โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"ทำงานเป็นกะ" ฝืนนาฬิกาชีวิตร่างกาย ทำงานกลางคืน นอนกลางวัน อันตรายกว่าที่คิด

SpringNews

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในโลกที่ขับเคลื่อนตลอด 24 ชั่วโมง อาชีพอย่างตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ หรือพนักงานโรงงาน เลี่ยงไม่ได้ที่ต้อง "ทำงานเป็นกะ" (Shift Work) แต่รู้หรือไม่ว่าการฝืนธรรมชาติด้วยการทำงานกลางคืนและนอนกลางวันนั้น อันตรายกว่าที่คิด เพราะมันคือการทำลาย "นาฬิกาชีวิต" (Circadian Rhythm) ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาให้สัมพันธ์กับแสงอาทิตย์และการหลั่งฮอร์โมน

ทำไมการทำงานกะดึกถึง "อันตราย"

นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายว่า ระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น อุณหภูมิ การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และการย่อยอาหาร จะทำงานสอดคล้องกันโดยมีสมองควบคุม

ปัญหาคือเมื่อเราเปลี่ยนมานอนกลางวัน ร่างกายจะปรับวงจรการนอนได้ก่อน แต่วงจรอื่นๆ ต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่า 1 สัปดาห์ ผลที่ตามมาคือร่างกายรวน จนเกิดภาวะนอนไม่เพียงพอ อ่อนล้า และสูญเสียสมาธิ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

เช็กด่วน! ผลกระทบต่อสุขภาพที่สะสมแบบไม่รู้ตัว

นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แบ่งผลกระทบออกเป็น 2 ระยะ คือ

  • ระยะสั้น (ทันที): คุณภาพการนอนต่ำ หลับไม่สนิท เครียดง่าย ประสิทธิภาพการตัดสินใจลดลง

  • ระยะยาว (สะสมจนเป็นโรค)

  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน

  • โรคมะเร็ง: โดยเฉพาะความเสี่ยง "มะเร็งเต้านม"

  • ระบบเผาผลาญ: โรคอ้วน และโรคเบาหวาน

  • ระบบสืบพันธุ์: ในผู้หญิงอาจมีบุตรยาก หรือเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย

  • สุขภาพจิต: ภาวะกังวล และโรคซึมเศร้า

3 เคล็ดลับ "คนทำงานกะ" กู้คืนสุขภาพไม่ให้พัง

หากหลีกเลี่ยงงานกะไม่ได้ นี่คือ 3 กลยุทธ์ที่แพทย์แนะนำเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตให้แข็งแรง

1. กลยุทธ์การนอน (Sleep Management)

  • หาเวลางีบหลับ 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้ากะเพื่อสำรองพลังงาน
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทด้วยม่านทึบแสงและเครื่องป้องกันเสียง
  • งดดื่มชา-กาแฟ ก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนจริง

2. การเลือกทานอาหาร (Nutrition)

  • หลังเที่ยงคืนห้ามกินหนัก! เพราะระบบย่อยทำงานช้าลง
  • เน้นอาหารเบาๆ ที่ย่อยง่ายและมีประโยชน์ เช่น "นม" ซึ่งช่วยเคลือบกระเพาะอาหารและลดความเสี่ยงโรคกระเพาะ

3. การออกกำลังกาย (Physical Activity)

  • ช่วงเวลาทองคือ "หลังตื่นนอน" เพราะจะช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเฉงพร้อมลุยงานกะต่อไป

การทำงานเป็นกะอาจเป็นหน้าที่ที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การรู้จักปรับตัวตามหลักการแพทย์จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคร้ายและรักษาคุณภาพชีวิตให้ยืนยาวได้

ที่มา : nationtv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...