“ตัวช่วย-ตัวถ่วง”
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ที่หวังจะเป็นแกนนำรัฐบาลต้องเร่งโหมหาเสียง ปล่อยทีเด็ดหวังคะแนน โดยเฉพาะ “พรรคประชาชน (ปชน.)” ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญ นอกจากจะได้คะแนนเสียงมาเป็นลำดับ 1 จะต้องได้ห่างจากพรรคที่ได้คะแนนเป็นลำดับ 2 พอสมควร เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้พรรคที่คะแนนเสียงรองลงมา ขอตั้งรัฐบาลแข่ง ยิ่งจุดยืนท่าทีของพรรคส้มที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปมร้อนที่ทำให้หลายพรรคการเมืองประกาศไม่ขอร่วมงานด้วย
นอกจากนี้ในเวทีดีเบตของสื่อค่ายหนึ่ง “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน. เป็นเพียงคนเดียวที่ประกาศว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) จะไม่มีการล็อกมาตราใดมาตราหนึ่ง ส่วนคนอื่นที่ร่วมดีเบตประกาศว่า จะไม่แก้มาตรา 1 และ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถาบัน
ขณะที่ "นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ" รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่บางฝ่ายระบุว่าไม่มีการล็อกเรื่องการแก้ไข รธน.หมวด 1 และหมวด 2 เอาไว้ว่า คนที่บอกว่าต้องล็อกหมวด 1 และหมวด 2 คือคนที่ไม่ได้ดูคำวินิจฉัยของศาล รธน. หากดูจะทราบว่า สิ่งที่รัฐบาลตั้งไปเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล รธน. และแค่ล็อกหมวด 1 และ หมวด 2 ยังไม่เพียงพอ และดูแค่นั้นไม่ได้ เพราะยังมีเรื่องของพระราชอำนาจ เช่น ในหมวดของคณะรัฐมนตรี (ครม.), พระราชอำนาจในการตราพระราชกำหนด, พระราชอำนาจในการให้ความเห็นชอบกับสนธิสัญญา, การตราร่างพระราชกฤษฎีกา และการแต่งตั้งข้าราชการ อีกทั้งมีในหมวดของรัฐ รัฐสภา เรื่องพระราชอำนาจในการยุบสภา ในการเห็นชอบพระราชกฤษฎีกายุบสภา รวมถึงหมวดเรื่องการแก้ไข รธน. ที่ห้ามการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่ามีข้อจำกัดแค่ไหนที่ถือว่าการเปลี่ยนแปลง
ผู้สื่อข่าวถามว่าคนที่เสนอไม่ต้องการให้ล็อกหมวด 1 และหมวด 2 จะต้องพูดเงื่อนไขให้ชัดเจนหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ให้คนๆนั้นพูดเลย แล้วบันทึกเอาไว้ พูดให้หมดว่าไม่ปรับอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่หมวด 1 และหมวด 2 เพราะเรื่องนั้นไปอยู่อีกหลายหมวด เท่ากับชี้ให้สังคมเห็นว่า ไม่ใช่แค่หมวด 1 และหมวด 2 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบัน ยังมีประเด็นอื่น ดังนั้นต้องจับตาดูการแก้ไข รธน. หากผ่านกระบวนการทำประชามติจะมีพรรคการเมืองไหนเสนอแก้ไขมาตราต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับสถาบันหรือไม่
นอกจากนี้ในวันที่ 25 ม.ค. 69 "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) จะเข้าร่วมเวทีปราศรัย "เชื่อในประชาชน" ที่ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป จากนั้น เวลา 17.00 น. นายพิธา จะไปที่ตลาดแบล็คมาร์เก็ต BTS แพรกษา จ.สมุทรปราการ เพื่อไปปราศรัยใหญ่ช่วยผู้สมัคร สส.สมุทรปราการหาเสียงเลือกตั้ง แต่อย่าลืมก่อนหน้านั้น "นายพิธา" เคยปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2566 ที่ จ.กาญจนบุรี โดยนายพิธา ระบุตอนหนึ่งว่า "80 ปี ประเทศไทย ทหารมีไว้ทำไม ก็จะไปรบกับใคร สมมุติมีคนมารุกราน ผมก็ไม่เชื่อว่าคุณจะรบชนะด้วย แล้วอีกอย่างคือตอนนี้เป็นเรื่องของอาวุธ ประเทศที่อยู่ใกล้ๆ กันที่เคยทะเลาะกันมันไม่ทะเลาะกันแล้ว
