"ณัฐพงษ์" เชื่อคดี “เขากระโดง-ฮั้ว สว.” ไม่คืบ หลังน้ำเงินแดงจับมือ
"ณัฐพงษ์" มอง "ภูมิใจไทย" ปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง ไร้ “ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม” เป็นไปได้ ไม่กังวล ทำงานร่วมพรรคเขียว ชี้ อาจมีข้อมูลเชิงลึก ช่วยตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้นขึ้น เชื่อคดี “เขากระโดง-ฮั้ว สว.” ไม่คืบ หลังน้ำเงินแดงจับมือ บอกมีการพูดคุยเปลี่ยนหัวหน้าพรรคหากโดนฟันคดี 44 ส.ส. ยันตนไม่ยึดติดตำแหน่ง - เผยพรรคประชาชนเตรียมแผนรองรับ หากเลือกตั้งโมฆะ
วันที่ 22 ก.พ. 69 ที่โรงแรมรามาการ์เด้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 300 เสียง โดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ ว่า คิดว่ามีความเป็นไปได้ และตนไม่ได้ติดขัดอะไร คนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็มาทำหน้าที่ตรวจสอบร่วมกัน
ส่วนมองว่าสูตรจัดตั้งรัฐบาลนั้นเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนตัวของนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องรอดูการทำหน้าที่ของรัฐบาล และให้ประชาชนช่วยกันตัดสินดีกว่า หากการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะและหน้าตารัฐบาลที่ออกมาสามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้อย่างแท้จริงหรือไม่ แต่สิ่งที่พรรคประชาชนพยายามนำเสนอมาตลอด คือเชื่อว่า ตราบใดที่เรายังไม่ได้เปลี่ยนการเมือง ตั้งแต่โครงสร้างและต้นตอ เราก็จะได้รัฐบาลที่ไม่มีเสียงของประชาชนเป็นตัวตั้งอย่างแท้จริง ก็อาจจะไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอรอดูต่อไปในอนาคต
เมื่อถามว่ามีพรรคกล้าธรรมมาเป็นพรรคฝ่ายค้าน จะทำให้พรรคประชาชนทำงานลำบากขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดว่าเป็นอุปสรรคอะไร เพราะในฝ่ายค้านมีกลไกของวิปทำงานอยู่แล้ว หากมองในแง่หนึ่งถ้าพรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา ก็อาจจะมีข้อมูลวงในที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำ ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ บอกได้แค่พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ หรือทุกพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาที่สุด
เมื่อถามต่อว่าหากพรรคกล้าธรรมหรือพรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลการตรวจสอบมากกว่า บทบาทการทำงานของพรรคประชาชนจะไม่ถูกกลบไป ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การทำงานของเราตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนมาเป็นพรรคประชาชนเรามีความโดดเด่นในเรื่องการเตรียมข้อมูล อภิปรายไม่ไว้วางใจ และการพิจารณามากที่สุด มองว่าคนที่จะเข้ามาร่วมกันตรวจสอบ หากช่วยกันได้ดีก็จะไม่ทำให้ภาพของพรรคประชาชนดรอปลงแต่อย่างใด ยิ่งดีเสียอีกที่ทำให้ประชาชนมีฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลได้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
ส่วนการที่แดงกับน้ำเงินมาจับมือกัน กังวลหรือไม่ว่า คดีเขากระโดงและคดีฮั้ว สว.จะหายไป นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในบริบทการเมืองปัจจุบันเชื่อว่าการผลักดันคดีต่างๆเหล่านี้ให้เดินหน้า ก็น่าจะต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการกดดัน เพราะจะไปหวังพึ่งรัฐบาลในการพยายามทำให้คดีเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาคงไม่ได้
