โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

อิ้งเย่วนางร้ายที่ท้ายจวน [ มี E-Book ]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 พ.ย. 2566 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2566 เวลา 10.10 น. • สตรีไร้เงา
เมื่อมือสังหารอย่างซีซวนต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูอิ้งเย่วจอมอ่อนแอขี้โรคจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนที่คิดร้ายกับนางต้องใช้สมองหนักเพื่อต่อกรกับนางรวมทั้งองค์รัทยาทด้วยเพราะนางคือนางร้ายที่ทุกคนต้องกลัว

ข้อมูลเบื้องต้น

‘หลี่ซีซวน’ จากเด็กหญิงกำพร้าสู่มือสังหารที่ร้ายกาจที่สุด ตระกูลหลี่เก็บซีซวนมาเลี้ยงเพียงเพื่อเป็นเครื่องมือในการสังหารเพื่อให้ตระกูลหลี่กลายเป็นตระกูลที่งทรงอำนาจที่สุดในจีน วันหนึ่ง ซีซวนถูกเฉิงเหวินจับตัวไปเพราะซีซวนเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่ของเฉิงเหวิน โชคไม่ดี ซีซวนถูกเฉิงเหวินฆ่าตาย วิญญาณของซีซวนได้มาเกิดใหม่อยู่ในร่างของคุณหนูรอง ‘ลู่อิ้งเย่ว’

คุณหนูที่อ่อนแอ ขี้โรค ขี้กลัวไม่เป็นที่โปรดปรานของผู้คน ซีซวนจะต้องเปลี่ยนชะตาชีวิตของคุณหนูลู่อิ้งเย่วให้จงได้ นางจะมิใช่สตรีที่อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน ทุกคนจะต้องใช้สมองเพื่อมาต่อกรกับนาง

ทว่าชีวิตของอิ้งเย่วในยุคโบราณไม่ได้สวยหรูเช่นนั้น ชะตากลับผลักให้นางมาพบเจอกับองค์รัทยาทยาทจอมหยิ่ง จอมเย็นชา เจ้าแผนการ นางยิ่งรักอิสระอยู่ด้วย ต้องมาผูกมัดเคียงข้างกายองค์รัทยาทเช่นนี้นางอยู่มิได้

เกิดใหม่ในร่างคุณหนูจอมอ่อนแอ 1/2

ณ บ้านร้างแถบชานเมือง

“อืมมมมม ~” ซ่า ~!!! น้ำเย็นจากถังขนาดใหญ่ถูกสาดมาที่หน้าสวยสุดแสนจะเย้ายวนเข้าอย่างจัง

อาจจะเป็นผลของยาสลบทำให้หล่อนยังไม่สามารถปรับตัวกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้ คิ้วสวยยักขึ้นเล็กน้อย อาการปวดศรีษะเจ็บแปลบขึ้นมา

“นายน้อย ฟื้นแล้วครับ” ชายหนุ่มที่พึ่งสาดน้ำใส่หันไปพูดกับชายวัยกลางที่นั่งอยู่โชฟาด้วยความเคารพ

เหมือนหล่อนเริ่มจะได้สติขึ้นมา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ พยายามตั้งสติให้มั่น ยาสลบแรงกว่าที่คิด หากไม่ใช้วิธีนี้กลุ่มคนเหล่านี้คงทำอะไรหล่อนไม่ได้ เห็นร่างกายกำลังถูกจับมัด ก็มีอาการตกใจเล็กน้อยแล้วก็กลับมาสงบสติอารมณ์เหมือนเดิม

สถานการณ์เช่นนี้ หล่อนรู้ดีว่าจะมีจุดจบอย่างไร ชายวัยกลางคนนั้นเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยไอสังหารและความเกลียดชัง ถ้าจะให้พูดคือแค้นเสียมากกว่า แค้นที่ไม่สามารถเฉือนเนื้อหล่อนตอนนี้ได้ เผชิญหน้ากับชายวัยกลางผู้นั้น หล่อนไม่มีความกลัวใดๆ เลยแม้แต่น้อย

