SCL ปันผล 0.092 บาท ผุดคลังอัจฉริยะร้อยล.
#SCL #ทันหุ้น – SCL บุกตลาดอะไหล่รถยุโรปเต็มตัว แย้มแผนลงทุน “คลังสินค้าอัจฉริยะ” ไม่เกิน 100 ล้านบาท รองรับการกระจายสินค้า ปักเป้ารายได้โต 10% ทำ New High ต่อ หลังปี 2568 โชว์รายได้ 1,868.74 ล้านบาท กำไรสุทธิ 51.07 ล้านบาท แถมเคาะปันผล 0.092 บาทต่อหุ้น
นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล. มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ที่ครอบคลุมค่ายรถยนต์ชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า แผนดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทเตรียมรุกตลาดอะไหล่รถยนต์ยุโรปอย่างเป็นทางการ หลังเริ่มเซ็นสัญญากับแบรนด์รถยุโรปรายใหญ่จำนวน 2 ราย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอส่งสัญญากลับจากต่างประเทศ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากกลุ่มอะไหล่ยุโรปได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายไลน์สินค้าเพิ่มเติม โดยเพิ่มแบตเตอรีใหม่อีก 2 แบรนด์ และเสริมสินค้ากลุ่มเทอร์โบ ซึ่งเป็นอะไหล่ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อยกระดับพอร์ตสินค้าและตอบโจทย์ดีมานด์ตลาดซ่อมบำรุงที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ลุยคลังสินค้า
นอกจากนี้ SCL มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ผ่านการลงทุนสร้าง “คลังสินค้าอัจฉริยะ” เพื่อรองรับการขยายตัวของอะไหล่รถยุโรปและแบตเตอรีที่เพิ่มขึ้น โดยคาดใช้งบลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินหมุนเวียนภายในบริษัท เริ่มดำเนินการช่วงไตรมาส 2 และคาดแล้วเสร็จปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า
สำหรับเป้าหมายปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 10% สร้างจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลังปี 2568 สามารถทำยอดขายและกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์(All-Time High) โดยมองว่าธุรกิจอะไหล่รถยนต์เป็นตลาดที่มีความมั่นคง เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นที่มีการใช้งานต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยมีฐานรถยนต์สะสมราว 22 ล้านคัน และSCL เป็นบริษัทจดทะเบียนเพียงรายเดียวที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้ ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากร้านค้า อู่ซ่อมรถ และลูกค้าทั่วไป
นายสกลกล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,868.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128.68 ล้านบาท หรือ7.39% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น200.97 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าและโครงสร้างการขายที่เหมาะสม ขณะที่กำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นและภาระดอกเบี้ยที่ลดลง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิอยู่ที่51.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น6.51 ล้านบาท หรือ 14.61% จากปีก่อนหน้า
เคาะปันผล
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดสำหรับงวดผลการดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.092 บาท กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล(Record Date) วันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) คือวันที่ 9 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569