โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'AAV-ไทยแอร์เอเชีย' ตั้งเป้าปี'69 โตแบบคุณภาพ พร้อมเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร

“เอเชีย เอวิเอชั่น” เปิดผลประกอบการปี’68 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 45,690.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8 ชี้ปัจจัยหลักจากราคาค่าโดยสารเฉลี่ยที่ปรับลดลงร้อยละ 9 เผยปี’69 พร้อมเดินหน้าเชิงรุกชัดเจน ตั้งเป้ามีรายได้เติบโต 7-9% ดัน EBITDA Margin กลับสู่ระดับ 20% พร้อมเพิ่มฝูงบินและขยาย Capacity คาดมีผู้โดยสารแตะ 23.5 ล้านคน ก้าวสู่จุดเริ่มต้นของรอบการเติบโตใหม่

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AAV และ TAA กล่าวว่า ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมการบินของไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน แม้ภาพรวมการเดินทางระหว่างประเทศจะทยอยฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 แต่แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปราะบาง ตลอดจนการฟื้นตัวของตลาดจีนที่ต่ำกว่าคาด ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดทับรายได้ของสายการบิน

อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถสร้างกำไรสุทธิ 2,336.2 ล้านบาท สวนทางกับรายได้ที่หดตัว โดยมีแรงหนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 2,541.9 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 302.7 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพที่ซับซ้อน บริษัท “มีกำไร” แต่กำไรส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการดำเนินงานหลักทั้งหมด นี่จึงเป็นปีที่ต้องพิจารณาเชิงคุณภาพของกำไรมากกว่าตัวเลขกำไรสุทธิในภาพรวม

Yield อ่อนตัวจากกลยุทธ์ปกป้องส่วนแบ่งตลาด

นายไพรัชล์กล่าวว่า การลดลงของรายได้มีสาเหตุหลักจากค่าโดยสารเฉลี่ย (Average Fare) ที่ปรับลดลง 9% เหลือ 1,798 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งคน ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับโครงสร้างเส้นทางบิน โดยบริษัทหันมาให้น้ำหนักตลาดภายในประเทศมากขึ้น ท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดจีนและเอเชียเหนือ เส้นทางภายในประเทศแม้มีความมั่นคงด้านดีมานด์ แต่ระดับราคาต่ำกว่าสายระหว่างประเทศ ส่งผลให้ Yield เฉลี่ยลดลง

ตลอดปี 2568 ไทยแอร์เอเชียขนส่งผู้โดยสารรวม 21.04 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนที่นั่ง (Capacity) เพิ่มขึ้น 10% เป็น 25.2 ล้านที่นั่ง ทำให้ Load Factor เฉลี่ยอยู่ที่ 83% โดยตลาดภายในประเทศอยู่ที่ 85% และตลาดระหว่างประเทศ 79% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ “Volume-driven” อย่างชัดเจน บริษัทเลือกขยาย Supply เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด มากกว่าการรักษาระดับราคา ผลลัพธ์คือ ไทยแอร์เอเชียสามารถดันส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 41% และในไตรมาส 4 แตะ 43%

ต้นทุนคือหัวใจของกำไรปี 2568

แม้รายได้ต่อหน่วย (RASK) จะอ่อนตัว แต่ต้นทุนต่อหน่วย (CASK) ลดลง 5% เหลือ 1.76 บาทต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร โดยมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงประมาณ 10% การควบคุมต้นทุนมีความสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจการบินที่มีต้นทุนคงที่สูง การลด CASK แม้เพียงไม่กี่สตางค์ต่อหน่วย สามารถสะท้อนเป็นกำไรระดับพันล้านบาทในภาพรวมทั้งปี

EBITDA ปี 2568 อยู่ที่ 7,835.1 ล้านบาท ลดลง 23% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA Margin อยู่ที่ 17.1% ต่ำกว่าเป้าหมายระยะกลางที่ 20% แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม หากตัดกำไรอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรจากการดำเนินงานหลักที่ 302.7 ล้านบาท สะท้อนความบางของ Margin ภายใต้ Yield ที่ลดลง คำถามจึงอยู่ที่ว่า หากราคาน้ำมันกลับทิศ หรือค่าเงินบาทผันผวนในทางลบ บริษัทจะยังรักษาระดับกำไรได้หรือไม่

ปีแห่งการ “ซ่อมฐาน” ทางการเงิน

นายไพรัชล์กล่าวด้วยว่า แม้การดำเนินงานหลักจะไม่โดดเด่น แต่ปี 2568 ถือเป็นปีที่บริษัทเสริมความแข็งแรงของงบดุลอย่างมีนัยสำคัญ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยลดลงจาก 6.2% เหลือ 5.5% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 19% เป็น 13,056 ล้านบาท และภาระหนี้สินมีแนวโน้มลดลง สำหรับธุรกิจที่มีความผันผวนสูง การมีฐานะการเงินแข็งแรงเปรียบเสมือนกันชนรองรับความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ความผันผวนของค่าเงิน หรือดีมานด์ที่ไม่แน่นอน ปี 2568 จึงไม่ใช่ปีแห่งการเติบโตหวือหวา แต่เป็นปีแห่งการสร้างเสถียรภาพ

ไตรมาส 4: จุดเปลี่ยนสำคัญ

ไตรมาส 4 ของปี 2568 สะท้อนสัญญาณฟื้นตัว รายได้เพิ่มขึ้น 6% เป็น 14,259 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิพุ่ง 351% เป็น 1,609 ล้านบาท

