โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อาหารยอดฮิตที่ได้ไปต่อในปี2026

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 2.55 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ต้องบอกว่าในยุคนี้ร้านอาหารมีให้ผู้บริโภคได้เลือกกันหลากหลายอย่างมาก และค่อนข้างสะดวกสบายเพราะมีหลายสาขาเปิดให้บริการ รวมถึงการสั่งผ่านแอป ก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยหนึ่งในนั้นคือ แกร็บฟู้ด ที่ได้มีการรายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026” รวบรวบเมนูยอดฮิตและความน่าสนใจในแวดวงอาหาร เลยอยากมาแชร์ข้อมูลเผื่อเป็นไอเดียแก่ผู้ประกอบการนำไปต่อยอดกับธุรกิจตัวเองได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปี 2568 ถือเป็นปีทองของ “มัทฉะ'” ที่ได้รับความนิยมทั่วบ้านทั่วเมืองและยังคงเป็นกระแสต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ในขณะที่อีกสองรสชาติที่มาแรงไม่แพ้กันคือ “พิสตาชิโอ” ซึ่งกลายเป็นวัตถุดิบดาวรุ่งที่อยู่ในเมนูของหวานและเบเกอรีสุดฮิต

อีกรสชาติที่น่าจับตามองคือ “เผือก” ซึ่งมาแรงมากในหมวดเครื่องดื่ม โดยในปีที่ผ่านมาเมนู “ชานมเผือก” กลายเป็นไฮไลต์ไอเทมที่หลายร้านเพิ่มขึ้นมา ทั้งยังมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวบน GrabFood โดยทั้งสามรสชาติสะท้อนรสนิยมของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มฟู้ดดี้ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ “เรียบง่ายแต่หรูหรา” และยังคงได้ไปต่อในปีนี้

และแน่นอนยุคนี้เมนูเบเกอรีทั่วไปอาจไม่พอ เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการที่ “พิถีพิถัน” มากขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคุณภาพของแป้งและเนื้อสัมผัสของขนมปัง จนทำให้ “คราฟต์เบเกอรี” กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่เฉพาะกลุ่มนิชหรือสายสุขภาพ สะท้อนผ่านกระแสความนิยมของ “ซาวโดวจ์” (Sourdough) หรือขนมปังหมักยีสต์ธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยเปลือกกรอบ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และมีรสเปรี้ยวปลายลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกัน เทรนด์การจับคู่เลเยอร์รสชาติซับซ้อนที่เรียกว่า “Flavor Profile Pairing” ก็กำลังมาแรง

ปัจจุบันเครื่องดื่มหนึ่งแก้วเป็นมากกว่าแค่ตัวช่วยดับกระหาย แต่ยังต้องช่วยสะท้อนไลฟ์สไตล์และเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่เพิ่มขึ้น จึงเริ่มเห็นเทรนด์ของ “เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์” ได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากนี้ “รูปลักษณ์” ยังกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้รสชาติ เพราะในยุคโซเชียลมีเดีย เครื่องดื่มในมือทำหน้าที่เสมือน “เครื่องประดับ” ที่ช่วยคอมพลีตลุกส์สะท้อนรสนิยมของผู้บริโภค อย่างเมนู “ทอฟฟี่คอฟฟี่ลาเต้” จากร้าน 1:2 Coffee หรือสมูทตี้เลเยอร์สีสวยหลากหลายเมนูจากร้าน Oh! Juice และ PLANTIFUL ที่ฮิตติดลมบนไปทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องดื่มยุคใหม่อร่อยอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง “ถ่ายรูปสวย” เพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์และสะท้อนตัวตนของผู้ดื่มไปพร้อมกัน

วัฒนธรรมจากประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ยังคงแผ่ขยายอิทธิพลมายังประเทศไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปิน ภาพยนตร์หรือดนตรี รวมไปถึง “เมนูอาหาร” ทั้งคาวและหวานที่ตบเท้าเดินหน้าเข้ามาสร้างกระแสไวรัลให้กับผู้บริโภคชาวไทยแบบไม่มีพัก เห็นได้จากความนิยมของเมนูอย่าง “โอซาก้าครีมพัฟ” จากญี่ปุ่น ของร้าน The Pastry&Co ที่นำเสนอแป้งพัฟอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น มาพร้อมไส้ครีมคัสตาร์ดทะลักเนื้อเนียนละมุน

หรือเมนูสุดไวรัลภาคต่อของช็อกโกแลตดูไบอย่าง “ดูไบชิววี่คุกกี้” จากร้าน Holiday Pastry คุกกี้เนื้อหนึบสอดไส้เส้นคูนาฟ่าและพิตาชิโอเข้มข้นที่ส่งตรงเทรนด์มาจากเกาหลี ฟากจีนคงหนีไม่พ้น “เค้กไก่หยอง” เมนูคิวยาวจากเซี่ยงไฮ้ที่ผสมผสานความนุ่มฟูของเค้กเข้ากับความเค็มมันของไก่หยอง จนหลายแบรนด์ไม่พลาดตกขบวน พากันสร้างสรรค์และนำเสนอเพื่อเอาใจคนไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ชอบตามเทรนด์และพร้อมลิ้มลองความแปลกใหม่ ส่งผลให้คาเฟ่และร้านอาหารในยุคปัจจุบันต้องเร่งพัฒนาเมนูให้ทันกระแสเพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาทั้งความอร่อยและภาพลักษณ์ที่ทันสมัยในเวลาเดียวกัน

การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากประเทศมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยทำให้ตลาดอาหารฮาลาลเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยมีความชื่นชอบในเมนูของหวาน อาหารรสชาติเข้มข้น และนิยมทานอาหารช่วงกลางคืน ทำให้ร้านอาหารหลายแบรนด์เห็นโอกาสและพยายามปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของ “ฮาลาลอีโคโนมี” โดยเฉพาะการพัฒนาบริการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล รวมถึงการนำเสนอเมนูให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองอาหารเป็นแค่เพียง “สินค้า” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ “สะท้อนตัวตน” ความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารยุคนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเมนูหรือสาขาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์เหล่านั้น “มีความหมายต่อชีวิตและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า” มากแค่ไหน และนี่คือโจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ยังคงต้องจับตามองกันต่อไป.

รุ่งนภา สารพิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...