พ่อสาวนักศึกษา ตัดสินใจโพสต์ตรงๆ ถึงสังคม แล้วล่าสุด
วันที่ 22 มกราคม 2569 พ่อของสาววัย 19 ปี เจ้าของร้านสูทแห่งหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังครอบครัวกำลังเผชิญกระแสดราม่าร้อน กรณีมีประเด็นพัวพันกับ ทนายความชื่อดัง โดยยืนยันเหตุผลที่ต้องลุกขึ้นสู้ แม้มีหลายเสียงแนะนำให้หยุด และภาวนาให้ลูกสาวเข้มแข็ง พร้อมยอมรับว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่โทรตามลูกมาที่ร้านในวันเกิดเหตุ
สืบเนื่องจากกรณีที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่เรื่องราวของทนายคนดังรายหนึ่ง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับหญิงสาวอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านสูท จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก่อนที่ ทนายความชื่อดัง ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล จะออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยอมรับผิดและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษทุกฝ่าย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด โดยจะชี้แจงผ่านกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส คำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
ล่าสุด พ่อของสาววัย 19 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านสูท ได้โพสต์ระบายความในใจ ระบุว่า ช่วงนี้ คือมรสุมลูกใหญ่ในชีวิตเลย ตอนที่ทราบเรื่อง มีหลายคนบอกให้หยุด ให้มันผ่านไป ถือเป็นบทเรียน แต่สิ่งที่ผมพยายามลุกออกมาสู้จนถึงวันนี้ ซึ่งมันยังไม่จบหรอก ผมอยากจะบอกว่า ผมรักลูกมากๆ จริงๆ ตั้งแต่เลี้ยงดูมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก เค้าไม่เคยต้องลำบากในการใช้ชีวิต แต่ผมจะสอนลูกเสมอให้รู้จักความลำบาก หน้าที่ตนเอง การเห็นอกเห็นใจคนอื่น สิ่งที่ผมอาจจะสอนน้อยไปหน่อยคือ การไว้ใจคนอื่น เพราะบางครั้งแม้แต่ตัวเราเองยังพลาดเลยในเรื่องการไว้ใจคนอื่นจนถึงตอนนี้
สมมติเรื่องแย่ๆ แบบนี้ได้เกิดขึ้น เด็กผู้หญิงคนอื่น แล้วมันหายเงียบไปเลย คนที่เจ็บ คนที่รู้สึกแย่ที่สุดคือเด็กคนนั้น และมันคงเป็นตราบาปเป็นความทรงจำที่ไม่ดีกับเค้าไปตลอดชีวิต อย่างน้อยในวันนี้ผมก็อาจจะสามารถเซฟเด็กคนอื่นๆไว้ ไม่ให้โดนเรื่องอะไรแบบนี้ ผมไม่อยากได้เงิน ผมไม่ได้หิวเงิน ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมคงไม่โทรตามลูกสาวให้มาที่ร้านในวันนั้น แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องสู้กันต่อไป
บทลงโทษหรือปลายทางของเรื่องนี้มันมีอยู่แล้วครับ ขอบคุณสำหรับกำลังใจอันล้นหลามที่ส่งเข้ามา ส่วนคอมเม้นต์แย่ๆผมพยายามปล่อยผ่าน ไม่สนใจ และภาวนาให้ลูกผมเข้มแข็งและสู้ไปกับผม อยากให้ทุกคนที่คอมเม้นต์แย่ๆลองคิด ทบทวนดูดีๆว่า ถ้าเรื่องมันเกิดขึ้นกับคนที่คุณรัก คุณจะทนได้มั้ย คุณจะสู้อย่างไร อย่างเช่นผมที่เป็น คนธรรมดาคนนึง ไม่มีหน้าสื่อ ไม่มีบารมี เส้นสายใดๆ แต่ผมก็จะทำหน้าที่ของพ่อให้ดีที่สุดครับ
ปล.และถ้าถามว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องมาจากผมเอง ที่นัดให้ลูกมาช่วยถ่ายงานที่ร้านสูท
โพสต์ดังกล่าว