โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ผ่านชีวิตมาเยอะ และทำอะไรสำเร็จมาตั้งมากมาย ทำไมเรายังไม่มั่นใจตัวเองอยู่ดี

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

หลายคนอาจจะรู้สึกว่าทั้งๆ ที่ตัวเองทำสิ่งต่างๆ มาก็มาก ผ่านชีวิตมาก็เยอะ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่รู้สึกมั่นใจตัวเองอยู่ดี จนอาจเผลอคิดไปว่าความไม่มั่นใจในตัวเองเกิดจากพันธุกรรม การเลี้ยงดู หรือประสบการณ์ในวัยเด็ก แต่นักจิตวิทยา Nick Wignall ระบุว่า สิ่งที่ส่งผลต่อความมั่นใจมากที่สุดไม่ใช่อดีต แต่คือ “พฤติกรรมที่เราทำซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน” และนี่คือ 5 พฤติกรรมทางจิตวิทยาที่บ่อนทำลายความมั่นใจโดยไม่รู้ตัว

1. เสพติดการขอความมั่นใจจากคนอื่น

การคอยถามย้ำว่า “โอเคไหม” หรือ “จะพลาดหรือเปล่า” อาจช่วยคลายกังวลชั่วคราว แต่ในระยะยาวกลับฝึกสมองให้กลัวการตัดสินใจเอง เมื่อไม่มีใครคอยยืนยัน ความไม่มั่นใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฝึกยอมรับความรู้สึกของตัวเอง (self-validation) แทนการพึ่งพาคำตอบจากคนอื่น บอกกับตัวเองว่า “ฉันรู้สึกแบบนี้ได้ และมันก็โอเค” จะช่วยความต้องการในการขอคำยืนยันจากคนอื่น เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญในการพัฒนาความมั่นใจในตัวเองที่ดีเลย

2. ลังเลและสงสัยในตัวเองตลอดเวลา

การลังเล (second-guess) บ่อย ๆ เป็นการส่งสัญญาณให้สมองเชื่อว่า “เราตัดสินใจเองไม่ได้” ยิ่งลังเลบ่อย ก็ทำให้ครั้งต่อ ๆ ไปยิ่งลังเลมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะความไม่มั่นใจในผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ยิ่งในเวลาที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ หรือเรื่องที่ส่งผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน แต่ทางออกไม่ใช่การรอให้มั่นใจ 100% แล้วค่อยตัดสินใจ แต่คือการยอมรับว่าการตัดสินใจนั้นอาจถูกหรือผิดก็ได้ สิ่งสำคัญคือการยอมรับในจุดนี้ และยอมให้ตัวเองตัดสินใจทั้งที่รู้สึกอึดอัดดูบ้าง จะช่วยฝึกให้สมองเห็น “ความวิตกกังวล” เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่อันตราย และจะทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น โดยไม่ต้องมานั่งย้อนคิดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก

3. คิดลบและคาดการณ์ร้ายเกินจริง

หลายคนคิดในแง่ลบตลอดเวลา เช่น เขาต้องไม่ชอบฉันแน่ ๆ ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก หรือเมื่อเจ้านายเรียก ก็คิดว่าจะต้องโดนดุ โดนด่า หรือที่ร้ายแรงกว่านั้น การคิดไปถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองอยู่ในโหมดระแวงตลอดเวลา ซึ่งกัดกร่อนความเชื่อมั่นในตัวเอง และทำให้กลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจนั่นเอง เพราะฉะนั้นเรื่องบางเรื่อง ไม่จำเป็นต้องคิดซ้ำ ๆ ว่าอะไรร้าย ๆ จะเกิด ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติบ้างก็ได้ ลองพยายามปล่อยวางแล้วทำให้ดีที่สุดแทนจะดีกว่า

4. จมอยู่กับความผิดพลาดในอดีต

การทบทวนอดีตเพื่อเรียนรู้เป็นเรื่องที่ดี แต่การคิดวนซ้ำ ๆ (rumination) แบบคิดไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้ตกตะกอนบทเรียนจากมัน มีแต่จะเพิ่มความอับอายและลดความเชื่อมั่นในตัวเอง

การหยุดจมอยู่กับอดีตเริ่มจากการยอมรับความคิด ความรู้สึก และความผิดพลาดโดยไม่ตีตราตัวเอง ไม่ต้องมองกลับไปในอดีต แต่ให้สนใจสิ่งที่สามารถควบคุมได้ในปัจจุบันแทนจะมองความผิดพลาดในอดีตให้เป็นบทเรียนที่ใช้พัฒนาตัวเอง และอยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ

5. กลัวความกลัวของตัวเอง

หลายครั้งอุปสรรคไม่ใช่สถานการณ์ตรงหน้า แต่คือความกลัวว่าจะ “รู้สึกกลัว” จนสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ความกลัวเป็นเพียงสัญญาณเตือนจากสมอง ซึ่งอาจไม่ใช่ภัยจริงเสมอไป คนที่มั่นใจไม่ใช่คนที่ไม่มีความกลัว แต่คือคนที่ยอมรับและก้าวผ่านมันได้

การเอาชนะความกลัวไม่ใช่การพยายามกำจัดความกลัว แต่เป็นการเรียนรู้ว่า ความกลัวก็เป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่ใคร ๆ ก็มี เพราะสมองผลิตขึ้นเพื่อเตือนให้เราเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่เราคิดว่ากำลังจะเกิดขึ้น เราแค่ต้องฝึกแยกแยะว่าสิ่งที่เรากำลังกลัวมันจะเกิดขึ้นจริงแน่ ๆ ใช่ไหม และตอบสนองต่อสถานการณ์ด้วยเหตุผลและสติ แทนการปล่อยให้ความกลัวครอบงำแล้วตัดสินใจอะไรโดยที่ไม่มีสติ

สรุปแล้วความมั่นใจไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิด แต่เป็นทักษะที่สร้างได้จากพฤติกรรมในปัจจุบัน การเลิกพึ่งพาการยืนยันจากคนอื่น การยอมรับความไม่แน่นอน ปล่อยวางอดีต และพยายามเอาชนะความกลัว คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ความมั่นใจค่อย ๆ กลับมาได้อย่างแน่นอน

อ้างอิง:

Nick Wignall. 5 Psychological Reasons You Don’t Feel Confident. https://nickwignall.com/5-psychological-reasons-you-dont-feel-confident/

บทความต้นฉบับได้ที่ : ผ่านชีวิตมาเยอะ และทำอะไรสำเร็จมาตั้งมากมาย ทำไมเรายังไม่มั่นใจตัวเองอยู่ดี

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...