ไคเรน วิลสัน ทำสำเร็จ ผงาดแชมป์สอยคิวศึกใหญ่มาสเตอร์ส
หลังจากรอบชิงชนะเลิศ จัดการปราบรุ่นเก๋าอย่าง "พ่อมดวิสกี้" จอห์น ฮิกกินส์ อันดับ 5 ของโลกจากสกอตแลนด์ไปได้ 10-6 เฟรม คว้าแชมป์มาสเตอร์ส 2026 ไปครองได้สำเร็จ นับเป็นแชมป์สมัยแรกของเจ้าตัว เมื่อช่วงดึกของวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา ณ อเล็กซานดราพาเลซ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
การคว้าแชมป์หนนี้ จะบอกว่าเป็น Third Time Lucky ก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเข้าชิงมาสเตอร์สมา 2 ครั้ง ก่อนจะอกหักทั้ง 2 หน ประกอบด้วยในปี 2018 ที่พ่าย มาร์ค อัลเลน จากไอร์แลนด์เหนือ 7-10 เฟรม และปีที่แล้วที่พ่าย ฌอน เมอร์ฟี่ รุ่นพี่ชาวอังกฤษด้วยกันเอง 7-10 เฟรมเช่นกัน ก่อนจะมาปลดล็อกในครั้งนี้
ความสำเร็จดังกล่าว นอกจากจะทำให้จอมคิวที่เพิ่งอายุครบ 34 ปีเมื่อเดือนก่อน รับเงินก้อนโตมูลค่า 350,000 ปอนด์(ราวๆ 15 ล้านบาท)แล้ว ยังทำให้เขา คว้าแชมป์รายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์ไปแล้ว 2 ทัวร์นาเมนต์ด้วยกัน ได้แก่ แชมป์โลกเมื่อปี 2024 และมาสเตอร์สครั้งที่เพิ่งปิดฉากลงไป
ส่งผลให้นักแม่นรูหนุ่มจากนอร์ธแฮมป์ตันเชียร์ เหลือความสำเร็จแค่ยูเคแชมเปี้ยนชิพเพียง ก็จะคว้าแชมป์รายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์ครบทั้ง 3 รายการ ซึ่งในพงศาวดารคิวโลกมีแค่ 11 คนเท่านั้นที่ทำได้
เส้นทางก่อนที่จะคว้าแชมป์มาสเตอร์ส 2026 ไคเรน เกือบจะร่วงทั้งรอบ 8 คนและรอบรองชนะเลิศแล้ว หลังจากโดนคู่แข่งทั้ง นีล โรเบิร์ตสัน อันดับ 3 ของโลกจากออสเตรเลีย(รอบ 8 คน) และ อู๋ อี้ เจ๋อ อันดับ 13 ของโลก(รอบรองฯ) ขึ้นแท่นนำ 5-4 เฟรม ทว่าสามารถฮึดพลิกนรกกลับมาคว้าชัยแบบหืดจับ 6-5 เฟรมทั้ง 2 แมตช์
ถือเป็นแชมป์รายการที่ 2 ของเขาในฤดูกาล 2025/26 ต่อจากศึกเซี่ยงไฮ้มาสเตอร์ส 2025 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ศึกมาสเตอร์ส 2026 และเซี่ยงไฮ้มาสเตอร์ส 2025 ที่ ไคเรน ได้แชมป์ในซีซั่นนี้ เป็นรายการประเภท non-ranking ที่ไม่มีผลต่อคะแนนสะสมอันดับโลกแต่อย่างใด แม้เงินรางวัลจะมากกว่าตาม
ทั้งนี้ ไคเรน ต้องพยายามคว้าแชมป์รายการระดับแรงค์กิ้งที่มีผลต่อคะแนนสะสมอันดับโลก ในอีก 7 รายการที่เหลือของซีซั่นนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรับแรงกระแทกจากการที่จะมีโอกาสโดนหักคะแนนสะสมแบบจัดหนักจัดเต็ม ในศึกชิงแชมป์โลก 2026 ที่กำลังจะมาถึงในอีก 3 เดือนข้างหน้า ตามเงื่อนไขของเวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์(WST) ที่จะนำคะแนนสะสมที่ได้จากศึกชิงแชมป์โลก 2026 ลบกับศึกชิงแชมป์โลก 2024
ด้าน จอห์น ฮิกกินส์ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะห่างหายจากความสำเร็จในการคว้าแชมป์ศึกใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์ เป็นเวลาเนิ่นนานถึง 15 ปีเข้าให้แล้ว นับตั้งแต่คว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2011
หลังจากคว้าแชมป์โลกครั้งดังกล่าว จอห์น ฮิกกินส์ มีโอกาสเข้าชิงรายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์อีก 4 ครั้ง ได้แก่ชิงแชมป์โลก 2017, ชิงแชมป์โลก 2018, ชิงแชมป์โลก 2019 และล่าสุด มาสเตอร์ส 2026 ปรากฏว่าพ่ายในรอบชิงทั้งหมดเลย
การคว้ารองแชมป์คราวนี้ ทำให้ป๋าจอห์น รับเงินปลอบใจ 140,000 ปอนด์(ประมาณ 5.9 ล้านบาท) พร้อมกับเป็นเจ้าของสถิตินักสนุกเกอร์อายุมากที่สุดที่เข้าชิงรายการระดับทริปเปิลคราวน์ ด้วยวัย 50 ปีกับอีก 245 วัน ทำลายสถิติเดิมที่ เรย์ เรียร์ดอน ตำนานคิวชาวเวลส์ผู้ล่วงลับ ที่เคยทำได้ในการเข้าชิงมาสเตอร์ส 1983 เมื่อ 43 ปีที่แล้ว ด้วยวัย 50 ปี 115 วัน