โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อัยการฟ้อง “นานา-เวย์” ฉ้อโกงประชาชน – รอลุ้นประกัน

INN News

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.45 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

อัยการ สั่งฟ้อง "นานา ไรบีนา - เวย์ ไทเทเนี่ยม" พร้อมนำตัวมายื่นฟ้องศาลอาญา คดีฉ้อโกงประชาชน-ปลอมเอกสาร - รอลุ้นประกัน

วันนี้ (23 ก.พ.69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจ ได้นำตัว นางนานา ไรบีนา และนายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์ ไทเทเนี่ยม แร็ปเปอร์ชื่อดัง มายื่นฟ้องต่อศาลอาญาถ.รัชดาภิเษก ในคดีฉ้อโกงประชาชน

คำฟ้องสรุปว่า พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางไรบีนา อินทชัย อายุ 44 ปี นายปริญญา อินทชัย อายุ 44 ปี บริษัท ฟลิกค์ออฟ เดอไรท์ โปรดักส์ชั่น จำกัดโดยนางไรบีนา และ บริษัท ไรบีนา 2016 จำกัด โดยนางไรบีนา เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปลอมและใช้เอกสารปลอม

โดยฟ้องโจทก์ระบุว่า ระหว่างเดือนเมษายน 2564 - ตุลาคม 2568 จำเลยร่วมกันกระทำการฉ้อโกงและกู้ยืมเงินที่เป้นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม หลอกลวงผู้เสียหายรวม 11 คนซึ่งเกินกว่า 10 คนขึ้นไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และปกปิดความจริง โดยชักชวนในการกู้ยืมเงินเพื่อนำไปลงทุนธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ ธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทกีฬากองทุนสำหรับลงทุนธุรกิจต่าง ๆ ซื้อหุ้น ธุรกิจร้านอาหารต่างประเทศ และซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

โดยตกลงว่าจะจ่ายผลตอบแทนอัตราร้อยละ 4 ร้อยละ 7 ต่อเดือน หรือร้อยละ 40 ของเงินที่กู้ยืนมาลงทุน ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยทั้งหมดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให่กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ ทำให้ผู้เสียหายที่ 1-11 ร่วมลงทุน โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ที่จำเลยทั้ง 4 กับพวกแจ้งมาให้

ทั้งนี้การติดต่อชักชวนผู้เสียหายที่ 1-11 ที่จำเลยทั้ง 4 ชักชวนนั้น เป็นข้อความอันเป็นเท็จ จำเลยทั้ง 4 ไม่มีเจตนานำเงินของผู้เสียหายทั้ง 11 ไปลงทุนตามที่ได้ชักชวน เป็นการนำเงิน มาจ่ายหมุนเวียนผู้ลงทุนซึ่งเป็นผู้ให้กู้ยืมด้วยกัน เป็นการปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกโดยจำเลยทั้ง 4 มีเจตนาตั้งแต่แรกในการใช้กลอุบายหลอกลวงเงินจากผู้เสียหายทั้ง 11 คน อันเป็นความผิดฐานกันฉ้อโกง และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ

คดีนี้มีพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการร่วมกันฉ้อโกง และหลอกลวงกู้ยืมเงินันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายทั้ง 11 คน และบุคคลอื่นเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดความผิดเช่นนี้อีก จึงขอศาลให้ลงโทษจำทั้ง 4 สถานหนักด้วย

หากจำเลยทั้ง 4 ขอยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และให้ชดใช้เงินคืนต่อ

ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 41,683,337 บาท

ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 46,394,000 บาท

ผู้เสียหายที่ 3 จำนวน 28,795,000 บาท

ผู้เสียหายที่ 4 จำนวน 3,550,000 บาท

ผู้เสียหายที่ 5 จำนวน 3,150,000 บาท

ผู้เสียหายที่ 6 จำนวน 4,364,500 บาท

ผู้เสียหายที่ 7 จำนวน 2,970,000 บาท

ผู้เสียหายที่ 8จำนวน 1,500,000 บาท

ผู้เสียหายที่ 9 จำนวน 13,951,000 บาท

ผู้เสียหายที่ 10 จำนวน 4,000,000 บาท

และผู้เสียหายที่ 11 จำนวน 23,684,077 บาท

ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ผู้เสียหาย ทั้ง 11 เสียไปจากการฉ้อโกงดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดตามกฎหมายตามต้นเงินผู้เสียหายนับตั้งแต่วันที่กู้ยืมจนกว่าจำเลยทั้ง 4 จะชำระ แต่ละคนเสร็จ

ศาลรับไว้เป็นคดีดำที่ อ.508/2569 โดยอัยการได้นำตัวจำเลยมายื่นฟ้องต่อศาล จำเลยทั้ง 2 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...