามารถคอมเมนต์ติชมและแนะนำได้นะคะ จะนำทุกคำแนะนำไปปรับปรุงเพื่อสร้างนิยายที่ดียิ่งขึ้นไปอีกในอนาคตค่ะ

นิยายเป็นแนวย้อนเวลา เล่าเรื่องผ่านมุมมองของนางเอก ตัวหลินเซี่ยวอี ไม่เน้นดราม่า เนื้อเรื่องเบาสบาย เป็นนิยายสั้นย่อยง่ายค่ะ

หากใครชื่นชอบแนวนี้สามารถกดเข้าชั้น กดหัวใจ และกดติดตามนักเขียนได้นะคะ

ตอนที่ 1.1 ย้อนเวลากลับมา

“เซี่ยวอีเจ้าได้ยินข้าหรือไม่ ลืมตาขึ้นมาสิอีเออร์!!” น้ำเสียงสั่นเครือของบุรุษเพศปลุกร่างซีดเซียวตรงหน้าให้ลืมตาขึ้นมอง

ภายในเรือนนอนของผู้เป็นเจ้าบ้าน มีหมอสูงวัยไว้หนวดสีดอกเลายืนอยู่ไม่ไกล ในห้องนอกจากพวกเขาสามคนแล้วยังมีบ่าวรับใช้ยืนรอฟังคำสั่งอีกสองสามคน

หลินเซี่ยวอีมองใบหน้าเป็นกังวลระคนเป็นห่วงของผู้เป็นสามีด้วยความสับสน มิใช่ว่าเขาไม่พึงใจในตัวนางหรอกหรือ เหตุใดถึงได้มีสีหน้าโศกเศร้าเช่นนี้

“ท่านแม่ทัพ สีหน้าท่านตอนนี้มิหน้ามองสักนิด แค่ก” คำพูดยังไม่ทันจบประโยค หลินเซี่ยวอีก็กระอักเลือดออกมาคำโต ถึงน้ำเสียงจะติดตลกแต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง เผยอาการไม่น่ามองต่อหน้าบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามี

หลินเซี่ยวอีมิต้องการให้เย่ฝานเห็นสภาพไม่น่ามองเช่นนี้เลย

เย่ฝานตะลีตะลานขยับตัวนั่งลงบนขอบเตียงประคองคนขึ้นมากกอดเอาไว้ด้วยท่าทางถนอม

“เซี่ยวอี เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ มิใช่ว่าเจ้าแข็งแรงมาตลอดหรือ” หลินเซี่ยวอีพิงร่างกับหน้าอกแกร่ง ลมหายใจติดขัด ยกยิ้มมุมปากเอ่ยถาม

“ท่านแม่ทัพ ท่านอย่าได้ทำสีหน้าเช่นนี้เลย มิใช่ว่าท่านมิพึงใจในตัวข้าหรือ ไม่มีเหตุผลให้ต้องเสียใจ”

“เจ้าพูดอันใด ตั้งแต่ที่ข้าเกิดมา สตรีที่สามารถทำให้หัวใจข้าสั่นไหวได้มีเพียงเจ้า” เย่ฝานเอ่ยเสียงหนักแน่น อ้อมกอดที่ประคองภรรยาผู้รักยิ่งสั่นเทา มองใบหน้าซูบซีดเริ่มไร้สีเลือด

คนฟังแย้มยิ้ม

“ถึงจะเป็นเพียงคำพูดโกหกเพื่อให้ข้าได้มีความสุขก่อนตาย ข้าล้วนยินดีเชื่อ”

“ข้าหาได้โป้ปด ข้ารักเจ้า รักเจ้ามาตลอด เป็นข้าที่ขี้ขลาดไม่กล้าเข้าใกล้เจ้า แค่มองหน้าข้ายังไม่กล้า เพราะเขินอายเกินกว่าจะมองหน้าเจ้าตรง ๆ หากเข้าใกล้มากเกินไป ข้าก็กลัวว่าเจ้าจะหวาดกลัวข้าเช่นผู้อื่น”