ชายวัยกลางคนผู้นั้นตกใจเล็กน้อยกับแววตาที่มองมาที่ตน เขานั่งลงเก้าอี้อยู่ตรงหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะดึงเอาผ้าขี้ริ้วที่ยัดปากหล่อนอยู่ออก

“คุณหนูรองตระกูลหลี่มีวันนี้จนได้สินะ” น้ำเสียงช่างดูถูกหล่อนนัก

หลี่ซีซวน ตกใจเล็กน้อย ชายวัยกลางผู้นี้รู้ตัวตนที่แท้จริงของหล่อนแล้ว แม้ว่าจะเป็นคุณหนูรองแห่งตระกูลหลี่ ตลอดเวลาสิบเจ็บปีที่ผ่านมา หล่อนได้รับแรงกดดันอย่างมากไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องฝึกวิชาต่อสู้ถูกฝึกมาไม่ต่างจากมือสังหาร จุดประสงค์เพียงเพื่อเป็นเครื่องมือให้กับตระกูลหลี่กลายเป็นตระกูลที่มีอำนาจที่สุดในจีน

“ท่านไม่น่าโง่จับฉันมาทำอย่างนี้เลย ช่างน่าประทับใจเสียจริง”

หล่อนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาช่างน่าสะพรึงกลัว

“นังนี่ !!!” ชายชุดดำอยากจะเข้าไปตบสั่งสอนเสียหน่อย แต่กลับถูกชายวัยกลางผู้นั้นห้ามไว้

เฉิงเหวิน มองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เขาเคยชอบคนอย่างหล่อน ชอบมาก เขาไม่อยากจะเชื่อว่าหล่อนจะใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อฆ่าพ่อของเขา ทำให้ตระกูลเขาล้มสลาย ที่แค้นที่สุดคือทำให้แม่ต้องมาตรอมใจตายตามพ่อไป เฉิงเหวินโผล่บีบคอหล่อนอย่างแรง หล่อนไม่ขัดขืนรู้ว่าไม่สามารถรอดออกไปจากที่นี่ได้

เมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว จะขัดขืนไปเพื่ออะไร ไร้ประโยนช์เปล่าๆ หล่อนติดค้างเขา ต้องใช้ชีวิตของตนเพื่อชดใช้ ถึงว่าจะต้องตายไป ตระกูลหลี่ยังคงมีอำนาจเหมือนเดิม ส่วนเขาไม่เหลืออะไรเลย

ซีซวนเริ่มจะหายใจไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำ แต่ก็ไม่ขัดขืนใดๆซีซวนหัวเราะให้กับชีวิตอันน่าสลดของตน หล่อนทำทุกอย่างเพื่อตระกูลหลี่ ข้าคนไปไม่รู้กี่พันคน ทำลายครอบครัวคนอื่นอย่างอานาถ แล้วดูชีวิตหล่อนตอนนี้สิ ถึงแม้จะรู้ว่าตัวเองไม่มีทางรอดจากเงื้อมมือเฉิงเหวินได้ แต่ซีซวนก็ไม่อยากมีชีวิตแบบนี้อีกต่อไป

เฉิงเหวินไม่อยากจะฆ่าให้ตาย แต่เมื่อนึกถึงตระกูลตนแล้ว ความแค้นที่มีอยู่เต็มอกเข้าคอบงำเขาอีกครั้ง เขาลงแรงบีบคออีกครั้ง ซีซวนหัวเราะไม่หยุด หล่อนคงต้องขอบคุณเขาสินะ นี่คงจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับซีซวน หล่อนเบื่อชีวิตในตอนนี้เต็มทนแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซีซวนทำงานให้กับตระกูลหลี่ชีวิตไม่เคยสงบสุขเลยสักวัน

เฉิงเหวินไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าหล่อนเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ท่านชายตระกูลหลี่เก็บมาเลี้ยงเท่านั้น เพื่อฝึกฝนให้หล่อนเป็นมือสังหารให้กับตระกูลหลี่ ดีเหมือนกัน หากซีซวนตายไป ไม่มีใครใช้หล่อนเป็นเครื่องมือได้อีก

ในขณะที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ ซีซวนก็รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังลอยขึ้นไปบนฟ้า ความทรงจำทั้งหมดในชีวิตค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาในสมองของซีซวน ภาพเด็กชายที่มีใบหน้าอวบอั๋นสะท้อนอยู่ในประสาทของหล่อน ริมฝีปากไร้เลือดของซีซวนยักขึ้นเล็กน้อย

ในวันนั้น บ้านร้างที่แถบชานเมืองเกิดไฟไหม้รุนแรง ทุกอย่างถูกเผาไหม้ไม่เหลือซาก ไม่เหลือแม้แต่กระดูกของซีซวน ห้าวันต่อมา ท่านชายหลี่ได้ให้นักข่าวลงหนังสือพิมพ์เขียนข่าวว่าซีซวนได้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้ว

ณ ที่ยุคโบราณ

รู้สึกถึงอะไรเย็นๆ อยู่บนใบหน้าของตน ซีซวนค่อยๆ ลืมตาขึ้น นางเห็นมือของใครบางคนอยู่ตรงหน้า ตามสัญชาตญาณนางบีบข้อมือนั่นแน่น

“ใคร !!!!” นางเอ่ยถามเสียงเข้ม สายตาคมเต็มไปด้วยไอสังหาร

“อ๊ากกกก คุณหนู บ่าวเองเจ้าค่ะ” สาวใช้คนสนิทของนางรีบเอ่ยขึ้น ผ้าขาวที่เช็ดตัวนางก่อนหน้านี้ถึงกับร่วงตกลงไปที่พื้น

‘อะไรนะ? ผู้หญิงคนนี้พึ่งเรียกหล่อนว่าอะไรนะ คุณหนูงั้นเหรอ? ยังแทนตัวเองว่าบ่าวด้วย’

ศรีษะนางเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง มือเล็กกุมขมับแน่น นางถูกเฉิงเหวินฆ่าตายแล้วไม่ใช่หรือ ไยนางถึงได้กลับมามีชีวิตใหม่ได้เล่า นางกวาดตามองสำรวจดูรอบๆ ห้อง อึ้งไปชั่วขณะ ข้าวของในห้องนี้อยู่ในยุคโบราณชัดๆ สาวใช้เห็นนางมีทีท่าเปลี่ยนไปก็ประหลาดใจสงสัย

เกิดใหม่ในร่างคุณหนูจอมอ่อนแอ 2/2

“อ๊ากกกก คุณหนู บ่าวเองเจ้าค่ะ” สาวใช้คนสนิทของนางรีบเอ่ยขึ้น ผ้าขาวที่เช็ดตัวนางก่อนหน้านี้ถึงกับร่วงตกลงไปที่พื้น

‘อะไรนะ? ผู้หญิงคนนี้พึ่งเรียกหล่อนว่าอะไรนะ คุณหนูงั้นเหรอ? ยังแทนตัวเองว่าบ่าวด้วย’

ศรีษะนางเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง มือเล็กกุมขมับแน่น นางถูกเฉิงเหวินฆ่าตายแล้วไม่ใช่หรือ ไยนางถึงได้กลับมามีชีวิตใหม่ได้เล่า นางกวาดตามองสำรวจดูรอบๆ ห้อง อึ้งไปชั่วขณะ ข้าวของในห้องนี้อยู่ในยุคโบราณชัดๆ สาวใช้เห็นนางมีทีท่าเปลี่ยนไปก็ประหลาดใจสงสัย

