"ทำงานเป็นกะ" ฝืนนาฬิกาชีวิตร่างกาย ทำงานกลางคืน นอนกลางวัน อันตรายกว่าที่คิด
ในโลกที่ขับเคลื่อนตลอด 24 ชั่วโมง อาชีพอย่างตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ หรือพนักงานโรงงาน เลี่ยงไม่ได้ที่ต้อง "ทำงานเป็นกะ" (Shift Work) แต่รู้หรือไม่ว่าการฝืนธรรมชาติด้วยการทำงานกลางคืนและนอนกลางวันนั้น อันตรายกว่าที่คิด เพราะมันคือการทำลาย "นาฬิกาชีวิต" (Circadian Rhythm) ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาให้สัมพันธ์กับแสงอาทิตย์และการหลั่งฮอร์โมน
ทำไมการทำงานกะดึกถึง "อันตราย"
นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายว่า ระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น อุณหภูมิ การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และการย่อยอาหาร จะทำงานสอดคล้องกันโดยมีสมองควบคุม
ปัญหาคือเมื่อเราเปลี่ยนมานอนกลางวัน ร่างกายจะปรับวงจรการนอนได้ก่อน แต่วงจรอื่นๆ ต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่า 1 สัปดาห์ ผลที่ตามมาคือร่างกายรวน จนเกิดภาวะนอนไม่เพียงพอ อ่อนล้า และสูญเสียสมาธิ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
เช็กด่วน! ผลกระทบต่อสุขภาพที่สะสมแบบไม่รู้ตัว
นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แบ่งผลกระทบออกเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะสั้น (ทันที): คุณภาพการนอนต่ำ หลับไม่สนิท เครียดง่าย ประสิทธิภาพการตัดสินใจลดลง
ระยะยาว (สะสมจนเป็นโรค)
ระบบหัวใจและหลอดเลือด: ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน
โรคมะเร็ง: โดยเฉพาะความเสี่ยง "มะเร็งเต้านม"
ระบบเผาผลาญ: โรคอ้วน และโรคเบาหวาน
ระบบสืบพันธุ์: ในผู้หญิงอาจมีบุตรยาก หรือเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย
สุขภาพจิต: ภาวะกังวล และโรคซึมเศร้า
3 เคล็ดลับ "คนทำงานกะ" กู้คืนสุขภาพไม่ให้พัง
หากหลีกเลี่ยงงานกะไม่ได้ นี่คือ 3 กลยุทธ์ที่แพทย์แนะนำเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตให้แข็งแรง
1. กลยุทธ์การนอน (Sleep Management)
- หาเวลางีบหลับ 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้ากะเพื่อสำรองพลังงาน
- สร้างสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทด้วยม่านทึบแสงและเครื่องป้องกันเสียง
- งดดื่มชา-กาแฟ ก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนจริง
2. การเลือกทานอาหาร (Nutrition)
- หลังเที่ยงคืนห้ามกินหนัก! เพราะระบบย่อยทำงานช้าลง
- เน้นอาหารเบาๆ ที่ย่อยง่ายและมีประโยชน์ เช่น "นม" ซึ่งช่วยเคลือบกระเพาะอาหารและลดความเสี่ยงโรคกระเพาะ
3. การออกกำลังกาย (Physical Activity)
- ช่วงเวลาทองคือ "หลังตื่นนอน" เพราะจะช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเฉงพร้อมลุยงานกะต่อไป
การทำงานเป็นกะอาจเป็นหน้าที่ที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การรู้จักปรับตัวตามหลักการแพทย์จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคร้ายและรักษาคุณภาพชีวิตให้ยืนยาวได้
ที่มา : nationtv