โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SELIC โชว์งบปี 68 กำไรนิวไฮ 15.3% แตะ 147 ลบ. เคาะปันผลหุ้นพร้อมเงินสด ขึ้น XD 6 พ.ค.นี้

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“บมจ. ซีลิค คอร์พ หรือ SELIC” โชว์สถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งรายไตรมาสและรายปี ประกาศปี 2568ทำกำไรแตะ 147.12ล้านบาท โต 15.3%โดยสามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างแข็งแกร่งสวนทางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ตอกย้ำความสำเร็จจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารงานที่คล่องตัว ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาขีดความสามารถในการทำกำไร และสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้แก่ผู้ถือหุ้น บอร์ดเสนอจ่ายปันผลเป็นเงินสดพ่วงหุ้นสามัญ ในอัตราหุ้นละไม่เกิน 0.05696บาท ขึ้น XD วันที่ 6พ.ค. 2569กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 22พ.ค. 2569นี้ ชงผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 13,282,052บาท รองรับการจ่ายหุ้นปันผล
นายณรงค์ สุวัฒนพิมพ์ รองประธานกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย รวมทั้งวิจัยและพัฒนากาวอุตสาหกรรมที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม (Specialty and High Performance Adhesive) เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2568บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,061.08ล้านบาท ลดลง 4%จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากยอดขายในธุรกิจฉลากที่มีกาวในตัวและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ชะลอตัวตามภาวะตลาด ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 7%อยู่ที่ 686.52ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 33.4%จาก 30.1%ในปี 2567 EBITDA แตะ 372.14ล้านบาท โต 1.3% และกำไรสุทธิ อยู่ที่ 147.12ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3%
โดยโครงสร้างการดำเนินงานสามารถแยกตามกลุ่มธุรกิจ (Segment Reporting) ได้ดังนี้ 1.ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กาว Solvent, ผลิตภัณฑ์กาว Hot Melt, ผลิตภัณฑ์กาว Water Based มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 28% 2.ธุรกิจสติ๊กเกอร์ หรือฉลากที่มีกาวในตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กระดาษ, ผลิตภัณฑ์ฟิล์ม, ผลิตภัณฑ์ฉลาก (พิเศษ) มีสัดส่วนอยู่ที่ 38%และ 3.ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บรรเทาปวด, ผลิตภัณฑ์ปฐมพยาบาล มีสัดส่วนอยู่ที่ 34%ซึ่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศในปี 68โดยสัดส่วนการขายในประเทศ 67%และสัดส่วนการขายต่างประเทศ 33%
“แม้ว่าบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่ชะลอตัว ซึ่งกดดันการเติบโตของรายได้จากการขาย อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถรักษาแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากผลการดำเนินงานของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจฉลากที่มีกาวในตัว ซึ่งยังสามารถสร้างอัตรากำไรให้เติบโตขึ้นได้ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทมีโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม (B2B) และผู้บริโภค (B2C) รวมถึงมีการกระจายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วนที่เหมาะสม โครงสร้างดังกล่าวช่วยลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจหรือตลาดใดตลาดหนึ่ง และสนับสนุนความสามารถของบริษัทในการบริหารความเสี่ยงและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน” นายณรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทฯได้มีมติเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568จากกำไรสุทธิ โดยจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 23หุ้นเดิมต่อ 1หุ้นปันผล (23 : 1) หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลไม่เกิน 0.02174บาทต่อหุ้น ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใดมีเศษของหุ้นเดิมหลังจากจัดสรรหุ้นปันผลแล้ว ให้จ่ายปันผลเป็นเงินสดแทนการจ่ายเป็นหุ้นปันผลในอัตราหุ้นละไม่เกิน 0.02174บาท และจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.03522บาท ซึ่งเมื่อรวมการจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญและเงินสด คิดเป็นการจ่ายปันผลอัตราหุ้นละไม่เกิน 0.05696บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 6พฤษภาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 7พฤษภาคม 2569และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22พฤษภาคม 2569
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ยังมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 13,282,052บาท จากเดิมทุนจดทะเบียน 305,487,187.50บาท เป็นทุนจดทะเบียน 318,769,239.50บาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 26,564,104หุ้น เพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผล
สำหรับปี 2569บริษัทฯ จะเดินหน้าทั้ง 3กลุ่มธุรกิจแบบเต็มสูบ ให้สามารถสร้างรายได้และรักษาการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว จากการที่ SELIC มีกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งแบบ B2B และ B2C รวมถึงสัดส่วนของกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วนที่พอเหมาะ ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับตัวในการดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนได้อย่างเหมาะสม สามารถสร้างยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น ผ่านผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเห็นได้ว่าบริษัทฯ สามารถเพิ่ม EBITDA และกำไรสุทธิได้ดีในปี 2568 จากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ยังคงมีดีมานด์สูงทั้งในและต่างประเทศ
“SELIC ยังคงเดินหน้าธุรกิจด้วยความแข็งแกร่ง ทั้ง 3ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มเติบโตได้จากความต้องการสินค้าเฉพาะทางและการขยายฐานลูกค้า ขณะที่ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอาจฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามภาวะการผลิตและการส่งออกของภาคอุตสาหกรรม ส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพยังคงดำเนินกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาดเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนรายได้ทั้งปี 69ให้เติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง” นายณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...