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูพึ่งจะฟื้น สามวันก่อนคุณหนูไม่สบายหนักหมดสติไปนานเจ้าค่ะ บ่าวกลัวแทบแย่”

ซีซวนประมวนเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง นางทะลุมิติมาที่นี่ หรือ สลับวิญญาณกับวิญญาณร้ายหรือ นางไม่อยากจะเชื่อ เรื่องนี้มีแค่ในนิยาย ไยถึงเกิดกับนางได้เล่า แม้ว่านางจะเคยอ่านนิยายทะลุมิติมาแล้วหลายเล่ม นางคิดว่ามันเป็นแค่เพียงจินตนาการเท่านั้น

‘หรือว่าเราทำเลวไว้เยอะ ยมทูตถึงไม่ต้อนรับเรา แล้วให้เรามาเกิดใหม่งี้เหรอ ให้ชีวิตใหม่’

“คุณหนูพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ บ่าวจะไปตามท่านลู่ ฮูหยินฟางหรงก่อนนะเจ้าคะ”

ซีซวนส่องดูเจ้าของร่างเดิมในกระจก สตรีผู้นี้อายุไม่น่าจะเกินสิบเจ็ด ใบหน้าสะสวยดูฉลาดใช้ได้

“ลี่มี่ !!!” ความจำของเจ้าของร่างเดิมผุดขึ้นในสมองของนาง ลี่มี่คือชื่อสาวใช้คนสนิทเมื่อครู่ของนาง

เจ้าของร่างเดิม เป็นบุตรสาวคนรองของท่านแม่ทัพ ‘ลู่เลี่ยงหวง’ นางมีนามว่า ‘ลู่อิ้งเย่ว’ ท่านแม่ด่วนจากไปเมื่อนางอายุได้เพียงสี่หนาว นางเป็นสตรีที่อ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ท่านพ่อจึงไม่โปรดปรานเท่าพี่คนโต แม้ว่าท่านพ่อจะคอยดูแลนางอยู่ตลอดเวลาก็ตาม ท่านพ่อก็มิอาจทิ้งราชกิจในวังหลวงมาดูแลนางตลอดเวลาได้

ฮูหยินเอก ‘หวงฟางหรง’ จะเป็นคนคอยดูแลคนภายในจวนสกุลลู่ทั้งหมด พี่สาวคนโตมีนามว่า ‘ลู่อิ้งฟาง’ มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นสตรีหญิงที่มากความสามารถในเมืองนี้ พี่คนโตเป็นที่โปรดปรานรักใคร่ของทุกคนก็ว่าได้ ส่วนคุณหนูรองลู่อิ้งเย่วเป็นเพียงคุณหนูที่ไร้ประโยนช์ไม่มีผู้ใดสนใจ

ที่ที่นางทะลุมิติมาคือแคว้นต้าหยง ที่น่าสนใจคือแคว้นต้าหยงถูกปกครองด้วยตระกูลต้วน เมื่อสองเดือนก่อนองค์รัชทายาทพึ่งนำทัพไปออกศึกที่แคว้นกั๋วหยง ขยายอาณาเขตแคว้นต้าหยง ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น อิ้งเย่วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมา

“คาราวะท่านชาย ฮูหยิน คุณหนูอิ้งฟาง” ลี่มี่โค้งศรีษะคาราวะทำความเคารพ

“เจ้าลุกขึ้นเถิด” เลี่ยงหวงบอกให้ลี่มี่ลุกขึ้น เห็นอิ้งเย่วฟื้นก็ดีใจมาก ท่านพ่อเดินเข้าไปใกล้อิ้งเย่วหยุดอยู่ข้างๆ เตียง

“เย่วเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? อาการดีขึ้นหรือไม่? ” อยู่ต่อหน้าท่านพ่อที่มิใช่ท่านพ่อแท้ๆ นางถึงกับทำตัวไม่ถูก