“ข้าเป็นปีศาจที่ฆ่าคนมานับพันนับหมื่น สตรี เด็กเล็กมากมายล้วนหวาดกลัวข้า ข้าไม่ต้องการเห็นใบหน้าหวาดกลัวข้าบนใบหน้าเจ้า ข้าถึงได้เลือกที่จะหลบเลี่ยง” คำสารภาพยาวเหยียดจากบุรุษที่ตบแต่งกันมาร่วมสามปี ชโลมความชุ่มชื่นลงบนหัวใจดวงน้อย ๆ ที่แห้งเหี่ยวมานาน

หลินเซี่ยวอีกระแอมไออีกหลายครั้ง ทุกครั้งก็จะกระอักเลือดออกมาด้วย

ดูเหมือนเวลาของนางใกล้จะหมดลงทุกที

มือไร้สีเลือดยกขึ้นสัมผัสใบหน้าผู้บุรุษผู้เป็นที่รัก เกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าหล่อเหลา จ้องมองดวงตาที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกมากมาย เอ่ยเสียงแหบพร่า

“เย่ฝาน ชาตินี้เราไม่อาจครองคู่กันอย่างผาสุก เช่นนั้นชาติหน้าข้าจะขอเกิดมาครองคู่กับท่านอย่างผาสุกได้หรือไม่”

“เซี่ยวอี ไม่!! อีเออร์ เจ้าอย่าได้พูดเช่นนั้น ข้ามิมีวันยอมให้เจ้าเป็นอันใดไป”

“แค่ก!!เย่ฝาน…อึก!! ข้ารู้ตัวเองดี ข้าจึงได้เอ่ยถามท่าน ไม่ทราบว่าท่านจะอนุญาตหรือไม่”

“ข้าอนุญาตไม่ว่าจะกี่ชาติต่อกี่ชาติข้าก็อนุญาตให้เจ้าเป็นภรรยา และข้าจะหาเจ้าให้เจอ แต่งเจ้าเข้าจวนข้า เมื่อถึงครานั้นข้าจะดูแลเจ้าให้ดี” ฝ่ามือใหญ่ที่เคยแข็งแกร่งดุจภูผาสั่นไหว แนบลงบนหลังมือเย็นเฉียบของผู้เป็นภรรยา แผ่นหลังซึ่งมักจะเหยียดตรงให้ความรู้สึกพึ่งพาได้กลับงอง้ำดูไร้เรี่ยวแรงเช่นเดียวกับไหล่กว้างที่มักจะให้ความรู้สึกปลอดภัยตอนนี้ได้เผยความรู้สึกของผู้เป็นเจ้าของออกมาอย่างชัดเจน

เป็นไหล่กว้างที่เจ็บปวดและกำลังจะแตกสลาย

หลินเซี่ยวอีจ้องหน้าสามี อยากจะจดจำทุกส่วนบนใบหน้าของเขาให้ขึ้นใจ อย่างน้อยในวาระสุดท้ายของชีวิต สวรรค์ยังอนุญาตให้นางได้มีความสุข

แต่งงานกันมาสามปี วันนี้…วันที่ลมหายใจกำลังจะหยุดลง นางถึงพึ่งจะเข้าใจว่า แท้จริงแล้วบุรุษผู้นี้เพียงบุรุษไร้เดียงสาที่ไม่รู้ว่าต้องเข้าหาสตรีเช่นไร บุรุษผู้นี้เพียงกลัวว่านางจะหวาดกลัวที่เขาฆ่าผู้คนมากมายนับพันนับหมื่น

หากรู้ตัวเร็วกว่านี้สักนิด บางทีชีวิตแต่งงานของนางอาจจะมีความสุขมากกว่านี้ก็ได้

ทั้งที่เคยคิดมาตลอดว่าเย่ฝานมิเคยพึงใจในตัวนางทั้งยังถึงขั้นรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ ทุกอย่างล้วนผิดทั้งหมด

หากเขามิพึงใจคงไม่ร้องไห้หนักจนร่างกายสั่นไหวถึงเพียงนี้ หน้าอกก็คงไม่กระเพื่อมแรงจนสะเทือนร่างกายนางให้เจ็บปวดมากกว่าเดิมถึงเพียงนี้

