เจ้าของ Claude จวก ‘3 บริษัท AI จีน’ ใช้บัญชีปลอม 24,000 บัญชี ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนรายงานว่า Anthropic บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทได้ตรวจพบความพยายามจากบริษัท AI ของจีน 3 แห่ง ที่พยายามดึงความสามารถของแชตบอต Claude ของบริษัทออกไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง Anthropic ระบุว่า เป็นการ“ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาในระดับอุตสาหกรรม” โดยก่อนหน้านี้ OpenAI ก็ได้ออกมากล่าวหาในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนที่แล้ว
Anthropic ระบุว่า DeepSeek, Moonshot AI และ MiniMax ใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Distillation” หรือการกลั่นความรู้ ซึ่งเป็นการนำผลลัพธ์จากระบบ AI ที่มีศักยภาพสูงกว่า ไปใช้เพื่อเร่งยกระดับประสิทธิภาพของโมเดลที่มีความสามารถต่ำกว่าอย่างรวดเร็ว
“ปฏิบัติการเหล่านี้ กำลังทวีความเข้มข้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น” บริษัทกล่าวในแถลงการณ์ พร้อมเตือนว่า “ช่วงเวลาที่จะดำเนินการรับมือกำลังเหลือน้อยลง”
ทั้งนี้ “Distillation” ถือเป็นแนวปฏิบัติที่พบได้ทั่วไปในการพัฒนา AI โดยมักถูกใช้เพื่อสร้างโมเดลเวอร์ชันที่มีขนาดเล็กลง และต้นทุนต่ำลงจากโมเดลหลักของบริษัทเอง
แนวปฏิบัตินี้กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อปีที่แล้ว หลังจาก DeepSeek เปิดตัวโมเดล AI สร้างเนื้อหาราคาประหยัด ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ ChatGPT และแชตบอตชั้นนำของสหรัฐรายอื่น ๆ จนสั่นคลอนความเชื่อเดิมที่ว่า สหรัฐครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวด้านเทคโนโลยีนี้
Anthropic ระบุว่า บริษัทจีนเหล่านี้บรรลุเป้าหมายผ่านการโต้ตอบกับโมเดล Claude ประมาณ “16 ล้านครั้ง” และใช้บัญชีปลอมราว 24,000 บัญชี
วิธีการดังกล่าว เปิดทางให้ทั้งสามแล็บสามารถ “ดูด” ความสามารถที่ตนไม่ได้พัฒนาขึ้นเองออกไปได้ ด้วย “ต้นทุนเพียงเศษเสี้ยวหนึ่ง” ของการวิจัยและพัฒนาเอง และยังถือเป็นการเลี่ยงมาตรการควบคุมการส่งออกของเทคโนโลยีสหรัฐขั้นสูง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI ของอเมริกา
บริษัทชี้ว่า แนวปฏิบัตินี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยระบุว่า โมเดลที่สร้างขึ้นผ่านการกลั่นความรู้โดยมิชอบ อาจไม่คงไว้ซึ่งกลไกความปลอดภัย ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ข้อจำกัดในการช่วยพัฒนาอาวุธชีวภาพ หรือการเอื้อให้เกิดการโจมตีทางไซเบอร์
ด้าน OpenAI คู่แข่งสำคัญของ Anthropic และผู้พัฒนา ChatGPT ก็ได้กล่าวหาในทำนองเดียวกันต่อสมาชิกรัฐสภาสหรัฐเมื่อต้นเดือนนี้ โดยระบุว่า บริษัทจีนกำลังใช้เทคนิคดังกล่าว ท่ามกลางความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะอาศัยความสามารถที่พัฒนาโดย OpenAI และแล็บแนวหน้าของสหรัฐแห่งอื่น ๆ โดยไม่ลงทุนพัฒนาเอง
Anthropic ระบุว่า MiniMax เป็นผู้ดำเนินการปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่สุด โดยสร้างการโต้ตอบกับระบบมากกว่า 13 ล้านครั้ง
แต่ละปฏิบัติการมุ่งเน้นอย่างหนักไปที่ด้านการเขียนโค้ด, การให้เหตุผลแบบเอเจนต์ และการใช้เครื่องมือ
เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามของ Anthropic ที่ไม่อนุญาตให้เข้าถึงบริการเชิงพาณิชย์จากประเทศจีน แล็บเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าได้ส่งทราฟฟิกผ่านบริการพร็อกซี ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการเครือข่ายบัญชีปลอมจำนวนมหาศาล
Anthropic เรียกร้องให้ภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐร่วมกันตอบสนองอย่างเป็นระบบ โดยระบุว่า นี่เป็นปัญหาที่ไม่มีบริษัทใดสามารถรับมือได้เพียงลำพัง
อ้างอิง: guardian