เปิด 10 'ผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์' รายได้สูงสุด เบอร์ 1 'สตีฟ โคเฮน' รับวันละ 9 ล้านดอลลาร์
บลูมเบิร์กจัดอันดับผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่มี “รายได้สูงสุด” ประจำปี 2025 โดย"สตีฟ โคเฮน" ผู้ก่อตั้งเฮดจ์ฟันด์ Point72 Asset Management และเจ้าของทีมเบสบอลนิวยอร์ก เม็ตส์ ครองอันดับ 1 ด้วยรายรับรวม 3,400 ล้านดอลลาร์ (กว่า 1 แสนล้านบาท) หรือเทียบเท่ากับรายได้ตกเฉลี่ยวันละประมาณ 9 ล้านดอลลาร์ (ราว 280 ล้านบาท)
สตีฟ โคเฮน จากกองทุน Point72 Asset Management
การจัดอันดับดังกล่าววัดจาก "รายได้ส่วนบุคคลของผู้จัดการกองทุน" ซึ่งรวมทั้ง "กำไรจากเงินลงทุนของตนเองในกองทุน" และ "ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงาน" ไม่ใช่การจัดอันดับจากผลตอบแทนที่กองทุนทำได้
อันดับ 2 เป็นของ "เดวิด เทปเปอร์" จากกองทุน Appaloosa Management ที่ทำรายได้ 3,200 ล้านดอลลาร์ ส่วนอันดับ 3 คือแชมป์เก่าในปีที่แล้ว "อิซซี อิงแลนด์เดอร์" ผู้ก่อตั้งกองทุน Millennium Management ที่รับไป 3,100 ล้านดอลลาร์
เดวิด เทปเปอร์ จากกองทุน Appaloosa Management
อิซซี อิงแลนด์เดอร์ จากกองทุน Millennium Management
ทั้งนี้ การขึ้นสู่อันดับหนึ่งเป็นครั้งแรกของโคเฮน วัย 69 ปี ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เขาเคยเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2013 เมื่อกองทุนเดิมของเขาที่ชื่อว่า SAC Capital รับสารภาพผิดในคดีใช้ข้อมูลวงในซื้อขาย และต้องคืนเงินให้ลูกค้าทั้งหมด แม้ตัวโคเฮนจะปฏิเสธการกระทำผิดส่วนบุคคลก็ตาม
หลังเปิดรับเงินลงทุนใหม่ในปี 2018 เงินทุนกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ไหลกลับสู่กองทุนใหม่ที่ชื่อว่า Point72 ทันที และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จนปัจจุบันกองทุนเฮดจ์ฟันด์นี้บริหารสินทรัพย์มูลค่า 45,700 ล้านดอลลาร์ และจัดอยู่ในกลุ่มกองทุน Multistrategy รายใหญ่ของโลก
ทั้งนี้ปี 2025 ถือเป็น "ปีที่แข็งแกร่ง" ของอุตสาหกรรมเฮดจ์ฟันด์โดยรวม ตลาดหุ้นที่ผันผวนช่วยผลักดันผลตอบแทนอุตสาหกรรมของบรรดากองทุนป้องกันความเสี่ยงสู่ระดับดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา หรือดีที่สุดในรอบ 16 ปี
ยุคทองของเฮดจ์ฟันด์ในปีที่แล้วทำให้ผู้จัดการ 20 อันดับแรก ทำรายได้เฉลี่ยถึงคนละ 1,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 43,600 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี และยังเป็นปีที่มีจำนวนผู้จัดการทำรายได้เกิน 1 พันล้านดอลลาร์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์
โดยรวมแล้ว ผู้จัดการใน 20 อันดับแรกของบลูมเบิร์ก ทำรายได้รวมกัน 28,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 882,000 ล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา
แม้กองทุนของโคเฮนทำผลตอบแทน 17.5% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่รายได้ส่วนตัวของเขาสูงกว่าคู่แข่งอย่าง "เคน กริฟฟิน" ผู้ก่อตั้งกองทุน Citadel ซึ่งทำรายได้ 2,400 ล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน
สำหรับผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์รายได้สูงสุด 10 อันดับแรกในปี 2025 มีดังนี้
- สตีฟ โคเฮน (Point72) – 3.4 พันล้านดอลลาร์
- เดวิด เทปเปอร์ (Appaloosa) – 3.2 พันล้านดอลลาร์
- อิซซี อิงแลนด์เดอร์ (Millennium) – 3.1 พันล้านดอลลาร์
- คริส โฮห์น (TCI) – 3.0 พันล้านดอลลาร์
- เคน กริฟฟิน (Citadel) – 2.4 พันล้านดอลลาร์
- แดน ซันด์ไฮม์ (D1) – 2.3 พันล้านดอลลาร์
- เดวิด ชอว์ (D.E. Shaw) – 1.6 พันล้านดอลลาร์
- เจฟฟ์ ทัลพินส์ (Element) – 1.1 พันล้านดอลลาร์
- บิล แอคแมน (Pershing Square) – 1.0 พันล้านดอลลาร์
- คริส โรคอส (Rokos) – 930 ล้านดอลลาร์
ที่มา: Bloomberg