“ขอบพระคุณท่านพ่อที่เป็นห่วง ลูกรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแล้วเจ้า … ค่ะ”

อิ้งเย่วมองไปที่สตรีที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ เลี่ยงหวง สายตาที่พวกเขามองมาที่นางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง พวกเขาคือฮูหยินเอกกับท่านพี่ของนางงั้นหรือ อิ้งเย่วผุดยิ้มที่มุมปาก ถึงว่าฮูหยินจะปกปิดสีหน้าได้ดีเพียงใด แต่สายตาที่มองมาที่นางไม่อาจปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงภายในใจได้

ฮูหยินรังเกียจนาง นางรู้สึกได้จากแววตาคู่นั้น ส่วนอิ้งฟางสตรีที่ทุกคนโปรดปรานที่สุด รูปโสมงดงามอย่างที่ทุกคนเลื่องลือ สุขุม เยือกเย็น น่ากลัว

“เย่วเอ๋อร์ เป็นเพราะข้าเองที่ดูแลเจ้าไม่ดี” ฟางหรงเอ่ยตำหนิตัวเองต่อหน้าท่านพ่อของนาง แล้วหันไปตำหนิลี่มีด้วย

“เลี้ยงเจ้าเสียข้าวสุขเสียจริง ไยถึงไม่ดูแลคุณหนูให้ดี ปล่อยให้คุณหนูไม่สบายหมดสติไปหลายวันได้อย่างไรกัน เห็นทีข้าจะต้องลงโทษเจ้าให้หนักเสียแล้ว”

ลี่มี่กลัวจนตัวสั่น ลี่มีเป็นเพียงบ่าวรับใช้ จะเผชิญหน้ารับมือกับฮูหยินชั่วเช่นนี้ได้อย่างไรกัน อิ้งเย่วปรายตามองลี่มี่ก่อนจะเอ่ยกับนางว่า

“ฮูหยินแค่แหย่เจ้าเล่นน่ะ ลี่มี่เป็นสาวใช้ที่คอยรับใช้ข้ามานาน ข้าย่อมรู้ดีว่านางมีนิสัยเช่นไร หากฮูหยินลงโทษลี่มี่ ข้าคงเสียใจแย่เจ้าค่ะ”

อิ้งเย่วแสร้งทำเป็นอ่อนแอ ไอสองสามที ก่อนจะบีบน้ำตาให้ไหลออกมาเป็นสายน้ำ คำพูดของนางเป็นการเย้ยหยันฟางหรงที่ไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกของเจ้านายกับบ่าว ประการที่สองคือ หากฟางหรงลงโทษลี่มี่จะทำให้นางเสียใจหนักแล้วไม่สบายได้ พวกเขาน่าจะเข้าใจความหมายที่นางจะสื่อได้ดี

“ฟูเหริน เจ้าทำเกินไปแล้ว” เลี่ยงหวงเอ่ยเสียงเข้ม สายตามองไปที่ฟางหรงเป็นการเตือน

ฟางหรงถึงกับหน้าถอดสี นังเด็กคนนี้ไยถึงได้ร้ายกาจเช่นนี้ ? แค่คำพูดเพียงคำเดียวทำให้เลี่ยงหวงถึงกับโกรธถึงเพียงนี้เชียวหรือ นังเด็กคนนี้เดิมทีเป็นเด็กที่โง่เขลาไม่ใช่หรอกหรือ

“เย่วเอ๋อร์ เจ้าอย่าถือสาข้าเลย ข้าแค่เป็นห่วงเจ้าน่ะ ข้าได้ให้บ่าวทำแกงบำรุงร้อนๆ มาให้เจ้าด้วยนะ”

สาวใช้เดินถือถ้วยแกงร้อนเข้ามาให้อิ้งเย่ว นางคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะบอกออกไปว่า

นางไม่ได้โง่เขลา นางฉลาดยิ่ง 1/2

“เย่วเอ๋อร์ ข้าจะให้บ่าวมาคอยรับใช้เจ้า เจ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไร ? ”

“ฮูหยินดีกับข้าเช่นนี้ ข้าจะกล้าปฎิเสธได้อย่างไรเล่า” นางรู้ดีว่าฮูหยินฟางหรงให้บ่าวมาปรนนิบัติรับใช้นางเพราะประสงค์อันใดหากมิใช่ให้บ่าวคอยสอดส่องพฤติกรรมของนาง

“แค่กๆ ” อิ้งเย่วแสร้งไม่สบายไอเบาๆ ราวกับว่ากำลังจงใจไล่ให้พวกเขาออกไป

“เอาละๆ พวกเราจะไม่กวนเจ้าแล้ว เจ้าพักผ่อนให้มากๆ หายป่วยโดยเร็วนะ”

เลี่ยงหวงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายให้อิ้งเย่วอย่างเบามือ แล้วหันไปบอกกับฮูหยินฟางหรงและอิ้งฟางให้เดินตามหลังตนออกไป ทว่าที่เดินไปอิ้งฟางได้หันมามองหน้านางก่อนจะเดินไป อิ้งเย่วเห็นเช่นนั้นก็ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่สายตาที่มองไปอิ้งฟางเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง

อิ้งฟางขมวดคิ้วแน่นสงสัยกับทีท่าแปลกๆ ของนาง อิ้งฟางรู้สึกว่านางผิดแปลกไปจากเมื่อก่อนมาก แต่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ภายในใจแล้วเดินออกจากจวนนางไปอย่างเงียบๆ

หลังจากที่ประตูห้องปิดลง ลี่มี่วิ่งอย่างดีใจมาหาอิ้งเย่วที่ข้างๆ เตียง

“คุณหนูของบ่าวช่างฉลาดยิ่ง ขอบพระคุณมากนะเจ้าคะที่ช่วยบ่าวไว้”

ลี่มี่ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณหนูที่อ่อนแอของตนจะกล้าต่อกรกับฮูหยินฟางหรงเช่นนั้น อิ้งเย่วกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะหยิบถ้วยแกงบำรุงขึ้นมาดู

“ต่อไปนี้ข้าจะมิยอมให้ผู้ใดมารังแกเจ้ากับข้าอีก เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล”

นางถูกฝึกมาเป็นมือสังหารมาจากโลกอนาคตเชียวหนา เป็นสตรีที่ผุดมาจากหลุมความตายที่ยมทูตไม่ต้อนรับ หากให้คนเหล่านี้มารังแกนางได้ง่ายๆ ก็เสียหน้านางแย่สิ พระเจ้าได้ให้นางมีชีวิตอีกครั้ง นางจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดี ไม่ว่าผู้ใดที่รังแกทำร้ายนางกับลี่มี่ก็เตรียมตัวจบชีวิตได้เลย

พึ่งกลับมาถึงที่จวนของตน สีหน้าของฮูหยินฟางหรงเปลี่ยนไปทันที จ้องมองที่อิ้งฟางไม่วางตา

“ฟางเอ๋อร์ เจ้ารู้สึกว่าเด็กนั่นแปลกไปหรือไม่ ? เมื่อครู่ ตอนที่ข้าคุยกับนาง ดูนางฉลาดกว่าเมื่อก่อนมาก ทีท่าไม่โง่เขลาเหมือนที่ผ่านมา หรือว่าวิญญาณร้ายมาสิงอยู่ในร่างของเด็กนั่นกันนะ ไม่สบายนอนหมดสติไปนานหลายวันยังไม่ตายอีก”

“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าไม่อยากให้ท่านแม่ทำเช่นนั้นเจ้าค่ะ เรื่องที่แม่วางยาพิษนาง ให้คนอื่นรู้มิได้นะเจ้าคะ”

