โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมโลก “หันขวา” ? “อนุรักษนิยม” ผงาด หรือ "เสรีนิยม" ใกล้สิ้นศรัทธา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ชัยชนะของ “พรรคภูมิใจไทย” กำลังสะท้อนทิศทางการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้นว่า กระแสอนุรักษ์นิยมกำลังได้รับแรงหนุนมากขึ้นในสังคมไทย

ชัยชนะของ “พรรคภูมิใจไทย” กำลังสะท้อนทิศทางการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้นว่า กระแสอนุรักษ์นิยมกำลังได้รับแรงหนุนมากขึ้นในสังคมไทย

เมื่อหันมองออกไปนอกประเทศ ภาพของไทนไม่ต่างกับ “ทิศทางการเมืองหันขวา”กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อพรรคการเมืองฝ่ายขวาค่อย ๆ คว้าชัยชนะเหนือพรรคฝ่ายซ้าย

เมื่อกระแสนี้ขยับพร้อมกันในหลายภูมิภาค คำถามสำคัญจึงตามมาว่า คลื่นอนุรักษ์นิยมที่กำลังพัดแรงนี้ จะเป็นเพียงจังหวะหนึ่งของวัฏจักรการเมือง หรือจะอยู่กับเราไปอีกนานในฐานะยุคสมัยใหม่ของโลกการเมือง

พรรค “อนุรักษนิยม” ผงาด คว้าชัยเลือกตั้งหลายประเทศ

หากเรามองย้อนกลับไปช่วงปี 2024 หนึ่งในปรากฎการณ์ที่สั่นสะเทือนการเมืองโลกมากที่สุด คือ การผงาดขึ้นของ “กลุ่มอนุรักษ์นิยม” หรือกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาทั่วยุโรป ซึ่งสามารถกวาดที่นั่งเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ เยอรมนี, ฝรั่งเศส, ฮังการี, อิตาลี, ออสเตรีย, เบลเยี่ยม สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนกำลังหันหลังให้โลกาภิวัตน์และโหยหาความเป็น "ชาตินิยม" มากขึ้น

แรงส่งนี้ ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 ภายใต้คำขวัญ Make America Great Again ยิ่งตอกย้ำว่า แนวคิดอนุรักษ์นิยมกำลังขยายตัวในกลุ่มชาติตะวันตก

การผงาดขึ้นของกลุ่มอนุรักษ์นิยมนับเป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างความตกตะลึงให้หลายฝ่าย เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชาติตะวันตก มักถูกมองเป็นตัวแทนของฝ่ายซ้ายมาเสมอ เป็นฐานที่มั่นแนวคิดเสรีนิยมโลก แต่วันนี้ ดูเหมือนว่า ความนิยมพรรคเสรีนิยมค่อย ๆ ลดลง

บทความจาก Carnegie Endowment for International Peace ชี้ให้เห็นว่า พรรคฝ่ายขวาจัดทั่วทวีปยุโรปกำลังได้รับคะแนนเสียงมากขึ้นในรอบหลายสิบปี หลายประเทศได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 20% ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์การเมืองยุโรป

ถึงกระนั้น แม้บางประเทศจะชนะเลือกตั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่า พรรคอนุรักษ์นิยมจะมีเสถียรภาพทางการเมืองที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

แต่จากตัวเลขที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่โหวตให้กับพรรคฝ่ายขวา ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวคิดนี้ กำลังครองใจคนหมู่มาก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศเอเชีย อย่าง ญี่ปุ่น และไทย

ทำไมโลกเริ่มนิยม “ฝ่ายขวา” ?

