อียูลงมติหนุนใช้วัสดุรีไซเคิลทางเคมี ผลิตขวดพลาสติกใช้แล้วทิ้ง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่าภายใต้กฎหมายของสหภาพยุโรป (อียู) ขวดพลาสติกใช้แล้วทิ้งจะต้องมีพลาสติกรีไซเคิล อย่างน้อย 25%โดยสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี 2573
ปัจจุบัน เฉพาะพลาสติกที่รีไซเคิลด้วยวิธีการทางกล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการล้าง การบด และการหลอมใหม่เท่านั้น ที่สามารถนำมาใช้ในการคำนวณสัดส่วนได้ แต่ 27 ประเทศสมาชิกอียูได้ลงมติให้ขยายสิทธิประโยชน์เดียวกันนี้ ไปยังพลาสติกที่รีไซเคิลด้วยกระบวนการทางเคมี
นางแอนนา-ไคซา อิตโคเนน โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของอียู อธิบายว่า การลงมติครั้งนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญ ในการกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับการรีไซเคิลทางเคมี ในระดับสหภาพยุโรป ทุกภาคส่วนเชื่อว่า การรีไซเคิลทางเคมีสามารถช่วยนำบรรจุภัณฑ์บางประเภทที่จัดการยาก กลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ภาชนะบรรจุโยเกิร์ต
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิ่งแวดล้อม “ซีโร่ เวสต์ ยุโรป” ร้องเรียนว่า กระบวนการนี้ใช้พลังงานสูง ก่อให้เกิดมลพิษมากกว่าเทคนิคเชิงกล และอาจเป็นข้ออ้างให้บริษัทต่าง ๆ ยังคงผลิตพลาสติกต่อไป นอกจากนั้น ยังสร้างแบบอย่างที่อันตรายสำหรับ “การฟอกเขียว” เกี่ยวกับปริมาณวัสดุรีไซเคิล
ด้านแหล่งข่าวจากอีซีกล่าวว่า มีแรงกดดันอย่างมากจากภาคอุตสาหกรรม ให้สนับสนุนการรีไซเคิลทางเคมี แม้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประโยชน์ของมันก็ตาม.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES