โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

‘ติด CGM 21 วัน’ กินผักก่อนกินข้าว ชะลอดูดซึมน้ำตาลได้จริง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"เบาหวาน"เป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ผู้ป่วยเบาหวานหลายท่านไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ มักมีค่าน้ำตาลในเลือดแกว่งขึ้นลง บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยเบาหวาน เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มักมีอาการเป็นลม หมดสติ ซึ่งถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เสี่ยงต่อภาวะโรคหัวใจ

“เครื่องตรวจน้ำตาลแบบต่อเนื่อง (continuous glucose monitoring; CGM)” เป็นอุปกรณ์ที่สามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลได้แบบต่อเนื่องตลอดเวลา และส่งข้อมูลไปยังโทรศัพท์มือถือได้แบบเรียลไทม์ มีระบบเตือนเมื่อระดับน้ำตาลตก ช่วยให้ผู้ป่วยดูแลตนเองได้ และส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต แพทย์ประจำตัวสามารถเข้าถึงผลน้ำตาลแบบเรียลไทม์ วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

โดยเครื่องตรวจน้ำตาลแบบต่อเนื่อง สามารถใช้วัดระดับน้ำตาลทุก ๆ 3 นาทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยจะติดเครื่องนี้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ปกติจะเเป็นเครื่องติดในร่างกาย มีเซ็นเซอร์เป็นโลหะปลอดภัย ยาวประมาณ 7 มม. สอดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แล้วเครื่องดังกล่าวนี้ส่งสัญญาณข้อมูลผ่านบลูทูธเข้าแอพพลิเคชั่นในมือถือและเข้าสู่อินเตอร์เน็ต ซึ่งตัวผู้ป่วย แพทย์และทีมผู้ดูแลสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ไทยจ่ายอ่วม! ‘เบาหวาน’ 2 หมื่นล้าน/ปี เร่งคัดกรอง ช่วยลดโรค NCDs

นวัตกรรม- AI เปลี่ยน ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ ลงทุนสุขภาพ พัฒนานวัตกรรมลดป่วย

10 ข้อคิด จากประสบการณ์แพทย์ติดCGM 21 วัน

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เล่าผ่านเพจ “หมอเจด” ตอนหนึ่งว่า ในฐานะที่เคยเป็น "อดีตสมาชิกสมาคมเบาหวาน" ที่ตอนนี้โบกมือลาเข็มฉีดยามาใช้ชีวิตชิลล์ ๆ ได้แล้ว วันนี้หมออยากมาแชร์ประสบการณ์ตอนติดเครื่อง CGM (Continuous Glucose Monitor) หรือเจ้าเครื่องติดตามน้ำตาลอัจฉริยะที่แปะแขนเราเหมือนเป็นไซบอร์ก

บอกเลยว่า 21วันที่อยู่กับมันเนี่ย "ตาสว่าง" ยิ่งกว่าดื่มกาแฟสิบแก้ว! นี่คือ 10 ข้อคิดแบบสนุก ๆ (แต่ห่วงใย) ที่หมออยากเล่าให้ฟัง

1. วินาทีแรกที่แปะ: "น้องมดกัด" ในตำนาน

หลายคนกลัวเข็ม หมอก็เคยกลัว! แต่เจ้า CGM นี่มันใช้เครื่องกดยิงปึกเดียว ความเจ็บระดับ 0.5/10 เท่านั้นครับ เหมือนโดนมดกัดแบบมดตกใจอ่ะ พอแปะปุ๊บ เรารู้สึกเหมือนเป็น Iron Man ทันที มีเซนเซอร์คอยรายงานผลสุขภาพเข้ามือถือตลอดเวลา เท่สุด ๆ!โดยเชื่อมกับไอโฟนได้เลย

2. ช็อกกับ "ขนมปังขาว หรือ น้ำจิ้มกับซุปชาบู555

หมอเคยคิดว่ากินขนมปังแผ่นเดียวไม่เป็นไรหรอก… ที่ไหนได้! พอกินเสร็จปุ๊บ กราฟในมือถือพุ่งปรี๊ดเหมือนรถไฟเหาะตีลังกาที่สวนสนุกเลยครับ ทำให้รู้เลยว่าแป้งขัดขาวเนี่ยแหละคือ "ตัวตึง" ที่ทำให้น้ำตาลสวิงจนเราเพลียระหว่างวัน ยังไม่รวมน้ำจิ๋มกับชาบู

"กินผัก โปรตีน ก่อนกินข้าว" ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้

3. คาถา "ใยอาหาร-โปรตีน-คาร์บ" (Sequence is King!)