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เราจะเห็นได้ว่า แนวคิดเสรีนิยม และประชาธิปไตยแบบตะวันตกขยายตัวต่อเนื่อง โลกดูเหมือนจะก้าวไปในทิศทางเดียวกัน เน้นความเสมอภาค เปิดรับความหลากหลาย และความเท่าเทียม

แต่ตัดภาพมาช่วง 2-3 ปีมานี้ กระแสการเมืองกลับเปลี่ยนทิศ จนนำไปสู่คำถามสำคัญว่า แล้วอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเริ่มคว้าชัยชนะทางการเมืองมากขึ้น

บทความ Why the far right is surging all over the world จากสำนักข่าว Vox วิเคราะห์ว่า การเติบโตของฝ่ายขวาเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพพุ่งสง ช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่กว้างขึ้น จนหลายคนมองว่า แนวคิดฝ่ายซ้ายไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ประชาชนเริ่มกังวลเรื่องอัตลักษณ์ และวัฒนธรรมของชาติจะถูกกลืนหาย จากการเปิดรับผู้อพยพ และสังคมพหุวัฒนธรรม

ฝ่ายขวา เรียนรู้ ปรับตัว ใช้ภาษาแบบประชาธิปไตย และใช้โซเชียลมีเดีย สื่อสารตรงไปตรงมา ชี้ศัตรูชัดเจน พร้อมปลุกเร้าอารมณ์ผู้คนในชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระแสต่อต้านเสรีนิยมที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น โดยบางกลุ่มมองว่าความเสมอภาคไปไกลเกินไป และค่านิยมดั้งเดิมถูกลดทอน จึงทำให้ประชาชนเริ่มหันไปนิยมฝ่ายขวามากขึ้น

ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์ประจำสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า กระแสฝ่ายขวาที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศมีแก่นหลักคือความเป็น “ชาตินิยม” แต่ลักษณะของชาตินิยมแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ

สำหรับไทย กระแส “ฝ่ายขวา”เชื่อมโยงกับประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา

“สงครามที่ผ่านมา รวมถึงความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา กระแสชาตินิยมก็ทำให้พรรคภูมิใจไทย รัฐบาลของอนุทิน ได้รับอานิสงส์และผลประโยชน์ไปในตัวจากกระแสชาตินิยมนี้ในไทย เพราะว่า เขา (อนุทิน) ยืนกรานว่าจะรักษาอธิปไตยไทย หนุนกองทัพ และใช้ท่าทีแข็งกร้าวกับกัมพูชา ซึ่งทางฝ่ายค้านอาจมีจุดยืนที่ไม่เข้มแข็งเท่าในเรื่องนี้ จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยของอนุทินมีส่วนหนึ่งที่ได้คะแนนจากประเด็นนี้ไป ส่งผลให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง” ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าว

“เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเรื่อง ‘ขวานิยม’ มีความสลับซับซ้อน มันไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ไม่ได้เหมือนตุ๊กตาตัวเดียวกันหมด ขึ้นอยู่กับว่าเรามองจากจุดไหน แต่หลัก ๆ แล้วก็มักจะแฝงด้วยชาตินิยม ไม่ว่าจะเป็นชาตินิยมทางยุทธศาสตร์ความมั่นคง หรือชาตินิยมทางเศรษฐกิจก็ตาม” ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าว

ไทยกำลังหันขวาจริงหรือ ? หลังภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง

กลับมาที่ประเทศไทย ชัยชนะของ “พรรคภูมิใจไทย” ยิ่งตอกย้ำว่า ความนิยมอนุรักษ์นิยมไม่ได้กระจุกแค่ชาติตะวันตกเพียงอย่างเดียว แม้แต่ประเทศไทยเอง ก็ได้รับอิทธิพลนี้เช่นกัน

เพราะหากย้อนไปดูผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2566 จะพบว่า พรรคภูมิใจไทยได้คะแนน ทั้ง ส.ส. เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อรวมกันกว่า 6.27 ล้านคะแนน คว้าไปได้ 71 ที่นั่ง เป็นพรรคอันดับที่ 3

แต่ปี 2569 ภูมิใจไทยสามารถคว้าชัยชนะแบบถล่มทลาย ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ชี้ว่า ภูมิใจไทยคว้าเก้าอี้ที่นั่ง สส. อยู่ที่ 193 ที่นั่ง

แต่สำหรับ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า กระแสฝ่ายขวาที่เกิดขึ้นทั่วโลก อาจไม่ได้ส่งผลกระทบไทยมากขนาดนั้น

แม้เราจะเห็นว่า ฝ่ายขวาชนะ แต่ก็ไม่ได้เป็นกระแสเดียวกันทั้งโลก บางประเทศขวาชนะ แต่บางประเทศก็แพ้

ส่วนบริบทการเมืองไทย ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคลผู้นำ บริบททางเศรษฐกิจ และพลวัตทางการเมืองภายในประเทศ

“ถ้าบอกว่าประเทศไทยเทิร์นขวา ผมก็ว่ายังมีความลื่นไหลในเชิงแนวคิดอยู่ดี จริง ๆ แล้วแนวทางการเลือกของคนไทยผ่านการเลือกตั้ง เมื่อเราดูปัจจัยต่าง ๆ จะเห็นว่าปัจจัยเรื่องการเลือกผู้นำมีความสำคัญเสมอมา” ดร.สติธร กล่าว

ดร.สติธร กล่าวต่อไปว่า พรรคการเมืองที่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ย้อนตั้งแต่ยุคไทยรักไทยปี 2544 มาจนถึงปี 2569 ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยเรื่อง “ตัวบุคคล” ที่พรรคการเมืองนำเสนอว่า หากชนะการเลือกตั้งแล้ว บุคคลนี้จะถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีความสำคัญมาโดยตลอด

“ลักษณะแบบนี้จริง ๆ แล้วเป็นจริตของการเลือกแบบหนึ่งที่อาจใกล้เคียงกับการเมืองเชิงผู้นำ ซึ่งบางมุมอาจดูคล้ายการเมืองแบบฝ่ายขวา เพียงแต่เราไม่ได้เรียกผู้ชนะทุกครั้งว่าเป็นฝ่ายขวา และก็ไม่ได้หมายความว่าโหวตเตอร์ที่เลือกผู้นำที่ได้รับความนิยมสูงหรืออยากให้เป็นนายกฯ จะมีแนวคิดแบบฝ่ายขวาเท่านั้น”

“การแบ่งซ้าย–ขวาในไทยเองก็เพิ่งเริ่มชัดขึ้นในช่วงหลัง ๆ ตั้งแต่มีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น ทำให้เริ่มมีการแบ่งเฉดอุดมการณ์ทางการเมืองมากขึ้น” เขา กล่าว

โลกจะเป็นอย่างไรต่อ ฝ่ายซ้ายจะกลับมาได้อย่างไร ?

ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าวว่า หากเรามองย้อมดูประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก จะเห็นได้ว่ามันมีลักษณะที่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา คือพอฝ่ายขวามาแรงสักพัก ขวาก็จะเหมือนเสียเครดิต เสียความน่าเชื่อถือ แล้วคนก็จะไปหาทางเลือกอื่น กลายเป็นไปทางซ้าย ขวากับซ้ายจึงสลับสับเปลี่ยนกันแบบนี้

“พอเสรีนิยมที่เราเห็นในระเบียบโลกเริ่มอ่อนตัว ถูกกัดกร่อนเหมือนสนิมขึ้น เพราะคนเห็นแต่ความเหลื่อมล้ำ เห็นว่าเสรีประชาธิปไตยทุนนิยมก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ช่องว่างทางเศรษฐกิจ คนรวยก็ยิ่งรวย ส่วนคนจนก็ไม่มีวันลืมตาอ้าปาก คนก็เริ่มโหยหาแนวทางอื่น ซึ่งอาจหันไปทางขวา”

“แต่พอขวาไปได้สักพัก อย่างที่เราเห็นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงที่มีฮิตเลอร์ ญี่ปุ่น เยอรมนี ที่มีแนวคิดขวาจัดทางทหาร แล้วเกิดสงครามโลกสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ก็เกิดการตกผลึกว่าขวาแบบนั้นไม่ดี แนวเสรีนิยมอาจจะดีกว่า พอเสรีนิยมดำเนินไปสักระยะหนึ่ง เกิดปัญหาสะสม พอกพูนไปนาน ๆ คนก็เริ่มมองว่าเสรีนิยมมีจุดอ่อน ไม่ตอบโจทย์ จึงควรหาแนวทางอื่น” ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าว

ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าวต่อไปว่า การหาแนวทางอื่นบางครั้งก็เป็นการประท้วง เป็นการต่อต้าน และเป็นเสียงของคนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้ชีวิตดีขึ้น เราจึงเห็นในอเมริกาว่าคนฝั่งขวาเลือกทรัมป์ ส่วนในไทยตอนนี้ก็มีทั้งความคล้ายและความต่าง ความคล้ายคือมีกระแสขวาที่ผสมชาตินิยม

“แต่ความต่างคือไทยไม่ได้ไปถึงขั้นขึ้นภาษีกีดกันทางการค้าแบบ Protectionism เหมือนสหรัฐฯ ลักษณะของไทยจะเป็นการที่รัฐบาลเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยตรง ผ่านการกำกับและกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ว่าจะมีบทบาทมากน้อยแค่ไหน” ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าว

ด้าน ดร.สติธร เผยว่า แนวคิดแบบอนุรักษ์นิยมในไทยมันมีมาโดยตลอด เพียงแต่ว่ามันชนะเลือกตั้งได้หรือเปล่า แค่นั้นเอง มันขึ้นอยู่กับว่าวันนี้ฝั่งอนุรักษ์ไปสนับสนุนพรรคการเมืองแบบไหน แล้วพรรคการเมืองนั้นมีฐานการเมืองอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอุดมการณ์อาจจะไม่ได้มีผลมากนัก

“ฉะนั้นวันนี้เราอาจจะบอกว่า ที่ผ่านมาอาจดูเหมือนฝั่งอนุรักษ์นิยมไม่ได้ชนะเสียทีเดียว ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะเขาไปสนับสนุนพรรคการเมืองที่ไม่สามารถสร้างผลเลือกตั้งให้ชนะในเชิงตัวเลขหรือจำนวนที่นั่งได้เท่านั้นเอง”

“ถ้าเราดูร่องรอยดี ๆ สมมุติกรณีเลือกตั้งรอบนี้ เราจะเห็นว่าสนามกรุงเทพฯ ถ้ามองว่าคนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์คือฝ่ายอนุรักษ์นิยม เขาก็แพ้ และแพ้ต่อเนื่องด้วย ถ้าย้อนกลับไปดูปี 2566 เขาก็แพ้เหมือนกัน แต่พอย้อนไปดูปี 2562 ถ้าจะบอกว่าเขาชนะก็พอได้ เพราะพรรคที่เขาสนับสนุนได้ที่นั่งมากที่สุดในกรุงเทพฯ เพียงแต่พรรคฝั่งตรงข้ามมีสองพรรคแยกกัน แต่พอรวมกันแล้วมีที่นั่งมากกว่า บางทีมันอยู่ที่ตรงนี้ด้วย”

“เพราะฉะนั้น อนุรักษ์นิยมก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ว่าจะขยายตัวในเชิงปริมาณได้มากแค่ไหน โดยไม่ต้องพึ่งพาการเมืองที่ไม่ได้ใช้อุดมการณ์เป็นตัวตัดสิน อันนี้ผมคิดว่าเหนื่อยพอ ๆ กับฝ่ายเสรีนิยมก้าวหน้าเหมือนกัน” ดร.สติธร กล่าว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  • The price of radicalism: Inflation is driving a resurgence of far-right populists around the world - The Insider

  • The new right: Anatomy of a global political revolution - European Council on Foreign Relations

  • The European Radical Right in the Age of Trump 2.0 - Carnegie Endowment for International Peace

  • Why the far right is surging all over the world - VOX

  • บทสัมภาษณ์ ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์ประจำสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • บทสัมภาษณ์ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...