SENA ตั้งหลักเน้นเงินสดแบ็กล็อกแน่น8.4พันล.
#SENA #ทันหุ้น – SENA ส่งสัญญาณตั้งหลัก-เน้นเงินสด ชี้ปี 2569 ภาพรวมผลงานใกล้เคียงปีก่อน โชว์แบ็กล็อกแน่น 8.4 พันล้านบาท โชว์สต๊อกแน่นอีก 1 หมื่นล้านบาท เดินเกมปล่อยของ เตรียมเปิดขายหุ้นกู้ใหม่ 2 พันล้านบาท ดอกเบี้ยสูงสุด 5.95% จ่ายทุก 3 เดือน เปิดจอง 3–5 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่าน 16 สถาบันการเงิน หนุนแผนบริหารหนี้ ลดเสี่ยง
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า บริษัทคาดภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2569 จะใกล้เคียงกับปี 2568 หลังปี 2568 บริษัททำยอดขายล่วงหน้า (Presale) ได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ดีความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การโอนกรรมสิทธิ์ จากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่ในระดับสูง โดยมีสาเหตุหลักจากความไม่มั่นใจของลูกค้า และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของกรณีปฏิเสธสินเชื่อทั้งหมด
อวดแบ็กล็อก
ปัจจุบัน SENA มีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ราว 8,400 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ขณะที่ปี 2569 จะมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่เพิ่มอีกมูลค่าประมาณ 5,000–6,000 ล้านบาท และยังมีสินค้าสร้างเสร็จพร้อมขายคงเหลือในพอร์ตมูลค่ารวมราว 10,000 ล้านบาท โดยบริษัทวางแผนบริหารสต๊อกด้วยการแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ สินค้าสำหรับขาย สินค้าสำหรับ “เช่า–ออม” ผ่านโซลูชัน LivNex และสินค้าสำหรับปล่อยเช่าผ่านโซลูชัน RentNex เพื่อเร่งการระบายและสร้างกระแสเงินสด พร้อมจัดสรรสัดส่วนยูนิตสำหรับปล่อยเช่าประมาณ 20% ต่อโครงการ เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และเสริมสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง
บริษัทประเมินว่าโจทย์สำคัญของ SENA ในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า อาจไม่ใช่การเร่งขยายการเติบโต แต่เป็นการลดความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยเฉพาะการลดภาระหนี้ และการสร้างกระแสเงินสดให้เป็นบวกอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งฐานะการเงินในระยะยาว และรักษาความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
หุ้นกู้ใหม่ 2 พันล.
ล่าสุด SENA เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้ระยะยาวชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 2 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.90–5.15% ต่อปี และชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.75–5.95% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ กำหนดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 3–5 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำจำนวน 16 แห่ง โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB-” แนวโน้ม Stable จากทริสเรทติ้ง ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2568
อีกทั้ง บริษัทได้จัดหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน 4 แห่ง วงเงินรวม 3,200 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ชำระคืนหุ้นกู้รวม 2,850 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด 850 ล้านบาท วันที่ 30 มกราคม 2569 และหุ้นกู้จำนวน 2,000 ล้านบาท ที่มีกำหนดครบอายุวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
ทั้งนี้ บริษัทมีแนวทางบริหารโครงสร้างหนี้อย่างรอบคอบ และยังมีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากระบบธนาคารได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะตลาดตราสารหนี้ที่ยังท้าทาย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทในระยะถัดไป