โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พี่สาวเผยนาทีน้องชาย ถูกกลุ่มฮามาส บุกแคมป์จับซ้อมทรมาน ก่อนจับตัวไป

77kaoded

เผยแพร่ 10 ต.ค. 2566 เวลา 10.08 น. • 77 ข่าวเด็ด

นครพนม : พี่สาวเผยนาทีน้องชาย ถูกกลุ่มฮามาส บุกแคมป์จับซ้อมทรมาน ก่อนจับตัวไป ยังไม่รู้ชะตากรรม วอนทางการช่วยเหลือด่วน

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 100 บ.หนองเดิ่นพัฒนา ม.23 ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านของนางเนตรนภา โฮมสอน อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของนายเศรษฐา โฮมสอน หรือ ต้อม แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล โดยนางเนตรนภา เปิดเผยว่าตนได้รับแจ้งจากเพื่อนของน้องชายที่พักอยู่ด้วยกันในแคมป์คนงาน ที่อิสราเอล ว่านายต้อม ถูกกลุ่มฮามาส บุกเข้าจับตัวไปพร้อมกับเพื่อนคนงานในแคมป์รวม 5 คน ต่อมามีแรงงาน 3 คน สามารถหลบหนีออกมาได้และมาแจ้งข่าว โดยขณะเกิดเหตุมีแรงงานไทยหนึ่งคนถูกยิงแต่ไม่ทราบว่าเสียชีวิตหรือไม่ ส่วนน้องชายตนและเพื่อนอีกคนถูกจับไปเป็นตัวประกัน

นางเนตรนภา เปิดเผยว่า ตนเป็นพี่สาวคนโต มีน้องชาย 3 คนคือนายเศรษฐา โฮมสอน อายุ 38 ปี นายเจษฎา โฮมสอน อายุ 36 ปี และคนเล็กนายอนุวัตร โฮมสอน อายุ 32 ปี ซึ่งทั้งหมดได้เดินทางไปทำงานที่อิสราเอล โดยคนโตไปก่อน แล้วน้องชายอีก 2 คนค่อยตามไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึงก่อนเกิดการสู้รบในฉนวนกาซ่า ตนยังสามารถติดต่อพูดคุยกับน้องชายได้ทั้ง 3 คน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 ต.ค.66 ทราบข่าวช่วงเย็นวันเกิดเหตุ เพื่อนของน้องชายที่อยู่ในแคมป์ได้วิดีโอคอลมาบอกว่า คนร้ายกลุ่มฮามาสบุกเข้ามาที่แคมป์ที่พักคนงาน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 11 คน แต่ถูกกลุ่มคนร้าย จับตัวไป 5 คน ต่อมามีแรงงานไทย 3 คนสามารถหลบหนีรอดออกมาได้และมาเล่าให้ฟังว่า น้องชายตนกับชาว จ.อุดรธานีอีกคน ยังถูกจับตัวอยู่ โดยคนร้ายได้ซ้อมน้องชาย และยังใช้อาวุธมีดกรีดหลังเพื่อนแรงงานอีกคนอย่างเลือดเย็น

หลังเกิดเหตุนายถ่าย โฮมสอน อายุ 56 ปี พ่อและตนพร้อมญาติพี่น้องกว่า 10 คน ได้เข้าไปแจ้งกับศูนย์อำนวยการให้การช่วยเหลือที่แรงงานจังหวัดนครพนมแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบข่าวคราว ใดๆ เลย ทั้งหมดต่างกินไม่ได้นอนไม่หลับเนื่องจากเป็นห่วงนายต้อม และน้องอีกสองคน ที่ต้องมาประสบชะตากรรมในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อเดือนก่อนแม่ของตนได้เสียชีวิตลง แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถกลับมาร่วมงานศพได้เนื่องจากบางคนเพิ่งเดินทางไปทำงานได้เพียงสามเดือน โดยก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา หรือต้อม ได้วิดีโอคอลมาบอกว่าวันที่ 10 ต.ค.66 จะบอกนายจ้างว่าจะขอเดินทางกลับบ้านเพราะหมดหนี้หมดสิ้นแล้ว แต่ก็มาเกิดเหตุขึ้นมา เสียก่อน โดยนายต้อม มักจะพูดเสมอเมื่อโทรคุยกันว่า อยากกลับบ้านอยากพบลูกสาว ที่ตอนนี้ อายุ ได้ 4 ขวบแล้ว หลังจากที่ต้องออกจากบ้านมาขายแรงงานขณะที่ลูกสาวมีอายุได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น และจนถึงปัจจุบันครอบครัวก็ยังไม่สามารถติดต่อน้องชายได้เลย โดยเพื่อนคนงานที่แคมป์บอกว่า โชคดีที่น้องชายไม่ได้วิ่งหนี ถ้าคนไหนวิ่งหนีก็จะถูกยิงทันที

ขณะที่นางอรวรรณ อุ่นแก้ว อายุ 33 ปี ภรรยานายอนุวัต ซึ่งเป็นน้องชายของนายต้อม ได้วิดีโอคอลมา บอกว่าตนยังสามรถโทรติดต่อพูดคุยกันกับสามีได้เนื่องจากสามีอยู่ไกลจากจุดที่มีการสู้รบกัน โดยสามีบ่นอยากจะกลับบ้านแล้ว แม้จะเพิ่งไปทำงานเมื่อเดือน เม.ย.66 ที่ผ่านมาก็ตาม เนื่องจากเห็นว่าไม่ปลอดภัยแล้วจริง ๆ เงินก็อยากได้แต่ในเมื่อชีวิตไม่มีความปลอดภัย ก็ขอกลับบ้านดีกว่า และขอวิงวอนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งค้นหาและให้การช่วยเหลือส่งแรงงานไทยที่อยากกลับบ้าน ให้สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยทั้งหมดโดยด่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...