Load Factor ตลาดจีนขยับขึ้นแตะ 85% สะท้อนความเชื่อมั่นที่เริ่มกลับมา แม้กำไรจากการดำเนินงานหลักในไตรมาสดังกล่าวยังลดลง 25% แต่แนวโน้ม RASK ที่เริ่มทรงตัวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อปีถัดไป

เปรียบเทียบก่อนโควิด: 2562 vs 2568 vs 2569

  • ปี 2562 ก่อนโควิด ไทยแอร์เอเชียมีผู้โดยสาร 22 ล้านคน และ Capacity ราว 26 ล้านที่นั่ง
  • ปี 2568 ผู้โดยสารอยู่ที่ 21.04 ล้านคน ใกล้ระดับเดิม แต่โครงสร้างเส้นทางเปลี่ยนไป
  • ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าผู้โดยสาร 23.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% พร้อมเพิ่มเครื่องบินอีก 5 ลำในครึ่งปีหลัง และตั้งเป้ารายได้เติบโต 7-9% ดัน EBITDA Margin กลับสู่ระดับ 20%

หากทำได้สำเร็จ ปี 2569 จะเป็นปีแรกที่บริษัท “ทะลุระดับก่อนโควิด” อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการฟื้นตัว แต่เป็นการเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่

ความท้าทายปี 2569: การแข่งขันกลับมาเต็มรูปแบบ

นายไพรัชล์กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า คาดว่าอุตสาหกรรมการบินของไทยจะมีฝูงบินรวมจะกลับไปใกล้ระดับ 280-290 ลำ ใกล้เคียงก่อนโควิด หมายความว่า Supply ในตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% โดยตลาด Long-haul เติบโตสูงกว่าตลาดระยะใกล้ สำหรับสายการบินต้นทุนต่ำที่เน้นภูมิภาค ความท้าทายคือ การรักษา Yield ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา หาก Supply โตเร็วกว่าดีมานด์ Yield อาจถูกกดดันอีกครั้ง

“ความเสี่ยงที่ต้องจับตา ราคาน้ำมันโลก ค่าเงินบาท การฟื้นตัวของตลาดจีน การแข่งขันด้านราคาในประเทศ ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์”

จากการตั้งรับสู่การรุก

ปี 2568 คือปีแห่งการ “ตั้งรับอย่างมีวินัย” ของไทยแอร์เอเชีย รายได้ที่ลดลงสะท้อนแรงกดดันจาก Yield ที่อ่อนตัวและโครงสร้างเส้นทางที่เปลี่ยนไป แต่ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทเลือกใช้ช่วงเวลานี้ในการจัดระเบียบภายใน ลดต้นทุนต่อหน่วย เสริมความแข็งแรงของงบดุล และบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างรอบคอบ กำไรอาจไม่ได้โดดเด่นในเชิงการดำเนินงานหลัก แต่ฐานรากขององค์กรกลับมั่นคงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่จึงไม่ใช่ปีแห่งการเติบโตหวือหวา หากเป็นปีแห่งการ “ซ่อมฐาน” เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรอบขาขึ้นรอบใหม่

ก้าวเข้าสู่ปี 2569 ทิศทางเปลี่ยนจากการประคองตัวสู่การเดินหน้าเชิงรุกอย่างชัดเจน บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 7-9% พร้อมดัน EBITDA Margin กลับสู่ระดับ 20% ควบคู่กับการเพิ่มฝูงบินและขยาย Capacity เพื่อรองรับผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 23.5 ล้านคน หากทำได้ตามแผน ปี 2569 จะไม่ใช่เพียงปีแห่งการฟื้นตัวเหนือระดับก่อนโควิดเท่านั้น แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบการเติบโตใหม่ในบริบทการแข่งขันที่เข้มข้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “โตได้หรือไม่” แต่อยู่ที่ “โตอย่างไร” การเพิ่มจำนวนผู้โดยสารหรือขยายที่นั่งเป็นเพียงการเติบโตเชิงปริมาณ (Volume Growth) แต่โจทย์ที่ท้าทายกว่านั้นคือการเปลี่ยนปริมาณให้กลายเป็นคุณภาพ (Quality Growth) กล่าวคือ การรักษาระดับ Yield ให้เหมาะสม ควบคุมต้นทุนต่อหน่วยไม่ให้ไต่ระดับตาม Supply ที่เพิ่มขึ้น และสร้างรายได้เสริมให้เติบโตในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้กำไรพึ่งพาปัจจัยภายนอก เช่น อัตราแลกเปลี่ยน หรือราคาน้ำมัน เพียงอย่างเดียว

หากไทยแอร์เอเชียสามารถรักษาวินัยด้านต้นทุน ควบคู่กับการบริหารเครือข่ายเส้นทางอย่างแม่นยำ และปรับสมดุลระหว่างส่วนแบ่งตลาดกับความสามารถทำกำไรได้อย่างเหมาะสม บริษัทก็มีโอกาสก้าวเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากกว่าอดีต

แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากการแข่งขันด้านราคากลับมารุนแรงจากการเพิ่มขึ้นของฝูงบินทั้งอุตสาหกรรม หรือหากดีมานด์ไม่เติบโตทันกับ Supply ที่ขยายตัว ความพยายามในการเร่งเติบโตอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อ Margin แทนที่จะเป็นแรงส่ง ดังนั้น ปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงปีแห่งความหวัง แต่ยังเป็นปีแห่งบทพิสูจน์ว่าไทยแอร์เอเชียจะสามารถยกระดับจาก “การฟื้นตัว” ไปสู่ “การเติบโตอย่างมีคุณภาพ” ได้จริงเพียงใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘AAV-ไทยแอร์เอเชีย’ ตั้งเป้าปี’69 โตแบบคุณภาพ พร้อมเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...