โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ยิ่งฟ้องยิ่งพัง! 'วัส ติงสมิตร' ซัด กกต. แจ้งความ 6 ผู้ตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง ชี้ไม่ใช่โกงแต่ตีแผ่ช่องโหว่ระบบ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'วัส ติงสมิตร' ซัด กกต. แจ้งความ 6 ผู้ตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง ชี้นี่ไม่ใช่การโกง แต่คือการตีแผ่ช่องโหว่ระบบลับของประชาชน เตือนแรงยิ่งฟ้องยิ่งพัง เสี่ยงวิกฤตศรัทธา–ถูกมองใช้นิติสงครามปิดปาก สะเทือนความชอบธรรมทั้งกระดานเลือกตั้ง

วันที่ 27 ก.พ. 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อ "การตรวจสอบ" ถูกมองเป็น "การขัดขวาง": วิเคราะห์ปมร้อน กกต. แจ้งความกลุ่มพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง จากเหตุการณ์วันที่ 25 ก.พ. 69 ที่ กกต. มอบอำนาจให้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล 6 คน ที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัส QR code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด อันเป็นความผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง อั้งยี่ และยุยงปลุกปั่น เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น ปรากฏว่า สถานที่ทำการ "ถ่ายภาพและถอดรหัส" บัตรเลือกตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กันไว้สำหรับสื่อมวลชน
หากพิจารณาจากบริบทที่เกิดขึ้น "ต่อหน้าสาธารณชน" และ "ในเขตพื้นที่อนุญาต" ข้อสันนิษฐานที่ว่านี่คือการชี้เบาะแส (Whistleblowing) หรือการตรวจสอบ (Auditing) พื่อสะท้อนช่องโหว่ของระบบ ดูจะมีน้ำหนักมากกว่าเจตนาทุจริตแบบแอบซ่อน

วิเคราะห์เจตนา: "ทำเพื่อโกง" หรือ "ทำเพื่อตีแผ่"? การกระทำที่เปิดเผยและตั้งกล้องในจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็นได้ชัดเจน มักมีนัยสำคัญดังนี้: Proof of Concept (POC): ต้องการพิสูจน์ว่า "รหัส" บนบัตรเลือกตั้งสามารถเชื่อมโยงกลับไปหาตัวบุคคลได้จริง ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ (Secrecy of the Ballot) หากพิสูจน์ได้ว่าทำได้จริง ปัญหาจึงอยู่ที่ “มาตรฐานของบัตรเลือกตั้ง” ไม่ใช่ “ผู้ที่ออกมาตีแผ่ความจริง"
Public Awareness: การทำในพื้นอนุญาต ในจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็นได้ชัดเจน และต่อหน้าสาธารณะ คือการสร้างความตระหนักรู้ว่า ระบบที่ กกต. ใช้อยู่มีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าใครเลือกใคร (ซึ่งเอื้อต่อการซื้อสิทธิขายเสียง)
"นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ทุจริต" เพราะคงไม่มีใครตั้งกล้องถ่ายการโกงต่อหน้าเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน

ผลเสียที่อาจย้อนกลับมาหา กกต. (The Backlash)
การตัดสินใจใช้กฎหมาย "แจ้งความดำเนินคดี" ในแง่มุมตรงข้าม แทนการ "ชี้แจงเชิงเทคนิค" นับเป็น “นิติสงคราม” ที่รัฐทำกับประชาชน อาจส่งผลเสียต่อ กกต. ในระยะยาว ดังนี้:
1.วิกฤตศรัทธาและความเชื่อมั่น (Erosion of Trust)
แทนที่สังคมจะมองว่ากลุ่มบุคคลนั้นทำผิด แต่คนจะเริ่มตั้งคำถามกับ กกต. แทนว่า "ทำไมระบบถึงเปราะบางจนถูกถอดรหัสได้ง่ายขนาดนั้น?" การแจ้งความอาจถูกตีความว่าเป็นการ "กลบเกลื่อนความบกพร่อง" ของตัวระบบบัตรเลือกตั้งเอง
2. ภาพลักษณ์การใช้อำนาจปิดปาก (SLAPP Suit)
หากศาลวินิจฉัยว่ากลุ่มคนดังกล่าวทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ กกต. จะถูกมองว่าเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อข่มขู่ (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ทำให้ภาคประชาชนไม่กล้าเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์เลือกตั้งในอนาคต
3. การขยายผลเรื่อง "ความไม่โปร่งใส"
เมื่อเรื่องถึงชั้นศาล ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ "รหัสบัตร" และ "กระบวนการพิมพ์" จะต้องถูกเปิดเผยเพื่อสู้คดี หากพบว่าบัตรเลือกตั้งมีช่องโหว่ที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้จริง กกต. อาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้องให้การเลือกตั้งทั้งหมดเป็น "โมฆะ" เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ
บทสรุปเชิงวิพากษ์
ในสภาพการณ์เช่นนี้จึงน่าเชื่อว่าเจตนาของกลุ่มบุคคลคือการ "ตรวจสอบ" กกต. จึงควรใช้โอกาสนี้ในการรับฟังและปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง มากกว่าการสร้างความขัดแย้งผ่านกระบวนการยุติธรรม
เพราะในโลกประชาธิปไตย "ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้" คือเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรอิสระ
ไม่ใช่การใช้ข้อกฎหมายปิดกั้นการตั้งคำถาม ครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...