โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิซซา จากอาหารคนจน สู่เมนูหรูราชสำนัก และวัฒนธรรมพอปผ่านสงคราม

Sarakadee Lite

อัพเดต 12 ต.ค. 2564 เวลา 06.30 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2564 เวลา 06.30 น. • ทศพร กลิ่นหอม

พิซซา (Pizza) คือหนึ่งในเมนูอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลก แต่ก่อนที่จะพิซซาจะกลายมาเป็นความพอปในฝั่งวัฒนธรรมอาหารโลก ทราบหรือไม่ว่าพิซซาเคยถูกจัดอยู่ในหมวดอาหารของคนจนมาก่อน

พิซซา ถือกำเนิดใน นาโปลี (หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า เนเปิลส์) เมืองทางชายฝั่งตะวันตกของอิตาลี อยู่ห่างจากกรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลีไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 120 กิโลเมตร จากข้อมูลหลักฐานที่พอจะสืบได้พบว่า พิซซาเป็นอาหารประจำเมืองนาโปลีมาตั้งแต่สมัยเริ่มแรกในช่วงศตวรรษที่ 18 โดยพ่อค้าหาบเร่จะหนีบกล่องไม้ใส่พิซซาออกเร่ขายข้างทาง

ด้วยความที่พิซซาเป็นอาหารทำเร็วกินเร็ว ใช้มือหยิบจับได้ง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตองในการกิน แถมยังมีราคาถูก พิซซาจึงได้ชื่อว่าเป็น อาหารของคนจน ที่ทั้งอิ่มและอร่อยด้วยรสชาติจากวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่นที่หาได้ง่าย และสามารถเลือกซื้อได้ตามกำลังเงินของผู้กิน เพราะพิซซาหนึ่งแผ่นกลม สามารถแบ่งขายเป็นทรงสามเหลี่ยมได้หลายชิ้น โดยพิซซาสูตรนาโปลี ถูกจัดให้เป็นพิซซาสูตรดั้งเดิมจากถิ่นกำเนิดของนาโปลีแท้ ๆ เป็นขนมปังแผ่นแบนกลม โรยหน้าด้วยสมุนไพรง่าย ๆ ในท้องถิ่น เช่น มะเขือเทศ ใบออริกาโน กระเทียม และน้ำมันมะกอก

พิซซามาร์เกริตา (Margherita Pizza)

ค.ศ. 1803 พิซซาเริ่มถูกยกขึ้นจากอาหารข้างทางมาเป็นเมนูในร้านอาหาร เมื่อมีการเปิดกิจการร้านพิซซา หรือเรียกตามภาษาอิตาลีว่า พิซซาเรีย (Pizzeria) แห่งแรกขึ้นในเมืองนาโปลี และพิซซาสูตรแรกที่ขายในร้าน คือ มารีนารา พิซซา (Marinara Pizza) เป็นแผ่นแป้งพิซซาขอบหนา โรยหน้าด้วยซอสมะเขือเทศสด และน้ำมันมะกอก โดยมะเขือเทศที่ใช้เป็นมะเขือเทศลูกเล็กสีแดง พันธุ์ซานมาร์ซาโน (San Marzano) หรือ โปโมโดริโน เวซุเวียโน (Pomodorino Vesuviano) ซึ่งเป็นมะเขือเทศพันธุ์ท้องถิ่นในเมืองนาโปลีที่ได้ดินอุดมสมบูรณ์ในเขตใกล้ภูเขาวิสุเวียส (Mount Vesuvius) ที่ระเบิดถล่มเมืองปอมเปอี ในประวัติศาสตร์ก่อนคริสตกาลนั่นเอง

จะสังเกตได้ว่าความอร่อยของพิซซาส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพของวัตถุดิบในอิตาลี เช่น ชีสมอซซาเรลลาที่ใช้โรยหน้า ก็เป็นอาหารแปรรูปทำจากนมควายพันธุ์อิตาเลียน-เมดิเตอเรเนียน หรือ นมวัวพันธุ์อาเกโรเลเซ่ (Agerolese) ซึ่งเป็นควายและวัวนมพันธุ์ท้องถิ่นทางใต้ของอิตาลี

พิซซา

อีกข้อสังเกตสำหรับพิซซาสูตรนาโปลีดั้งเดิม (Neapolitan Pizza) แป้งจะหนากว่าเมื่อเทียบกับ พิซซามาร์เกริตา (Margherita Pizza) ซึ่งเป็นสูตรแป้งบางกรอบที่นิยมในภายหลัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้นกำเนิดของพิซซามาร์เกริตาก็มาจากนาโปลีเช่นกัน โดยหลังจากปี ค.ศ.1889 กษัตริย์อุมแบร์โตที่ 1 และควีนมาร์เกริตา ซึ่งสืบสายเลือดมาจากราชวงศ์บูร์บงแห่งฝรั่งเศส ผู้ปกครองอิตาลีในเวลานั้น ได้เริ่มเบื่อหน่ายกับอาหารฝรั่งเศสวันละ 3 เวลา จึงออกไอเดียให้มีกระบวนสรรหาเมนูพิเศษจากท้องถิ่นมานำเสนอและ ราฟาเอลเล เอสโปซิโต (Raffaele Esposito) นักอบพิซซา ก็ได้นำเสนอเมนูพิซซา 3 หน้า 3 สไตล์แ ละหนึ่งในนั้นก็กลายมาเป็นจานโปรดและตั้งชื่อว่า พิซซามาร์เกริตา ตามพระนามขององค์ราชินี