ลองมากับตัวแล้วครับ! มื้อหนึ่งกินข้าวประเดิมก่อนเลย น้ำตาลพุ่งกระฉูด แต่อีกมื้อลองกิน "ผัก" ตามด้วย "เนื้อสัตว์" แล้วค่อยตบด้วย "ข้าว" ปรากฏว่ากราฟนิ่งเรียบเป็นทางด่วนตอนตีสามเลย การสลับลำดับการกินช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้จริง ๆ นะเพื่อน ๆ ข้อดีคือไม่เคยเกิน140เลย

4. การเดิน 15 นาทีหรือนั่งเขย่งน่อง = เวทมนตร์สลายน้ำตาล

หลังกินมื้อใหญ่ ถ้าหมอนั่งแช่ กราฟจะค้างเติ่งอยู่ข้างบนนานมาก แต่ถ้าลองลุกไป "เดินแกว่งแขน" หรือเดินย่อยสัก 15-20 นาที กราฟที่กำลังพุ่งจะค่อย ๆ หักหัวลงทันที เหมือนเราเปิดก๊อกระบายน้ำตาลทิ้งเลยครับ การออกกำลังกายเบา ๆ หลังมื้ออาหารคือของขวัญที่ดีที่สุดของร่างกาย

5. ความเครียด… น้ำตาลก็ขึ้นได้แม้ไม่ได้กิน!

มีอยู่วันหนึ่งหมอโดนตามเคสด่วน เครียดมาก! ไม่ได้กินอะไรเลยนะ แต่น้ำตาลพุ่งเฉยเลย เพราะร่างกายหลั่งคอร์ติซอลออกมาสั่งให้ตับปล่อยน้ำตาลเข้ากระแสเลือด เครื่อง CGM สอนให้หมอรู้ว่า "ใจที่เป็นสุข" สำคัญพอ ๆ กับ "ปากที่ระวัง" เลยครับ

ลดหวานอาจไม่ช่วย ควรนอนให้ดี สร้างกล้ามเนื้อ

6. พลังของการนอน (Sleep is Medicine)

คืนไหนหมอพักผ่อนน้อย วันรุ่งขึ้นน้ำตาลจะคุมยากมาก กินอะไรนิดหน่อยก็พุ่งสูง เครื่องนี้ฟ้องเลยว่า ถ้าอยากเผาผลาญดี อยากน้ำตาลนิ่ง ต้องนอนให้ถึง 7 ชม. เพื่อให้ฮอร์โมนอินซูลินทำงานได้เต็มประสิทธิภาพครับ

7. น้ำหวาน "สายสุขภาพ" ที่ไม่ค่อยสุขภาพ

บางทีเราสั่งชานม "หวาน 25%" แต่พอดูใน CGM… โอ้โห อีห่านเฮ้ย น้ำตาลยังพุ่งสูงกว่ากินข้าวขาหมูอีก! มันทำให้เราเลิกหลอกตัวเอง และฉลาดเลือกเครื่องดื่มที่เป็นมิตรกับหลอดเลือดเราจริง ๆ

8. กล้ามเนื้อคือ "ฟองน้ำซับน้ำตาล"

หมอสังเกตว่าช่วงไหนที่หมอเล่นเวทหรือมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น น้ำตาลจะนิ่งขึ้นมาก เพราะกล้ามเนื้อเราคือเตาเผาพลังงานชั้นยอด ใครอยากกินของอร่อยได้แบบไม่รู้สึกผิด ต้องขยันสร้างกล้ามเนื้อไว้นะครับ

9. การเพิ่มการเผาผลาญแบบ "Biohack"

ลองอาบน้ำเย็นหรือออกไปรับลมเย็น ๆ ดูบ้าง ร่างกายจะพยายามสร้างความร้อน และนั่นคือการดึงน้ำตาลมาเผาผลาญ (Brown Fat activation) หมอลองแล้ว กราฟขยับลงนิด ๆ สนุกดีเหมือนกันนะ

10. เป้าหมายสูงสุด: "การปิดเครื่องนี้ทิ้งไปซะ!"

ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมหมอถึงอยากให้ทุกคนปิดเครื่องนี้? นั่นก็เพราะว่า… เครื่อง CGM คือ "ครู" ครับ เราติดมันเพื่อเรียนรู้ว่าร่างกายเราตอบสนองต่ออะไรบ้าง พอเราเก่งแล้ว รู้จังหวะการกิน การเดิน การนอน จนกลายเป็นนิสัยที่ยั่งยืน เราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งเซนเซอร์ตลอดไป แต่เอาจริงๆ มีไว้เตือนสติตลอดก็ดีเหมือนกัน

การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อครับ มันคือการสำรวจตัวเอง วันหนึ่งเมื่อเพื่อน ๆ เข้าใจร่างกายตัวเองดีพอจน "กราฟในใจ" มันนิ่งและสุขภาพดีแล้ว วันนั้นแหละครับคือวันที่เราจะถอดเครื่องนี้ออกแล้วไปใช้ชีวิตที่แข็งแรงอย่างมีความสุขด้วยกัน!

อยากให้หมอช่วยวางแผนการกิน หรือไกด์เรื่องลำดับอาหารเมนูโปรดของเพื่อน ๆ ต่อไหมครับ? บอกมาได้เลยนะ!

ใครที่สามารถใช้เครื่องตรวจน้ำตาลแบบต่อเนื่องได้

ด้าน พญ.ณัฐกานต์ มยุระสาคร แพทย์ศูนย์เบาหวานและเมตาบอลิก โรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับการใช้เครื่องตรวจน้ำตาลแบบต่อเนื่องนั้น บุคคลที่สามารถใช้ได้มีดังนี้

  • ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งมาก ๆ ได้แก่ ช่วงที่น้ำตาลขึ้นสูงและช่วงที่น้ำตาลตก
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่ฉีดยาอินซูลิน 3 ครั้งต่อวันขึ้นไป
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่มีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำบ่อย โดยเฉพาะในรายที่ไม่มีอาการเตือน หน้ามืด หมดสติ
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่ระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C) สูง แม้จะกินยาสม่ำเสมอ ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่อยากเรียนรู้ระดับน้ำตาลของตนเอง

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้เครื่องตรวจน้ำตาลแบบต่อเนื่อง

  • ผู้ป่วยต้องตรวจระดับน้ำตาลปลายนิ้ววันละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อตั้งค่าของเครื่องให้ถูกต้อง
  • เนื่องจากการทำงานของเครื่องเป็นการวัดระดับน้ำตาลจากสารน้ำระหว่างเซลล์ที่ตำแหน่งติดอุปกรณ์ ซึ่งระดับน้ำตาลอาจมีค่าแตกต่างจากน้ำตาลปลายนิ้วได้ประมาณ 10 – 20% และอาจช้ากว่าอาการและระดับน้ำตาลในเลือดประมาณ 15 – 20 นาที ในกรณีอาการไม่สัมพันธ์กับค่าที่ได้จากเครื่อง แนะนำให้เจาะน้ำตาลปลายนิ้ว และรักษาตามระดับน้ำตาลปลายนิ้ว
  • อาจทำให้เกิดภูมิแพ้ผิวหนังได้สำหรับคนที่แพ้ง่าย
  • อาจมีอาการรำคาญหรือเจ็บบริเวณที่ติดอุปกรณ์
  • อาจพบการติดเชื้อผิวหนังตำแหน่งติดได้บ้าง ไม่สามารถเข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) และเครื่องเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ (MRI)
  • เครื่องกันน้ำ สามารถอาบน้ำสะดวก
  • อาจพบการติดเชื้อผิวหนังตำแหน่งติดอุปกรณ์ได้บ้าง

อ้างอิง:เพจ หมอเจด ,โรงพยาบาลพระรามเก้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...