กนง. หั่นดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% จุดพลิก Valuation หุ้นไทย เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินด้วยเสียง 4 : 2 เห็นควรลดดอกเบี้ย 0.25%นั้น
มองว่าแม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 - 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงด้านต่ำ (มองเงินเฟ้อต่ำในระยะถัดไป) จากแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม
ประกอบกับอุปสงค์ที่มีจำกัดตามเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ สาเหตุที่สนับสนุนให้ลดดอกเบี้ยเป็นเพราะต้องการให้สนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจและบรรเทาภาระหนี้สินกับ SME
แม้การส่งออกจะขยายตัวได้ดีแต่ทางคณะกรรมการระบุว่าเป็นการกระจุกตัวในกลุ่ม Technology เป็นสำคัญและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจลดลงกว่าในอดีต ขณะที่การบริโภคมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง
ระยะสั้นสร้างแรงกดดันต่อธนาคารพาณิชย์ผสานกับก่อนหน้าปรับขึ้นมาค่อนข้างเยอะแต่เชื่อ Downside ไม่มากเพราะยังมีประเด็นบวกเรื่องปันผลค้ำราคาหุ้นเอาไว้ แต่จะดีกับกลุ่มการเงิน อสังหา สื่อสาร ค้าปลีก และ REIT รวมถึง SET ในภาพรวมแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากให้ประมาทกับการลงทุน ท่ามกลางตลาดที่ปรับขึ้นแต่ท่าทีของ กนง. ดูจะกังวลกับภาวะเศรษฐกิจ
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์
นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดมุมมองว่า ผลการประชุม กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยฯ 0.25% เป็น 1.00% เทียบกับฝ่ายวิจัยและตลาดคาดว่าจะคงดอกเบี้ยฯ เพราะต้องการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังโตต่ำกว่าศักยภาพ (ที่ 2.7%)
แม้ GDP ไตรมาส 4.2568 จะโตสูงกว่าคาดก็ตามในระยะถัดไป กนง. ไม่ปิดโอกาสลดดอกเบี้ยฯ ขึ้นกับการประเมินในอนาคต ด้านมุมมองเศรษฐกิจเตรียมปรับคาดการณ์ GDP ปี 2569 คาดขึ้นมาที่ประมาณ 2% จากเดิม 1.5% (เราคาด 2.1%) ส่วนเงินเฟ้อคาดฟื้นช้าจากราคาพลังงานที่กดดันจึงคาดจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายของกนง. ในช่วงครึ่งหลังปี 2570 จากเดิมในช่วงครึ่งปีแรก
ฝ่ายวิจัยมองบวกต่อการลดดอกเบี้ยรอบนี้เพราะเป็นการช่วยหนุนโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ด้านแนวโน้มดอกเบี้ยจากนี้คาดจะคงที่ 1% ไปจนถึงสิ้นปี 2570 การลดดอกเบี้ยฯ จะถือเป็นผลดีต่อ SET Index ในเชิง Valuation โดยทุกๆ 0.25% ที่ดอกเบี้ยฯ ลดลงจะช่วย Re-rating PER ขึ้นได้ราว 0.7 เท่า หรือหนุน SET Index ได้ประมาณ 60 จุด
อย่างไรก็ตาม ผลของการลดดอกเบี้ยนโยบายไปสู่การลดต้นทุนการกู้ยืมจริงของรายย่อยและภาคธุรกิจ และยังคงประมาณการ GDP ไว้ที่ +2.1% ส าหรับปี 2569 และ +2.5% ในปี 2570 แต่มี Upside Risk ที่ขึ้นอยู่กับความราบรื่นในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ในเดือนพฤษภาคม 2569
สำหรับหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำนาน ได้แก่
- กลุ่มอสังหาฯ (AP SC)
- กลุ่มปันผลสูง (KTC AMATA BA)
- กลุ่มไฟแนนซ์ (ASK SAK MTC)
- กลุ่มโรงไฟฟ้า (GPSC BCPG)