ทุกวันนี้บางประเทศไม่ต้องมีกองทัพด้วยซ้ำไป ถ้าผู้นำฉลาดพอ มันคือเรื่องกฎกติกาสากล มันคือระเบียบโลก ยิ่งประเทศเล็กๆ อย่างพวกเรายิ่งต้องฉลาด สามารถทำให้ประหยัดงบกองทัพ วันนี้จะมาหาคำตอบกันว่าเราจะทลายทุนทหาร อะไรคือขุมทรัพย์สีเขียว" จนทำให้หลายคนย้อนคำพูดดังกล่าว มาตั้งคำถามกับผู้สมัครพรรค ปชน. ในหลายพื้นที่หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา จนทำให้นายพิธาต้องออกมาขอโทษ ระหว่างตระเวนพบปะคนไทยที่สหรัฐ ตอนที่ตนพูด ตนนึกถึงทหารสนามกอล์ฟ ไม่ได้นึกถึงทหารสนามรบ มันเป็นความผิดของผมเอง จนถึงทุกวันนี้ผมยังรู้สึกเสียใจ
อยากจะขอโทษทหารสนามรบ ทหารชั้นผู้น้อย ทหารมืออาชีพจริงๆ ที่เขาเสียสละเพื่อจะปกป้องแผ่นดินของเรา เพราะตอนที่พูด พูดในช่วงที่ทหารมีนาฬิกาแพง ๆ ทหารที่ทำการรัฐประหาร ทหารสนามกอล์ฟ แต่ไม่ได้พูดออกมาให้ชัดว่า ผมเคารพทหารสนามรบ แต่ทหารที่ปกครองประเทศเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เราก็รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่พูดไปตอนนั้นมันเอาต์เดตมากกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน บางทีพรรคส้มคิดว่าเป็นจุดแข็งอาจกลายเป็นจุดอ่อน ดังนั้นการดึง "พิธา" มาช่วยหาเสียงแทนที่จะได้คะแนนนิยมมากขึ้น อาจกลายเป็นผลลบ คำกล่าวมีทหารไว้ทำไม หรือการติดสติกเกอร์ให้ยกเลิกมาตรา 112 อาจถูกขุดขึ้นมาดิสเครดิต และโจมตีในห้วงเวลาสำคัญ ขณะที่ท่าทีของแต่ละพรรคการเมืองที่คาดจะมีโอกาสเป็นแกนนำเริ่มส่งสัญญาณถึงเป้าหมายในการเลือกตั้ง
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจนิด้าโพล คาดการณ์ผลคะแนนการเลือกตั้ง 69 โดยพรรค ภท.มาอันดับ 1 จะได้ 150 ที่นั่ง เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ต่ำกว่าเป้าหมาย พร้อมกับหัวเราะ เมื่อถามว่าต้องการ 500 ที่นั่งเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า “ใช่ไหมล่ะ” พร้อมกล่าวต่อว่า เป้าหมายของทุกคนต้องการเท่าไหร่ ก็ต้องเกิน 150 แต่ผลสำรวจก็เอาไว้เป็นตัวชี้วัดและเป็นเครื่องมือในการประเมินว่า เราได้ทำงานไปในระดับไหน ถ้าตรงกับสิ่งที่คิดก็ไม่ต้องสงสัยและเดินหน้าต่อได้ แต่หากไม่ตรงกับที่คิดก็ต้องมานั่งทบทวนแก้ไข
เมื่อถามต่อว่า 150 ที่นั่งเพียงพอต่อการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้หลังผลเลือกตั้งออกมา
เราไม่เคยประกาศว่าจะ 50-200 ที่นั่ง แต่เราใช้ความทุ่มเท และความจริงใจ ขอความมั่นใจจากประชาชน ประชาชนจะตัดสินใจในวันที่ 8 ก.พ.นี้ และคืนนั้นเราจะทราบว่าเราอยู่ในบทบาทไหน