เมื่อถามว่าจำนวนเสียงที่มี 200 เสียงของฝ่ายค้านเชื่อมั่นว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอาจจะไม่ได้อยู่ที่เสียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาในระบบรัฐสภา การโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกือบทุกครั้ง น้อยครั้งมากที่ผลโหวตในสภาจะคว่ำรัฐบาลได้จริง แต่ที่จริงแล้วอยู่ที่เรื่องการนำเสนอข้อมูล การอภิปรายในสภา และการแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนมากกว่า ตนเชื่อว่าพรรคประชาชนยังคงรักษามาตรฐาน และจะทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
บอกมีการพูดคุยเปลี่ยนหัวหน้าพรรคหากโดนฟันคดี 44 ส.ส. ยันตนไม่ยึดติดตำแหน่ง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณี การสัมมนาของผู้สมัครพรรคประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง ว่า เป็นการพิจารณาถอดบทเรียนร่วมกันว่าผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่พอจะวิเคราะห์รายละเอียดเท่าที่จะวิเคราะห์ได้ได้ช่วยสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทำให้ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่เห็นภาพร่วมกันคือพรรคประชาชนจะต้องทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้น เต็มพร้อมที่จะจัดจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัคร เป็นหูเป็นตาให้กับประชาชนในการสะท้อนปัญหาในพื้นที่ ทั้งเรื่องการเป็นแหล่งข่าว และกิจกรรมเพื่อให้ใกล้ชิดกับประชาชน รวมถึงการส่งข่าวการทุจริตในพื้นที่ เพราะก็มีคร่าวๆก็มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทุกยุคทุกสมัย แต่ครั้งนี้จะมีข้อสงสัยที่มากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการจับกุมได้ไม่ดีก็เตรียมพร้อมส่งอาสาสมัครไปเป็นหูเป็นตาในพื้นที่
ส่วนการวางบทบาท ผู้สมัครที่รับเลือกนั้น จะให้ไปเป็น ผู้ช่วยในพรรคหรือผู้ช่วยสส.หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราสัมมนาในเรื่องของผู้สมัครซึ่งจะมีผู้ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ซึ่งทุกคนมีกำลังใจและพร้อมเดินหน้าทำงานกับพรรค สิ่งที่เดินหน้ามาตลอดสองวันคือเคาะผู้สมัครให้เร็วที่สุด ให้มีเวลาทำพื้นที่มากขึ้นและพร้อมมีกลไกในสภา ตำแหน่งในกรรมาธิการต่างๆที่จะให้ผู้สมัครมีทิศทางในการทำงานรับใช้ประชาชน
ส่วนกระแสเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคมีการพูดถึงหรือไม่นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีการหารือแต่อยากจะให้ยืนยันหลักความบริสุทธิ์ในตนและผู้ที่อยู่ในคดี 44 ส.ส. ซึ่งไม่ควรมีใครต้องถูกดำเนินคดีในเรื่องนี้ ที่เสนอการแก้ไขกฎหมายซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรง แต่ในการบริหารความเสี่ยงทั้งหมดเราก็มีการหารือกัน ถ้าหากโดนหยุดปฏิบัติหน้าที่จริงตนก็ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมเปลี่ยนไปเป็นบทบาทอื่น เช่น สร้างเครือข่ายพรรคที่จะทำให้ชนะการเลือกตั้ง ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคที่ผูกพันกับผู้นำฝ่ายค้านก็อยู่ในที่ประชุมของพรรคว่าจะหารือนำใครขึ้นมาเป็นหัวหน้าคนต่อไป ซึ่งตนไม่อยากให้ถึงช่วงนั้นแต่อยากให้ดูในเรื่องของคดีที่จะออกจากป.ป.ช.ไปยังศาลฎีกา
เมื่อถามว่าเตรียมข้อต่อสู้เรื่องคดีอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่เท่าเดิมที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปเพราะทีมกฎหมายของพรรคได้ยื่นคำร้องสำหรับว่าที่สส.ทั้ง 10 คน เพื่อยื่นต่อศาลฎีกาให้ศาลมีคำสั่งไม่ให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ แต่ต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีคำสั่งอย่างไร ส่วนเรื่องสถานการณ์ภายในพรรคหากหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปนั้นจะ แนวสำคัญจะหายไป ตน ถ้าไม่ได้กังวลในกลไกเรื่องประธานกรรมาธิการหรือวิปฝ่ายค้าน เราก็วางบุคลากรที่มีความพร้อมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ขอระบุรายชื่อเพราะในที่ประชุมภายในก็มีการหารือกัน
