ไอแบงก์ ลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% มีผล 4 มี.ค. 69
ไอแบงก์ ลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% ตรึงอัตราผลตอบแทนเงินฝาก มีผลวันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
27 ก.พ. 2569 นางวิมลรัตน์ ปิยสถาพรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานการเงิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “การปรับอัตราดังกล่าวเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับมติของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และทิศทางนโยบายการเงินของประเทศ รวมถึงแนวทางของรัฐบาลในการใช้มาตรการทางการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการลดต้นทุนทางการเงินในระบบ เพื่อสนับสนุนการลงทุน การใช้จ่าย และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคเอกชนและประชาชน
ไอแบงก์ให้ความสำคัญกับบทบาทการเป็นกลไกทางการเงินของรัฐในการสนับสนุนเศรษฐกิจ การปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อควบคู่กับการตรึงอัตราผลตอบแทนเงินฝากในครั้งนี้ เป็นการสร้างสมดุลระหว่างผู้ฝากเงินและผู้ใช้สินเชื่อ เพื่อให้ระบบการเงินมีเสถียรภาพ และสามารถส่งผ่านประโยชน์ไปสู่เศรษฐกิจจริงได้อย่างเหมาะสม” นางวิมลรัตน์กล่าว
สำหรับรายละเอียดการปรับอัตรา ธนาคารได้ปรับลดอัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (SPR) คงเหลือร้อยละ 7.55 ต่อปี อัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา (SPRL) คงเหลือร้อยละ 7.68 ต่อปี และอัตรากำไรสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (SPRR) คงเหลือร้อยละ 7.85 ต่อปี
ไอแบงก์ยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและทิศทางนโยบายของภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ด้านอัตราผลตอบแทนและอัตรากำไรให้เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ดำเนินงานตามหลักการเงินอิสลาม ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพการดำเนินงาน เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน และขับเคลื่อนบทบาทสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า เพื่อสร้างความเชื่อถือ เชื่อมั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ร่วมกับลูกค้า สังคม และประเทศต่อไป