แต่ถึงกระนั้นหลินเซี่ยวอีก็ยังคงยิ้ม ยิ้มทั้งที่ใบหน้าไร้สีเลือด

“เย่ฝาน อึก…ท่านจูบข้าได้หรือไม่” เอ่ยออกมาแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน แต่เพราะเย่ฝานรอฟังนางอยู่ตลอดจึงเข้าใจได้

เขาประคองภรรยาเอาไว้ จรดริมฝีปากลงบนหน้าผากสวยได้รูป ดวงตาอ่อนล้า แก้มเนียนเย็นเฉียบ ก่อนจะจบลงที่ริมฝีปากสีซีด

เขาจูบซับเพียงแผ่วเบาในยามที่ละริมฝีปากออกมา

มือซึ่งประคองเอาไว้ก็หลุดร่วงตกลงบนเตียง เย่ฝานดวงตาเบิกกว้างรีบหันไปมองหน้าภรรยา

เห็นเพียงว่านางหลับไปแล้ว หลับไปทั้งที่ยังยิ้ม

ยิ้ม…ที่ไม่หายใจ

เย่ฝานน้ำตานองหน้ากอดภรรยาเอาไว้แน่น ร่างกายสั่นท้าน น้ำตาไหลรินลงมาเป็นสายไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาระบายความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจออกมาผ่านน้ำตา

มือซึ่งเคยฆ่าคนได้โดยง่าย ในยามที่ประคองร่างไร้ลมหายใจกลับอ่อนโยนจนน่าใจหาย ชายผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้าในการต่อสู้ทุกครั้ง ตอนนี้มองดูคล้ายมิเป็นเช่นนั้น

เขาแตกสลายเพียงเพราะสตรีผู้หนึ่งสิ้นใจในอ้อมกอด

ทั้งที่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากมาย ต่อสู้กับข้าศึกที่รุกรานแคว้นมานักต่อนัก แต่เจ้าของหัวใจกลับไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้ มาตอนนี้ ท่านแม่ทัพผู้องอาจสิ้นแล้ว เหลือเพียงสามีที่สูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รักไป

ตลอดกาล…

ตอนที่ 1.2 ย้อนเวลากลับมา

ดวงตางดงามเผยความสงสัย ในตอนที่ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าภาพเบื้องหน้าไม่ใช่สวรรค์หรือยมโลก แต่กลับเป็นเรือนนอนที่นางใช่ชีวิตอยู่มานานหลายปี

หลินเซี่ยวอีขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง เดินสำรวจรอบห้อง ทุกอย่างยังคงเหมือนดังเช่นวันวาน ก่อนที่นางจะถูกยาพิษจนตายไปในอีกสาปีข้างหน้า ยาพิษที่ค่อย ๆ แทรกซึมกัดกินร่างกายจนไม่อาจรักษาให้หายได้ หลินเซี่ยวอีเดินวนรอบห้องหนึ่งรอบก่อนจะเดินมาหย่อนตัวนั่งลงขอบเตียง ก้มลงหยิบสมุดเล่มเล็กในช่องลับใต้เตียงซึ่งนางมักจะเขียนเรื่องราวในแต่ละวันเอาไว้มาเปิดออกดู

ช่วงเวลาล่าสุดในสมุดเล่มเล็กคือเดือนอ้ายวันที่สาม เมื่อสามปีที่แล้ว

หลินเซี่ยวอีแทบไม่เชื่อสายตา แต่สายลมที่พัดผ่านเข้ามาในห้อง แสงแดดอ่อนโยน เสียงพูดคุยของบ่าวรับใช้และหลักฐานตรงหน้าทำให้ต้องเชื่อ เชื่อว่านางได้ย้อนกลับมาหลังแต่งงานเข้าจวนท่านแม่ทัพได้เพียงหนึ่งวัน

มือเรียวสวยยกขึ้นลูบสมุดเล่มเล็ก ไม่รู่ว่าควรจะรู้สึกเช่นไรกับเหตุการณ์ตรงหน้า

“นะ…นี่ข้าย้อนกลับมาจริงหรือ” แผ่นกระดาษถูกหยดน้ำกระทบจนเกิดเป็นรอยเปื้อนรูปกวงกลม มือซึ่งลูบผ่านวันที่บนหน้ากระดาษสั่นเทาร่างกายสั่นไหว