เผยพรรคประชาชนเตรียมแผนรองรับ หากเลือกตั้งโมฆะ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีบัตรเลือกตั้งใหม่ ที่เขตคันนายาว กทม. ไม่มีเลขต้นขั้วบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อว่า แปลว่ากกต. เปลี่ยนแบบพิมพ์บัตร ทั้งที่บัตรเดิมมีเหลืออยู่หลายล้านใบ ไม่หยิบออกมาใช้ เป็นการยอมรับโดยกกต.แล้วว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ. มีปัญหา ขอเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตอนนี้หลายคดีอยู่ในกระบวนการ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ต้องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เอาหลักฐานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดําเนินการตรงไปตรงมา พรรคประชาชนเตรียมยื่นตามมาตรา 157 และในส่วนภาคประชาสังคมเองก็ร้องช่องทางอื่นหมดแล้ว
เมื่อถามว่า การที่ตัวเลขต้นขั้วหายไป เป็นการเปลี่ยนเพื่อไม่ให้สามารถถ่ายภาพเจาะจง และย้อนกลับไปดูที่คนเลือกได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ มี กกต.แถลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการถ่ายภาพเลือกตั้งผิดกฎหมาย แต่ในตัวบทกฎหมายจริงๆ คือห้ามไม่ให้ถ่ายบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนแล้ว เพราะฉะนั้น การถ่ายก่อนฉีกออกจากต้นขั้วสามารถทําได้ แม้ไม่มีการถ่ายภาพ แต่ผู้ออกใช้สิทธิ์จําเลขต้นขั้วตัวเองได้ก็สามารถสืบย้อนไปได้ว่าคนต่อท้ายเขากาอะไร เชื่อว่า กกต. รู้ช่องโหว่นี้ดี การที่กกต.แถลงข่าวว่า การเลือกตั้งโดยกระบวนการมีความลับนั้น ไม่จริง จึงออกมาแก้บัตรเลือกตั้ง เชื่อว่าไม่ใช่ความผิดพลาด เพราะบัตรเลือกตั้งมีเหลืออยู่ หยิบเล่นเก่ามาใช้ได้เลย น่าจะสั่งพิมพ์ใหม่เพื่อปิดช่องโหว่ตรงนี้
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนเป็นการตอกย้ําความผิดพลาดของกกต. หรือไม่นั้น สิ่งที่ กกต.พยายามทําอยู่ ต้องให้ความเป็นธรรม รอฟังสิ่งที่จะแถลงจะออกมาอย่างไร ตอนนี้บัตรทุกใบที่ผ่านการเลือกตั้งวันที่ 8ก.พ. ถูกเก็บไว้อยู่ในหีบแล้ว หากยืนยันในหลักว่ากระบวนการเป็นความลับ จึงเปลี่ยนแบบบัตรที่อยู่ กระบวนการในวันนี้ไม่สามารถที่จะไม่เป็นความลับได้ จึงเปลี่ยนแบบ คิดว่าไม่ควรใช้วิธีการตีความกฎหมายแบบนี้ การบอกว่าบัตรควรเป็นความลับ ก็ควรเป็นความลับถึงที่สุดตลอดไป ไม่ใช่ว่ามีใครคนใดอย่างเจ้าหน้าที่กกต.เปิดหีบ จนสามารถรู้ได้ว่าใครโหวตใคร ส่วนบัตรเขย่งที่มีเยอะขึ้นนั้น อยากให้กกต.เปิดเผยข้อมูลให้มีความโปร่งใสมากที่สุด ทั้งแบบใบขีดคะแนน 5/11 และ 5/18 ให้ครบทุกหน่วยตรวจสอบให้ตรงกัน ระหว่างภาพประชาชนบันทึกไว้ในวันเลือกตั้ง และภาพที่กกต. เปิดเผยออกมาว่าตรงกันหนือไม่ เมื่อบวกคะแนนกลับไปแล้ว จะเขย่งหรือไม่
เมื่อถามว่า พรรคเตรียมแผนอย่างไร หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายณัฐพงษ์ตอบ ในที่ประชุมสัมนามีการให้ข้อคิดเห็น เตรียมแผนการไว้ทุกฉากทัศน์ นายธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชี้แจงภาพใหญ่ให้เห็นว่าหากเป็นโมฆะ ไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร แต่ความเห็นของตน และพรรค คงพูดแทนศาลไม่ได้ อยู่ที่คำวินิจฉัยศาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง