โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCL ปันผล 0.092 บาท ผุดคลังอัจฉริยะร้อยล.

ทันหุ้น

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#SCL #ทันหุ้น SCL บุกตลาดอะไหล่รถยุโรปเต็มตัว แย้มแผนลงทุน “คลังสินค้าอัจฉริยะ” ไม่เกิน 100 ล้านบาท รองรับการกระจายสินค้า ปักเป้ารายได้โต 10% ทำ New High ต่อ หลังปี 2568 โชว์รายได้ 1,868.74 ล้านบาท กำไรสุทธิ 51.07 ล้านบาท แถมเคาะปันผล 0.092 บาทต่อหุ้น

นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล. มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ที่ครอบคลุมค่ายรถยนต์ชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า แผนดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทเตรียมรุกตลาดอะไหล่รถยนต์ยุโรปอย่างเป็นทางการ หลังเริ่มเซ็นสัญญากับแบรนด์รถยุโรปรายใหญ่จำนวน 2 ราย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอส่งสัญญากลับจากต่างประเทศ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากกลุ่มอะไหล่ยุโรปได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายไลน์สินค้าเพิ่มเติม โดยเพิ่มแบตเตอรีใหม่อีก 2 แบรนด์ และเสริมสินค้ากลุ่มเทอร์โบ ซึ่งเป็นอะไหล่ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อยกระดับพอร์ตสินค้าและตอบโจทย์ดีมานด์ตลาดซ่อมบำรุงที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ลุยคลังสินค้า

นอกจากนี้ SCL มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ผ่านการลงทุนสร้าง “คลังสินค้าอัจฉริยะ” เพื่อรองรับการขยายตัวของอะไหล่รถยุโรปและแบตเตอรีที่เพิ่มขึ้น โดยคาดใช้งบลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินหมุนเวียนภายในบริษัท เริ่มดำเนินการช่วงไตรมาส 2 และคาดแล้วเสร็จปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

สำหรับเป้าหมายปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 10% สร้างจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลังปี 2568 สามารถทำยอดขายและกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์(All-Time High) โดยมองว่าธุรกิจอะไหล่รถยนต์เป็นตลาดที่มีความมั่นคง เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นที่มีการใช้งานต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยมีฐานรถยนต์สะสมราว 22 ล้านคัน และSCL เป็นบริษัทจดทะเบียนเพียงรายเดียวที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้ ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากร้านค้า อู่ซ่อมรถ และลูกค้าทั่วไป

นายสกลกล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,868.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128.68 ล้านบาท หรือ7.39% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น200.97 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าและโครงสร้างการขายที่เหมาะสม ขณะที่กำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นและภาระดอกเบี้ยที่ลดลง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิอยู่ที่51.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น6.51 ล้านบาท หรือ 14.61% จากปีก่อนหน้า

เคาะปันผล

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดสำหรับงวดผลการดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.092 บาท กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล(Record Date) วันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) คือวันที่ 9 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...