สีหศักดิ์ อัดเฟคนิวส์เขมรใส่ร้ายไทย ถามกลับต้องการสันติภาพหรือความขัดแย้ง
สีหศักดิ์อัดเฟคนิวส์เขมรใส่ร้ายไทย ถามกลับต้องการสันติภาพหรือความขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.35 น.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นกล่าวในการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) สมัยที่ 61 โดยมีการพูดถึงปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และตอบโต้คำกล่าวของนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ที่กล่าวหาไทยในการประชุมช่วงเช้าว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา ทำให้นายสีหศักดิ์ถามกลับไปยังกัมพูชาว่าต้องการเลือกหนทางไปสู่สันติภาพหรือหนทางไปสู่ความขัดแย้ง
นายสีหศักดิ์ ขึ้นกล่าวว่าความท้าทายของสิทธิมนุษยชนในวันนี้อาจมาจากหลายรูปแบบ แต่หนึ่งในภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อสิทธิมนุษยชนในเวลานี้คือ การขยายตัวของอาญชากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ที่ทำให้คนหลายล้านคนทั่วโลกตกเป็นเหยื่อจากอาชญากรรมนี้ ที่กำลังขยายตัวในระดับอุตสาหกรรม ไปสู่วิกฤตด้านสิทธิมนุษยชน โดยปฏิบัติการเหล่านี้เติบโตได้เมื่อประเทศที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการมีความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมาย ไทยอยู่ในแนวหน้าของผลกระทบและความพยายามของนานาชาติในการแก้ไขปัญหานี้ และไทยจะยังคงผลักดันความร่วมมือเพื่อกำจัดเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ให้หมดไป
ต่อมา นายสีหศักดิ์กล่าวตอบโต้ถ้อยแถลงของนายปรัก สุคน ว่าในตอนแรกตั้งใจที่จะพูดถึงความท้าทายของสิทธิมนุษยชนและการทำงานที่สำคัญของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ แต่เป็นอีกครั้งที่จำเป็นต้องตอบโต้คำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพราะแทนที่กัมพูชาจะมุ่งเดินหน้าไปสู่สันติภาพตามที่เคยบอก แต่กัมพูชาเลือกที่จะใส่ร้ายประเทศไทย ด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และคำพูดที่บิดเบือนอีกครั้ง
นอกจากนั้น นายสีหศักดิ์ยังย้อนไปถึงต้นตอของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ว่ามาจากการที่กัมพูชารุกล้ำพื้นที่ของไทยมาตลอดหลายปี และมีการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพยายามในการแทรกแซงการเมืองภายในของไทย จนนำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย ทำให้พลเรือนเสียชีวิต ส่วนการที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาหยุดยิงและตกลงร่วมกันให้ทหารประจำอยู่ในตำแหน่งเดิม พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าไทยมีเจตนาที่ดีให้กับประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด อาทิ เคยช่วยเหลือกัมพูชาในช่วงสงครามกลางเมือง เพราะเข้าใจดีว่าสันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้
“ในวันนี้ ไทยและกัมพูชามีการหยุดยิง นี่ควรเป็นจุดเปลี่ยนไปสู่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการเดินหน้าต่อไปในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แทนที่กัมพูชาจะมุ่งให้ความสำคัญไปกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่กัมพูชายังคงผลักดันปัญหาทวิภาคีในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งทำลายหนทางไปสู่สันติภาพ” รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยกล่าว และย้ำว่าไทยต้องการคลี่คลายความตึงเครียด ไม่ใช่การปลุกปั่นความรู้สึกของสาธารณชน และทุกวันนี้ ทหารไทยยังเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บและยังคงมีการยิงกระสุนปืนข้ามชายแดน
นายสีหศักดิ์ปิดท้ายว่า ไทยเปิดกว้างที่จะมีการพูดคุย และขอย้ำอีกครั้งว่าเรามีหน้าที่ต้องปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนคนไทยอย่างสุดความสามารถ จึงขอถามกลับไปยังฝ่ายกัมพูชา ว่าต้องการเลือกหนทางไปสู่สันติภาพหรือหนทางไปสู่ความตึงเครียดและความขัดแย้ง ที่จะนำไปสู่ความสูญเสียและความเจ็บปวดมากขึ้น ไทยชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่าเลือกเส้นทางใด จึงขึ้นอยู่กับกัมพูชาว่าจะเดินหน้าต่อกับไทยในเส้นทางใด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สีหศักดิ์ อัดเฟคนิวส์เขมรใส่ร้ายไทย ถามกลับต้องการสันติภาพหรือความขัดแย้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th