“อาร์ท ปวงชนไทย” ตีแสกหน้า! คนไทยสู้แล้วไม่รวย เพราะกติกาไม่เคยอยู่ข้างคนทำงาน
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.69 “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก อาร์ท เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เนื้อหาระบุว่า เคยตั้งคำถามกันไหมครับ ว่าทำไมทั้งๆ ที่เราก็ขยันและตั้งใจทำงานทุกวัน สู้ชีวิต อดทนต่อความลำบาก ได้เงินเดือน แต่ในทุกเดือน กลับไม่เคยพอใช้ ไม่ต้องถามถึงเงินออมเพราะแทบจะไม่มี
ผมขอพูดตรงๆ แบบไม่โลกสวยนะครับ วันนี้คนไทยไม่ได้ขี้เกียจ ไม่ได้ใช้เงินมั่ว ไม่ได้ฟุ่มเฟือยกว่าคนชาติอื่น ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ พ่อค้าแม่ค้าเริ่มงานตั้งแต่เช้ามืด SME หรือผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ต่างก็ทำงานแทบไม่มีวันหยุด แรงงานจำนวนมากต้องทำหลายอาชีพพร้อมกัน เพื่อให้พอ “อยู่รอด” ในแต่ละเดือน
แต่คำถามที่ทุกเจนตอบเหมือนกันคือ… ทำไมเงินเก็บยังไม่มี? คำตอบไม่ใช่เพราะเราไม่รู้จักออม และไม่ใช่เพราะเราขยันไม่พอ แต่เพราะความจริงมันคือ…ประเทศไทยกำลังเป็นประเทศที่ “เก็บเงินไม่อยู่” ชุดวาทกรรมที่บอกว่า “สู้แล้วรวย” จึงไม่เป็นความจริง
ปัญหาไม่ใช่รายได้ แต่คือ “ระบบทั้งประเทศ” หลายปีที่ผ่านมา เราถูกสอนให้เชื่อว่าเศรษฐกิจโต = ชีวิตดี GDP ดี = คนจะรวยเอง แต่ชีวิตจริงของคนไทยคือ รายได้ขึ้นช้า รายจ่ายขึ้นเร็ว เงินที่หามาได้…หายก่อนจะทันได้ออม เพราะเงินจำนวนมากไม่ได้หมุนอยู่ในประเทศ แต่มันไหลออก ผ่านระบบที่คนไทยไม่ได้เป็นเจ้าของ ค่าแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชัน ค่าโฆษณา ค่าระบบดิจิทัลที่ถ้าไม่จ่าย…ก็ทำมาหากินไม่ได้ คนไทยทำงาน แต่เงินไปอยู่ในระบบของชาติอื่น นี่ไม่ใช่ความผิดของประชาชน แต่มันคือปัญหาของกติกา
คอร์รัปชัน คือ เงินภาษีที่ไม่เคยกลับมาหาเรา เราจ่ายภาษี แต่โรงพยาบาลยังขาด โรงเรียนยังโทรม ถนนยังพังเหมือนเดิม ประชาชนสูญเสียเพราะเครนถล่ม ถนนพระรามสอง กลายเป็น พระรามสยอง งบประมาณจำนวนมาก หมดไปกับโครงการแพงเกินจริง งานก่อสร้างที่ซ่อมซ้ำซาก หรือโครงการที่ไม่เคยตอบโจทย์ชีวิตคนจริง ๆ
สุดท้ายประชาชนต้อง “จ่ายซ้ำ” • จ่ายภาษีแล้ว • ยังต้องจ่ายค่ารักษาเอง • ค่าเรียนเอง • ค่าซ่อมรถเอง • ค่าเยียวยาไม่เท่ากับความสูญเสีย เงินออมเลยไม่เคยเกิด ตั้งแต่ต้นทาง
ระบบราชการช้า = ต้นทุนชีวิตที่ไม่มีใครชดเชย สำหรับ ธุรกิจขนาดย่อย ย่อม กลาง พวก MSME นี่แหละที่ต้องเผชิญกับปัญหามากมาย เพราะการติดต่อรัฐ 1 เรื่อง ไม่ได้เสียแค่เวลา แต่เสียทั้ง เงิน + โอกาส ใบอนุญาตที่ควรได้เร็ว กลับต้องรอเป็นเดือน กฎเยอะ เอกสารซ้ำ ขั้นตอนซ้อนขั้นตอน ร้านเล็กอยากโต แต่เงินหมดไปกับค่าเช่า ค่าแรง ระหว่างรอ “ระบบอนุมัติ” ธุรกิจไม่โต รายได้ไม่เพิ่ม เงินเก็บก็ไม่เกิด
ภาษีไม่แฟร์: คนตัวเล็กจ่ายจริง คนตัวใหญ่เลี่ยงได้ ส่วนพ่อค้าแม่ค้า SME มนุษย์เงินเดือน คือกลุ่มที่ “หนีภาษีไม่ได้” ในขณะที่คนตัวเล็กถูกตรวจเข้ม รายใหญ่บางกลุ่มกลับมีช่อง วางโครงสร้าง โอนกำไร หรือใช้สิทธิพิเศษที่คนทั่วไปไม่มีวันเข้าถึง สุดท้ายรัฐเก็บจากคนที่จ่ายง่าย แทนที่จะเก็บจากคนที่มีกำลังจ่ายจริง ภาระเลยตกกับคนทำงานทั้งประเทศ