เมื่อถามย้ำว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่มีการแบ่งพื้นที่ให้กับคู่แข่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า แบ่งพื้นที่แปลว่าอะไร เราสู้ทุกเขตอยู่แล้ว ทุกคนในพรรค ภท.ลงไปช่วยกันขอเสียงจากประชาชน เมื่อถามอีกว่า พรรครัฐบาลเดิมได้มีการติดต่อขอแบ่งในบางพื้นที่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า ไม่มี พร้อมถามกลับว่า เล่นกอล์ฟเป็นหรือไม่ ก่อนกล่าวว่า การแข่งขันต้องแข่งกันตามกติกา แข่งขันด้วยความสามารถของตนเอง ไม่มีใครมาขอได้ และไม่มีใครยอมได้
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรค ปชน. เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองชัยภูมิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ “นายปิยบุตร แสงกนกกุล” แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. ขึ้นปราศรัย โดยระบุว่า พรรคพวกเราถูกยุบมาสองครั้ง ถูกตัดสิทธิมาหลายคน เราเลือกตั้งได้ที่หนึ่งแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ถามว่าเราท้อแท้กับเรื่องนี้ไหม ไม่ครับ เราเดินหน้าต่อสู้ต่อ ในปี 66 เรามีความหวังว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะเป็นนายกฯ แต่ก็โดนเขาสกัด วันนี้มาถึงแล้ว เราไม่ต้องรอถึงปี 70 แต่ปี 69 ได้เลือกตั้งแล้ว ครั้งแรกเมื่อปี 62 แสดงไปแล้วไม่ผ่าน อีกครั้งหนึ่งปี 66 แสดงไปแล้วได้ 14.4 ล้านเสียงก็ยังถูกสกัดขัดขวางอยู่อีก ถ้าครั้งนี้ครั้งที่สามเราได้เสียงรวมกันไปได้ถึง 20 ล้านเสียง ได้ สส. เกิน 250 คน นั่นคือสัญญาณที่พี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศนี้บอกออกมาดังๆ ว่า ประชาชนคนไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศออกใบอนุญาตให้พรรค ปชน.เป็นรัฐบาล ไม่ต้องมีใบอนุญาตอื่นอีกแล้ว
ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย (พท.จ.พิจิตร) แกนนำพรรค พท. นำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยนายพงษ์ศักดิ์ เหลืองวิจิตร ผู้สมัคร สส.พิจิตร เขต 1 พรรค พท. โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันนี้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท. คะแนนนิยมขึ้นทุกวันๆ ล่าสุดไปดีเบตมามีการทำโพลโดยให้ประชาชนโหวตเข้าไป เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มาอันดับ 1 แล้ว เป็นคนคนเดียวในแวดวงการเมืองที่ไม่เคยทะเลาะกับใคร ไม่มีสาดโคลน ไม่มีป้ายสี พรรคการเมืองอื่นสาดโคลนกัน ด่ากัน พวกตนไม่ชี้นิ้วใส่คนอื่น เพราะเชื่อมั่นไม่ว่าจะเทาจะดำ ประชาชนไม่เลือกอยู่แล้ว
“มีพรรคการเมืองหนึ่งสีน้ำเงินอยู่เป็นรัฐบาลมา 2 เดือน ผมว่าท่านเห็นผลงานแล้ว น้ำท่วมหาดใหญ่คนตายหลาย 100 ทั้งเรื่องของการจัดกีฬาซีเกมส์ แต่วันนี้เดินหน้าอย่างเดียวคือการย้ายข้าราชการ ดังนั้นขอโอกาสพรรค พท. ถ้าเลือก พท.ทั้งสองใบพวกผมไม่ย้ายข้าราชการให้เหนื่อย แต่จะย้ายนายกฯ ออก 1 คน อนุทินออกได้แล้ว” นายจุลพันธ์ กล่าว
วันนี้เชื่อว่าใกล้โค้งสุดท้าย ภาพและความชัดเจนว่าพรรคไหนจะมีโอกาสลุ้นการได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคไหนจะเผชิญขวากหนามหรือประสบวิบากกรรม ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งที่เข้มข้นและดุเดือดมากที่สุดครั้งหนึ่ง
ทีมข่าวการเมือง