“ฟางเอ๋อร์ แม่แค่เป็นห่วงเจ้า” ฮูหยินฟางหรงจับที่ไหล่ของอิ้งฟางแน่น ก่อนจะเอ่ยกับนางต่อว่า

“เด็กนั่นเป็นขวากหนามในชีวิตเรา ก่อนหน้านั้นแม่ของนางก็ขโมยใจของพ่อเราไปจากข้า ครานี้ข้าจะไม่มีวันยอมให้เด็กนั่นมาแย่งความรักจากเจ้าไป แม้ว่านางจะเป็นเด็กที่โง่เขลาขี้โรค แต่ก็ยังเป็นบุตรสาวของท่านเลี่ยงหวงอยู่ดี”

แม้ว่าอิ้งเย่วจะเป็นสตรีที่อ่อนแอขี้โรค แต่นางก็มีรูปโฉมที่สะสวยกว่าสตรีอื่น อิ้งฟางคลี่ยิ้มเบาๆ ก่อนจะจับมือฮูหยินฟางขึ้นมาแนบที่แก้มของตนอย่างเบามือ

“ท่านแม่ไม่ต้องทำเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ ยามนี้สถานะของข้าในจวนไม่มีผู้ใดเทียบข้าได้ เรื่องความสามารถนางจะเทียบข้าได้อย่างไรเล่า ท่านแม่ไม่เชื่อข้าหรือ ? ”

ฮูหยินฟางหรงถอนหายใจอย่างกังวล ไม่ใช่ว่าตนไม่เชื่อ แต่วันนี้อิ้งเย่วทำให้ตนเป็นกังวล ตนรู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิด อิ้งฟางรู้ว่าท่านแม่กำลังเป็นกังวล นางก็รู้สึกเศร้าตาม

“ท่านแม่ ข้าว่าท่านแม่อย่าพึ่งยุ่งกับนางเลยนะเจ้าคะ คอยติดตามนางอยู่ห่างๆ เป็นพอเจ้าค่ะ”

“เพราะแบบนี้อย่างไรเล่า ข้าถึงได้ให้สาวใช้ไปคอยประกบเด็กนั่น”

ฮูหยินฟางหรงลูบศรีษะบุตรสาวเบาๆ ด้วยความรักใคร่ ในแววตาเต็มไปด้วยแผนร้ายที่คิดจะรับมือกับอิ้งเย่ว อิ้งฟางพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะฟังท่านแม่พูดกับนางต่อว่า

“ฟางเอ๋อร์ อีกไม่นาน ฝ่าบาทจะจัดงานคัดเลือกหญิงงาม แต่ความจริงแล้วฝ่าบาทอยากจะคัดเลือกหญิงงามให้กับองค์ชายและเหล่าขุนนางเสียมากกว่า หากเจ้าทำให้องค์รัชทายาทสนใจในตัวเจ้าได้ เจ้าอาจจะได้ขึ้นเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทก็เป็นได้”

นี่คือข่าวในวังหลวงที่ฟางหรงรู้มาได้ เป็นเรื่องที่ฟางหรางอยากจะให้อิ้งฟางให้ความสนใจเป็นที่สุด เรื่องนี้เลี่ยงหวงเป็นคนพูดกับฟางหรงเอง อิ้งฟางไม่สนใจเรื่องของอิ้งเย่วอีกต่อไป ในหัวเอาแต่คิดถึงภาพขององค์รัชทายาท

นึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลาของรัชทายาทต้วนหมิงเจ๋อเมื่อสามปีก่อน ใจของอิ้งฟางเต้นรัวเร็ว วันนั้นอิ้งฟางได้มีโอกาสตามท่านพ่อเข้าไปในวังหลวง เป็นครั้งแรกที่นางได้พบกับบุรุษที่มีรูปโฉมสง่างามมากความสามารถอย่างรัชทายาท แค่รัชทายาทปรายตามองนาง อิ้งฟางก็ตกหลุมรักเข้าให้แล้ว

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...