ทั้งที่หลังคาเรือนนอนไม่มีรูรั่ว ไม่มีเสียงฝนกระหน่ำ แต่สมุดเล่มเล็กในมือกลับค่อย ๆ ถูกหยดน้ำอาบชโลมก่อนจะเปียกชื้น

ร่างกายเพรียวบนเตียงหลังกว้างขดตัวเข้าหากัน หลินเซี่ยวอียกขาขึ้นชิดหน้าอก กอดเข่าเอาไว้แน่น พร้อมกับเสียงร่ำไห้แผ่วเบาและร่างกายสั่นสะท้าน

“ดีจริง ๆ ”

ตอนที่ 2.1 ข้าจะเป็นฝ่ายเข้าหาท่านเอง

ร่างกายสูงใหญ่ซึ่งยืนอยู่หน้าเรือนนอนหยุดชะงักมือ ซึ่งกำลังจะเปิดประตูเข้าไป หลังได้ยินเสียงบางอย่างเล็ดลอดออกมา และพอตั้งใจฟังให้ชัดก็รู้ว่าเป็นเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของสตรี

มือแกร่งถูกวางทิ้งลงข้างตัว เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป ถึงใบหน้าจะไม่แสดงอารมณ์ แต่ในใจกลับรู้สึกราวกับถูกก้อนหินหล่นทับ

นี่ตนทำให้นางต้องเสียน้ำตาหรือ?

แม่ทัพหนุ่มเดินหลบออกไป ไปยังห้องหนังสือ ที่ที่เขามักจะเข้าไปใช้เวลาอยู่กับตัวเอง

แม่ทัพหนุ่มยิ้มเยาะในใจ หากนากไม่พึงใจที่จะแต่งงานเหตุใดถึงได้ไม่ปฏิเสธ เขาไม่ได้ต้องการแต่งนางเข้ามาเพื่อจะได้เห็นน้ำตาของนาง

เขาเพียงต้องการครอบครองความอ่อนโยนที่นางมักจะเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นเสมอ เขาเพียงอยากจะได้รับรอยยิ้มสดใส ดวงตาเป็นประกายคู่นั้นเท่านั้น

นี่ตนโลภมากเกินไปงั้นหรือ

ภายในห้องหลินเซี่ยวอีผู้ปล่อยใจร้องไห้อยู่นานในที่สุดก็สงบลง ดวงหน้างดงามเงยขึ้นจากหัวเข่าเผยดวงตาแดงก่ำบวมเป่งจากการร้องไห้

หลินเซี่ยวอียกมือเช็ดน้ำมูกน้ำตาที่ไหลออกมาจนหมดสิ้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วสัมผัสรอบดวงตา

“สภาพดูไม่ได้เลย” หญิงสาวใช้นิ้วนางนวด ๆ ปลายหางตาเพื่อคลายอาการปวดเมื่อยและหวังว่าอาการบวมจะลดลงไปด้วย

“เหมือนว่าจะไม่มาสินะ เฮ่อ” คนในห้องถอนหายใจ จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เดินมาหยุดยืนหน้าคันฉ่องพอเห็นว่าดวงตาบวมน้อยลงแล้วถึงได้เดินออกจากห้องตรงไปยังห้องหนังสือ

หลินเซี่ยวอีรู้ดีว่าเวลาเย่ฝานอาศัยอยู่ที่เรือนเขามักจะหมกตัวอยู่ในห้องหนังสือเสียส่วนใหญ่ นอกเหนือจากเวลานี้ก็จะไปฝึกดาบที่ลานฝึกซึ่งอยู่ปีกซ้ายของเรือน หรือหากไม่มีก็จะไปนั่งอ่านหนังสือที่ศาลากลางสระบัว

ถึงจะพึ่งแต่งเข้ามาได้ยังไม่ถึงสองวันดี แค่อาศัยความทรงจำจากชาติที่แล้ว นางก็สามารถหาเส้นทางมาห้องหนังสือได้

แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยขออนุญาตก็มีเสียงจากด้านหลังเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

“ไม่ทราบว่าพี่หญิงมาทำอันใดที่ห้องท่านพี่หรือเจ้าคะ” หลินเซี่ยวอีหันไปมอง เป็นอนุสองหยางลู่ฉีผู้มักจะมีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอ ชาติก่อนหลินเซี่ยวอีก็ถูกรอยยิ้มและคำพูดของนางทำให้หลงเชื่อ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สายไปเสียแล้ว

หลินเซี่ยวอีเผชิญหน้ากับหยางลู่ฉีท่าทางมั่นใจ

“มิทราบว่าผู้เป็นอนุมีสิทธิ์เรียกขานสามีว่าท่านพี่ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่” คนถูกยอกย้อนชะงักค้างไปครู่หนึ่ง

หยางลู่ฉีไม่นึกว่าพึ่งแต่งงานเข้ามาได้ไม่พ้นสองวันดี ฮูหยิน ผู้นี้จะวางอำนาจเหนือกว่าใส่นางทันที

ท่านแม่ทัพก็หาได้ใส่ใจนางเหมือนกันมิใช่หรือ จะวางท่าใส่กันให้มันได้อะไรขึ้นมา ถึงยังไงก็ได้ชื่อว่าเมียเหมือน ๆ กัน

แค่อยู่ในฐานะสูงว่านิดหน่อยทำเป็นหยิ่งยโส

หยางลู่ฉีคิดอยู่ในใจ ยกมือสองข้างขึ้นประสานกันตรงหน้าทำความเคารพ

คนเห็นเยอะเกินไป นางควรระวังตัวเอาไว้เสียหน่อย

“เป็นน้องที่พูดผิดไป พี่หญิงโปรดอภัยให้น้องด้วย”

“ในเมื่อเจ้ารู้ความผิดข้าย่อมอภัยให้ แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีกอย่าหวังว่าจะได้รับการอภัยจากข้า และต่อจากนี้อี้เหนียงก็เรียกข้าว่า ฮูหยินเถิด”

“แต่ว่า…” หยางลู่ฉีต้องการจะเอ่ยแย้งแต่ประตูด้านหลังกลับเปิดออกมาเสียก่อน

“วุ่นวายอันใดกันแต่เช้า” สีหน้าลำบากใจของหยางลู่ฉีเงยขึ้นสบกับเย่ฝาน ราวกับต้องการบอกให้เขารู้ว่านางกำลังได้รับความไม่เป็นธรรม ต้องการฟ้องว่าฮูหยินที่ตบแต่งเข้ามาใหม่ผู้นี้รังแกนาง

“คือว่าท่านพี่…” หยางลู่ฉี

“ไม่มีอันใด ข้าเพียงอยากจะมาพบท่านแต่บังเอิญเจอสตรีผู้นี้เสียก่อนจึงพูดคุยกันไม่กี่ประโยค” เย่ฝานมองหน้าสตรีข้างกาย ก่อนจะหันไปมองหยางลู่ฉี

ให้นางพูดแก้ต่างไปจะมีประโยชน์อันใด หากกล่าวผิดเพียงนิดมิกลายเป็นว่านางจงใจหาเรื่องเมียหลวงตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้าหรือไง

หยางลู่ฉีกักเก็บความไม่พอใจเอาไว้ เอ่ยเสียงหวาน

“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ผู้น้อยเพียงเข้ามาทักทายพี่หญิง” เย่ฝานขมวดคิ้ว ภายในห้องหนังสือเขาได้ยินสิ่งที่คนทั้งคู่พุดคุยกัน และในเมื่อได้รับคำสั่งจากหลินเซี่ยวอีไปแล้วเหตุมใดนางถึงยังไม่เชื่อฟัง

“อนุหยาง ต่อไปให้เจ้าเรียกหลินฮูหยินว่าฮูหยิน อย่าได้เรียกว่าพี่หญิงอีก ส่วนข้าก็เรียกว่านายท่านเสีย”

“แต่ว่า…” หยางลู่ฉีไม่พอใจแต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคม ไรขนทั่วกายต่างพร้อมใจกันลุกซู่ไม่อาจเอ่ยคำใดออกไปได้

ก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ผู้น้อยจดจำเอาไว้แล้วเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ไปได้แล้ว” หยางลู่ฉีทำความเคารพแล้วหันหลังกลับ นางซ้อนใบหน้าโมโหเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...