โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประเทศ "Middle Powers" รวมพลัง ต้านมหาอำนาจในโลกที่แตกหัก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีแคนาดา ยืนยันว่าประเทศขนาดกลาง หรือ

ในโลกที่ถูกควบคุมโดยชาติมหาอำนาจ แค่ไม่กี่ชาติ ที่สามารถบงการอะไรก็ได้ตามใจชอบ “ชาติขนาดกลาง” หรือ “Middle Powers” ต้องจับมือกันเพื่อสร้างกฎระเบียบโลกใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าชาติมหาอำนาจไม่มีสิทธิที่จะครอบครองทุกอย่างบนโลกใบนี้ หรือคิดจะทำอะไรก็ได้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่สนใจว่าประเทศอื่นจะเป็นอย่างไรบ้าง

นี่เป็นสิ่งที่ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีของแคนาดา ได้ขึ้นพูดบนเวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับเสียงปรบมือจากทั่วโลก

คาร์นีย์ย้ำว่า ประเทศขนาดกลาง ไม่ใช่ประเทศที่ไร้พลัง ซึ่งประเทศที่เป็น Middle Powersต้องร่วมมือกัน เพราะหากเราไม่ยืนหยัดร่วมกัน เราก็จะถูกกิน ซึ่งคาร์นีย์บอกว่ากฎระเบียบโลกแบบเก่ามันจบลงไปแล้ว และไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคร่ำครวญถึงอดีต โดยคาร์นีย์บอกว่า จากนี้ไป โลกจะต้องมุ่งหน้าเผชิญโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่โลกที่เราอยากให้เป็น

ที่ผ่านมา ประเทศขนาดกลางต้องยอมรับข้อเสนอที่ประเทศมหาอำนาจเตรียมไว้ให้ และยังต้องแข่งขันกันเอง เพื่อดูว่าใครจะเป็นผู้ที่ทำให้ประเทศมหาอำนาจพอใจได้มากที่สุด ซึ่งคาร์นีย์บอกว่านี่ไม่ใช่อธิปไตย แต่เป็นการเสแร้งว่ามีอธิปไตย ทั้งที่ความจริง เรากำลังถูกกดขี่ ประเทศเหล่านี้แทนที่จะแข่งขันกันเอง ควรจะรวมพลังกันเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ ซึ่งจะสร้างเครือข่ายด้านการค้า การลงทุน วัฒนธรรม ที่ทุกประเทศร่วมวาดอนาคตและโอกาสร่วมกันได้

คาร์นีย์ได้กล่าวสุนทรพจน์นี้ ในวันแรกของการประชุม World Economic Forum ก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมาร่วมการประชุม และประกาศเรื่องความพยายามยึดครองกรีนแลนด์ และเรื่องการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์พยายามจะใช้อำนาจทุกอย่างที่ตัวเองมี ไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางการทหาร อำนาจทางเศรษฐกิจ และอำนาจทางการเมือง เพื่อกดดันให้กรีนแลนด์มาเป็นของสหรัฐฯ แม้ประเทศในยุโรปจะคัดค้านเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งดูเหมือนว่า โลกกำลังจะมุ่งหน้าสู่การแข่งขันกันของชาติมหาอำนาจอย่าง สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ที่ประเทศอื่น ๆ ทำได้แค่นั่งดูเฉย ๆ และรอคอยรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น แต่คาร์นีย์มองไปไกลกว่านั้น ถึงเส้นทางใหม่ ที่ชาติขนาดกลางจับมือสร้างร่วมกันได้

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวที World Economic Forum โดยมีใจความคล้าย ๆ กัน ที่กล่าวถึงอธิปไตยด้านการค้า และยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ แม้ว่ามาครงจะโฟกัสไปที่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยุโรปเป็นหลัก แต่ก็เป็นจุดยืนที่ต่อต้านนโยบายของประเทศมหาอำนาจที่พยายามบีบให้ประเทศที่เล็กกว่าไม่มีทางเลือก นอกจากทำตาม ซึ่งมาครงบอกว่า นี่เป็นการใช้กฎของผู้แข็งแกร่ง ที่ต้องการให้ประเทศอื่นเป็นรัฐบริวาร

มาครงยังพูดถึงความสำคัญที่ยุโรปควรหากลุ่มพันธมิตรด้านการค้าใหม่ ๆ เช่น BRICS รวมทั้งเจรจาเพิ่มผลประโยชน์ของตัวเอง ในการเจรจาการค้ากับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ขึ้นพูดบนเวที World Economic Forum ส่งสารถึงประชาคมโลกเช่นกันว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างถาวร และยุโรปไม่สามารถหวังให้ระเบียบโลกแบบเดิมกลับมาได้อีกต่อไป ซึ่งทุกประเทศต้องทบทวนจุดยืนของตัวเองอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความมั่นคง เรื่องการค้า เรื่องพลังงาน เรื่องเทคโนโลยี และยิ่งหากเรายอมรับความจริงว่าโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ได้เร็วเท่าไร เราก็จะคว้าโอกาสได้มากขึ้นเท่านั้น และสิ่งที่สำคัญก็คือ แม้เธอจะยังบอกว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ยุโรปต้องมีทางเลือก และจะไม่ปิดกั้นตัวเอง โดยยุโรปจะยังคงทำงานร่วมกับประเทศอื่น ๆ ต่อไป

จากคำกล่าวของทั้งสามคนจะเห็นได้ว่าชาติตะวันตก กำลังหันมาดำเนินนโยบายที่อยู่กับความเป็นจริงมากขึ้น ที่สหรัฐฯ อาจจะไม่ใช่พันธมิตรที่เชื่อถือและพึ่งพาได้อีกต่อไป และรวมพลังกันต่อต้านการชี้นำของชาติมหาอำนาจ ซึ่งประเทศขนาดกลาง หรือ Middle Powers มีพลังที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ในระเบียบโลกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...