โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เทศกาลโกหก พ่นลมปาก!? ป้ายข้างถนนเต็มเมือง แต่ในน้ำเต้าขายอะไร !? ** “ประชามติ” ฉีก ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ เริ่มเดือด !!

Manager Online

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ เทศกาลโกหก พ่นลมปาก!? ป้ายข้างถนนเต็มเมือง แต่ในน้ำเต้าขายอะไร !?

โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ภาพที่เห็นทั้งเวทีปราศรัยและป้ายข้างถนน ที่แข่งกันอวดนโยบายราวกับเป็นงานแฟร์ "ขายฝัน" ประจำชาติ

ถ้าไม่นับ “โคลน” ที่สาดกันเลอะเทอะ บนป้ายเหล่านี้ชวนตั้งคำถามว่า ทำได้จริง หรือ พูดให้ดูเท่!?

เพราะ ประสบการณ์การเมืองไทยสอนเรามาหลายรอบว่า คำพูดนักการเมืองมักวนลูปยิ่งกว่า "น้ำเน่า" เลือกตั้งทีไร ฝันใหม่มาเต็ม… พอหมดวาระ เหลือแต่คำแก้ตัว!

เลือกตั้งปี 2569 ก็หนีไม่พ้นวังวนนี้

ล่าสุดกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง กกต. เปิดเผยนโยบายของพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายงบประมาณ ตามมาตรา 57 พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ นำส่งเอกสารและเตรียมนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ วันที่ 30 ม.ค.นี้ มาคลี่ดูกันให้ชัดๆ

จากพรรคที่ส่งผู้สมัครบัญชีรายชื่อทั้งหมด 57 พรรค แต่ถ้าจะเจาะกันจริง คงต้องโฟกัสที่ “สามสีใหญ่” ที่ทุกสำนักโพล เห็นตรงกันว่า มีโอกาสเป็นแกนตั้งรัฐบาล

"แดง–น้ำเงิน–ส้ม"

มาดูกันว่าแต่ละค่าย…ในน้ำเต้าขายอะไรกันบ้าง!?

เริ่มจาก "แดง" หมายเลข 9 – พรรคเพื่อไทย แพกเกจนโยบายมาเต็มสูตร “ครอบจักรวาล” … สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน มีใช้ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ยกระดับแรงงานด้วยเทคโนโลยี AI for All เรียนจบมีงานทำ

Soft Power สร้างรายได้ บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ค่าไฟถูก รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย บ้านเพื่อไทย 30 บาทรักษาทุกที่

และนโยบายที่เขย่าโซเชียลแรงสุดตอนนี้ “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” จากแนวคิดเชิงเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นถกเถียงระดับชาติ

ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นประชานิยมขายฝัน ไม่ต่างกับกล่องสุ่ม… อีกฝ่ายยืนยันว่า เป็นกลไกดึงเศรษฐกิจนอกระบบขึ้นบนดิน

คำถามจึงไม่ใช่ว่า “แจกหรือไม่แจก”แต่คือ ทำอย่างไร และจะคุ้มจริงหรือไม่ !?

ขณะที่ "น้ำเงิน" หมายเลข 37 – พรรคภูมิใจไทย ยังยึดแบรนด์เดิมที่แฟนคลับจำได้แม่น “พูดแล้วทำ”

แต่รอบนี้เติมคำว่า “พลัส” และ ขยับเกมไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่ขานโยบาย … แต่ขายภาพ "รัฐบาลสำเร็จรูป"

ชูสูตรชัด เลือก "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ได้ทีมบริหาร "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" เป็นรองนายกฯ "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" เป็นรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ

นโยบายจึงมาเป็นแพ็ก ใช้งานทันที ปราบสแกมเมอร์ ทลายทุนเทา ไม่เอากาสิโน "คนละครึ่งพลัส" ลดรายจ่ายผู้ซื้อ เพิ่มรายได้ผู้ขาย ค่าไฟหน่วยละ 3 บาท มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท

ทหารอาสา–พยาบาลอาสา เงินเดือนและระยะเวลาจ้างชัดเจน … เรียนฟรี มีงานทำ การศึกษาเท่าเทียมพลัส

จุดขายของน้ำเงินไม่ใช่ฝันไกล … แต่คือการตอกย้ำว่า ถ้าได้อำนาจวันนี้ พรุ่งนี้เดินเครื่องได้เลย!

“อนุทิน” ถึงกับเกทับบลั๊บแหลกในการหาเสียงว่า อยู่มา 2 เดือนกว่า พูดแล้วทำอะไรไปเยอะแยะ ถ้าได้รับเลือกมาอยู่ 4 ปี คงทำอะไรได้มากกว่านี้จนประชาชนจะต้องร้องบอกว่า…พอแล้วๆๆ

แหม..ดูจากรัฐบาลหนู บริหารจัดการ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ต้องไม่ลืมว่า ประชาชนไม่ใช่แค่ร้องว่า พอแล้วๆแต่มีคำว่า"พอกันที" มาด้วยนะจ๊ะ

ฝ่าย "ส้ม" หมายเลข 46 – พรรคประชาชน ยังเดินเกมถนัด นโยบายที่ส่ง กกต.และป้ายหาเสียง มีแต่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง … สร้างประเทศไทยที่ "ไม่เทา เท่ากัน และ ทันโลก"

รื้อรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร สร้างกองทัพสมัยใหม่ กระจายอำนาจ เปิดข้อมูลรัฐ ปราบทุจริต ทลายรังสแกมเมอร์ สวัสดิการถ้วนหน้าตั้งแต่เกิดจนแก่ ขึ้นค่าแรงตามสูตรใหม่ คืนที่ดิน ปลดหนี้เกษตรกรสูงวัย ลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ แก้ฝุ่น สร้างงานในประเทศ

เป็นนโยบายที่ฟังแล้วชวนเคลิ้บเคลิ้ม “เปลี่ยนประเทศ!!”

แต่คำถามเดิมยังค้างอยู่ในใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อย จะฝ่าด่าน "ความอ่อนด้อย" …"ไร้เดียงสา” และ “พูดจากลับกลอก” ของตัวเองได้แค่ไหน !?

สรุปว่า แดงขายความหวัง… น้ำเงินขายความพร้อม… ส้มขายการเปลี่ยนโครงสร้าง

ทั้งหมดจะเป็น สิ่งที่ทำได้จริง หรือแค่เทศกาลโกหก พ่นลมปากตามฤดูกาลเลือกตั้ง ก็อยู่ที่ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน

อีกไม่กี่วันข้างหน้ารู้กันว่า…ในน้ำเต้า ใครขายฝัน ใครที่โกหกพกลม หรือ…เป็นเหมือนกันหมด!

++ “ประชามติ” ฉีก ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ เริ่มเดือด !!

การเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ มิได้มีนัยสำคัญเพียงการตัดสินใจเลือกผู้แทนราษฎรเข้าสู่สภาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทยในอีกมิติหนึ่ง นั่นคือ การใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนประชามติ

ในคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่”

การเข้าคูหาในครั้งนี้ ประชาชนจะได้ใช้สิทธิผ่านบัตรลงคะแนน 3 ใบ ได้แก่ บัตรเลือกตั้งสส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งสส. ระบบบัญชีรายชื่อ และบัตรลงคะแนนออกเสียงประชามติ

คิดดูแล้วก็แปลก เรากำลังจะมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี2560 ขณะเดียวกันก็ต้องมาตอบคำถามว่า… “จะฉีก หรือไม่ฉีก” รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้เลือกตั้งนี้

ถ้าประชาชน กา “เห็นชอบ” ก็จะเป็นการเปิดประตูไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจทางการเมืองในระยะยาวได้

เมื่อมองไปยังท่าทีของพรรคการเมือง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการรณรงค์ ชี้นำว่าจะลงประชามติไปในทิศทางใด ตอนนี้หลายพรรคเริ่มแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน โดยแบ่งออกเป็นสองขั้วหลัก

ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการฉีกฉบับปัจจุบัน แล้วยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ประกอบด้วยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ และขนาดกลางหลายพรรค เช่น พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย รวมไปถึงสมาชิกบางส่วน ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยังมีข้อจำกัดในการสะท้อนเจตจำนงของประชาชน และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย

ขณะที่พรรคการเมืองที่ประกาศไม่เห็นด้วย กับการทำประชามติ เป็นพรรคใน “กลุ่มอนุรักษ์นิยมเข้มข้น” ไม่ว่าจะเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรครักชาติ พรรคไทยภักดี และ พรรคการเมืองในแนวเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มุ่งเน้นการปราบปรามการทุจริต และสร้างกลไกถ่วงดุลอำนาจทางการเมืองอย่างรัดกุม การเปิดทางให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจเป็นการทำลายหลักประกันดังกล่าว

นอกเหนือจากสนามการเมืองในระบบแล้ว พลังทางสังคมก็เริ่มขยับตัวอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มภาคประชาชน อย่าง “ไอลอว์” ก็ได้ออกมารณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิและลงคะแนน “เห็นชอบ” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมองว่า นี่เป็นโอกาสสำคัญในการคืนอำนาจการกำหนดกติกาสูงสุด ให้แก่ประชาชน

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มประชาสังคมที่แสดงท่าที “ไม่เห็นชอบ” ก็ปรากฏตัวเช่นกัน ในนาม “นักวิชาการเพื่อสังคม” นำโดย “วิชา มหาคุณ” อดีตกรรมการป.ป.ช. รวมไปถึงกลุ่มอดีต สว. และ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งต่างออกมาแสดงความกังวลว่า การเปิดทางให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการลดทอนกลไกตรวจสอบถ่วงดุลที่มีอยู่

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย พยายามขยี้ประเด็นสำคัญว่า หากการทำประชามติครั้งนี้ ได้รับความเห็นชอบ อาจนำไปสู่การ “รื้อนั่งร้าน” ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเฉพาะใน “หมวด 1 และ หมวด 2” ซึ่งว่าด้วยรูปแบบของรัฐ และสถาบันหลักของประเทศ การสื่อสารในลักษณะนี้ สะท้อนความพยายามในการจุดกระแสความหวาดกลัว เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ ที่ถูกนิยามว่าเป็น “รัฐธรรมนูญปราบโกง” และรักษาโครงสร้างอำนาจเดิมเอาไว้

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การทำประชามติครั้งนี้ หนีไม่พ้นการต่อสู้ทางความคิด และอุดมการณ์ของหลายฝ่าย โดยมีเดิมพันสูงไม่แพ้การเลือกตั้งทั่วไป

และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า หากผลออกมาแตกต่างจากความคาดหวังของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองระลอกใหม่!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...