SET เสี่ยงย่อ กังวลภาษีทรัมป์ครอบงำ แนะ “Selective Buy” ชู GPSC และ DIF
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัว และมีแนวโน้มย่อตัวลง ตลาดเข้าสู่ภาวะ risk-off กดดันจากข่าวที่ไทยอาจถูกสหรัฐฯ ใช้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น หากยังไม่บรรลุข้อเรียกร้องที่เหลืออีก 17 ข้อ ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิหลังซึมซับปัจจัยบวกไปค่อนข้างมาก ส่วนประเด็นการเมืองยังคงต้องรอ กกต.รับรอง ผล จึงจะเริ่มต้นจัดตั้งรัฐบาลได้ ทางเทคนิค ดัชนีมีโอกาสปรับลงทดสอบแนวรับ 1,465/1,455 แต่หากไม่หลุดมองเป็นการพักตัวช่วงสั้นและมีโอกาสฟื้นได้ แนวต้านประเมินที่ 1,490/1,500
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET โอกาสพักตัวเพื่อไปต่อในกรอบ 1,450-1,500 จุด โดยแม้ภาพรวมจะได้แรงหนุนจาก Fund Flow แต่ดัชนีได้ตอบรับข่าวดีเรื่องเสถียรภาพการเมืองไทยไประดับนึงแล้ว จนทำให้ดัชนีที่เข้าใกล้ 1,500 จุด ขยับขึ้นมาเทรด PER 2569F ที่ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี จึงอาจทำให้แรงส่งการปรับขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้นเพื่อลดความตึงตัวของ Valuation
โดยปัจจัยติดตามสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sector ซึ่งจะเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่จบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมทั้งนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่ยังมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ส่วนการประชุม กนง. คาดจะยังคงมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25%
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. ธีม Earnings Play ซึ่งกำไรไตรมาส 1/2569 มีโมเมนตัมเติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY อีกทั้งเรายังคง แนะนำ Outperform แนะนำ ADVANC BCH BDMS CENTEL CHG CPALL GULF PRM TRUE
2. ธีม Dividend Play ซึ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (XD ก.พ.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่คาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และล่าสุดยังไม่ประกาศจ่ายเงินปันผล แนะนํา AP BAM KBANK KTB PTT TISCO
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน ซึ่งมอง Flow มีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นหลักมาหาหุ้นรอง ได้แก่ BDMS BEM BJC CPN OR PTTGC
2) หุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตสะสมสูงในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มเห็น Cover Short ต่อเนื่อง พร้อมกับเก็บสะสมผ่าน NVDR ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต่างชาติเริ่มเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ CPALL GPSC MINT PTT TIDLOR WHA
3) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET ได้แก่ กลุ่ม ธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มค้าปลีก (CPN BJC TNP) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL)
และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว ได้แก่ PTTEP PTT TOP SPRC
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GPSC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและ Bond Yield ที่ปรับลง ขณะที่ปี 2569 คาดกำไรปกติยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ผ่านแนวโน้มต้นทุนที่ลดลงและความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก data center อีกทั้งยังมี Upside จากแผน Asset Monetization ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.00 บาท
DIF ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Bond Yield ที่ปรับลง และราคาหน่วยลงทุนมีความผันผวนต่ำท่ามกลางตลาดที่เผชิญความไม่แน่นอน ขณะเดียวกันยังมีจุดเด่นเรื่องกระแสรายได้ที่มั่นคงและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดี โดยคาดให้ Div. Yield ปี 2569 สูงราว 9.2% เป้าหมายระยะสั้นที่ 9.60 บาท