เศรษฐกิจโต…แต่โตแค่บางคน เศรษฐกิจไทยอาจโต แต่โตแบบกระจุก รายใหญ่เข้าถึงทุนง่าย ดอกเบี้ยต่ำ เข้าถึงรัฐ เข้าถึงนโยบาย แต่ MSME กลับต้องเจอกับวงจรปัญหา ไม่ว่าจะเป็น การกู้ยาก ดอกแพง การแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม และยังต้องโดนหักค่าแพลตฟอร์มทุกขั้นตอน ขายมาก แต่กลับเหนื่อยมาก เงินไม่เหลือ กำไรแทบไม่มี นี่ไม่ใช่ความล้มเหลวของผู้ประกอบการ แต่มันคือโครงสร้างที่ไม่แฟร์
ค่าครองชีพแพง เพราะเรา “เลือกไม่ได้” ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่ารถไฟฟ้าที่แสนจะโหดหลายต่อ คือค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรัฐบริหารพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไม่ดีต้นทุนทั้งหมดจะถูกโยนมาให้ประชาชนทันที เงินเดือนขึ้นนิดเดียว แต่ค่าครองชีพขึ้นทุกเดือนเงินออมเลยหายไปแบบไม่รู้ตัว
สรุปแบบไม่อ้อม คือ ทุกคนกำลังสู้ชีวิต แต่ปัญหาคือ พวกเราสู้แล้ว “ไม่รวย” ประเทศของเราเป็นประเทศที่เก็บเงินไม่อยู่ ประชาชนไม่มีวันเก็บออมได้ นี่ไม่ใช่เพราะปัญหานิสัยของประชาชน แต่คือปัญหา ระบบทั้งประเทศ ประเทศที่ดี ไม่ใช่ประเทศที่ประชาชนต้อง “อดทนเก่ง” แต่ต้องเป็นประเทศที่ • เงินอยู่ในระบบ • มีโอกาสหมุนเวียน • และความพยายามของคนไม่สูญเปล่า
ถึงเวลาที่พวกเราต้องเลือก “ทิศทางใหม่” การแก้ปัญหานี้จึงไม่ใช่การแจกเงินเป็นรอบๆ ไม่ใช่คำสัญญาสวยหรู และไม่ใช่การบอกให้คนไทย “อดทนอีกหน่อย” แต่มันคือการเปลี่ยนวิธีคิดในการบริหารประเทศทั้งระบบ ประเทศต้องมีผู้นำที่เข้าใจว่าทำไมเงินไม่อยู่ ทำไมประชาชนสู้แล้วไม่รวย ประเทศที่มองเห็นว่ากติกาแบบไหนเอื้อคนส่วนน้อย และกล้าปรับโครงสร้างให้แฟร์กับคนส่วนใหญ่
ถ้าเราอยากเห็นประเทศที่เงินอยู่ในประเทศ ธุรกิจไทยยืนได้ และคนรุ่นใหม่มีอนาคตจริงๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เลือกคน แต่คือการเลือกว่าเราจะอยู่กับระบบเดิม หรือเริ่มต้นกับ “กติกาใหม่” กติกาที่คนทำงานไม่จนลง คนทำธุรกิจไม่หมดแรง และความฝันของคนธรรมดา ไม่ถูกระบบดูดหายไป
เพราะประเทศที่ “เก็บเงินได้” คือประเทศที่คนมีอนาคต และประเทศแบบนั้น ต้องเริ่มจาก “พรรคที่ยืนข้างคนธรรมดาจริง ๆ” พรรคปวงชนไทยไม่โทษคนจน ไม่โทษคนทำมาหากิน ไม่โทษ SME ว่า “ปรับตัวไม่เก่ง” แต่กล้าชี้ตรงๆ ว่า ปัญหาอยู่ที่ กติกาและโครงสร้างที่ไม่แฟร์
เพราะพรรคปวงชนไทยมองเศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่เงินภาษี ระบบราชการ แพลตฟอร์มภาษีไปจนถึงค่าครองชีพของคนธรรมดา ไม่ใช่แค่แจกเงินให้พอเงียบ แต่คิดว่าจะทำอย่างไร ให้เงินอยู่ในประเทศ อยู่กับธุรกิจไทย และอยู่กับประชาชนให้นานพอจะมีอนาคต
เพราะพรรคปวงชนไทยเชื่อว่า… ประเทศที่เก็บเงินได้ ประชาชนถึงจะเก็บออมได้ และถ้าเราอยากเปลี่ยนจาก “ประเทศที่เงินไหลผ่าน” ไปสู่ “ประเทศที่เงินอยู่จริง” และทุกคน “สู้แล้วรวย”การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็น การเลือกทิศทางใหม่ เลือกกติกาใหม่ และจะเป็นการเลือกอนาคตของคนธรรมดาทั้งประเทศครับ