พิซซามาร์เกริตา แตกต่างด้วยแผ่นแป้งบางกรอบ โรยหน้าด้วยมะเขือเทศสด หรือ ซอสมะเขือสด ชีสมอซซาเรลลา และใบกะเพราอิตาเลียน ซึ่งเป็นหน้าพิซซาตามโจทย์ขององค์ราชินี ที่มีรับสั่งให้ทำพิซซาโดยให้โจทย์คือรสชาติสดชื่นและขอสีสันสดใส พิซซาสูตรนี้จึงมีเฉดสีเขียว ขาว และแดง ซึ่งต่อมา 3 สีนี้ ได้กลายเป็นสีธงชาติอิตาลีนั่นเอง และหลังจากนั้น พิซซามาร์เกริตาก็ได้กลายเป็นพิซซาหน้าฮิตของคนในเขตกรุงโรมเมืองหลวง ถือเป็นการยกระดับพิซซา จากอาหารคนจน อาหารในร้านอาหารมาเป็นอาหารในราชสำนัก และกลายเป็นเมนูแห่งชาติอิตาลีในปัจจุบัน

พิซซา

พิซซาอิตาลีมาขึ้นฝั่งที่อเมริกา

พิซซานาโปลีมาขึ้นฝั่งที่อเมริกาในต้นศตวรรษที่ 20 ช่วงปี ค.ศ. 1900 เริ่มจากชุมชนผู้อพยพชาวอิตาลีที่หนีความยากจนมาปักหลักที่นิวยอร์ก เมืองท่าฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และนำวัฒนธรรมการกินรวมทั้งนำสูตรพิซซานาโปลีและกิจการร้านพิซซามาสู่ดินแดนโลกใหม่

ร้านพิซซาร้านแรกที่สร้างชื่อเสียงในนิวยอร์ก มีชื่อร้านว่า เจนนาโร ลอมบาร์ดี (Gennaro Lombardi) ของนายลอมบาร์ดีเป็นพิซซาที่มีการผสมผสานสูตรทั้งนาโปลีและสูตรจากกรุงโรม นั่นคือ แป้งบางกรอบ แต่หน้ายังเน้นมะเขือเทศสดและชีสมอซซาเรลลา และน้ำมันมะกอก อบในเตาเปิด ใช้เชื้อเพลิงเป็นถ่านไม้หรือไม้ฟืนความร้อนสูง และต่อมาก็มีการปรับสูตรกลายเป็นนิวยอร์กสไตล์พิซซา

โฆษณาร้านพิซซาในนิวยอร์ค (ภาพ : New York Public Library )

นอกจากอเมริกาแล้ว พิซซาแพร่หลายไปยังนอกอิตาลีอีกครั้งหลังจากช่วงทศวรรษ 1930 และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2เมื่อกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร (นำโดยอเมริกาและอังกฤษ) ยกพลไปถึงดินแดนแคว้นกัมปาเนีย (เมืองนาโปลี อยู่แถบนี้ด้วย) ทางใต้ของอิตาลี และติดใจกับรสชาติของพิซซา ทำให้เมนูพิซซาเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เมื่อสิ้นสุดสงครามโลก การเดินทางข้ามดินแดนสะดวกขึ้น ธุรกิจการท่องเที่ยวในอิตาลีก็เริ่มขึ้นและเมนูพิซซาก็กลายเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติที่ทุกคนต้องได้กิน เมนูพิซซาพร้อมกับครัวอิตาเลียนจึงกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์และสินค้าส่งออกที่กระจายไปอยู่ในเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก และมีการปรับแต่งรสชาติและเครื่องโรยหน้าตามรสนิยมท้องถิ่น เช่น

  • พิซซาอินเดีย โรยหน้าด้วยขิงดอง เนื้อแกะบด ถั่วเหลือง
  • พิซซาญี่ปุ่น โรยหน้าด้วยปลาหมึกและปลาไหล (อูนางิ)
  • พิซซาคอสตาริกา (ในแถบทะเลคาริบเบียน) ใกล้ทวีปอเมริกา นิยมใส่มะพร้าว
  • พิซซาบราซิล ใส่ถั่วแขก หรือถ้ามีกำลังจ่าย ก็จะใส่หอยนางรม กุ้งนางและไข่ปลาคาเวียร์
  • พิซซาเสิร์ฟในไทย ต้องแถมผงพริกป่นมาพร้อมกับออริกาโน

อ้างอิง

The post พิซซา จากอาหารคนจน สู่เมนูหรูราชสำนัก และวัฒนธรรมพอปผ่านสงคราม appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...