โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ความเห็น ‘รศ.ดร.อักษรศรี’ต่อท่าทีจีนต่อสงครามอิหร่าน

THE STATES TIMES

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 10.00 น. • THE STATES TIMES TEAM

3. การปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งผลต่อจีนอย่างไร

ปิดฮอร์มุซกระทบใคร? คำตอบของจีนคือ “คุมความเสี่ยง” แล้วดันตัวเองเป็นคนกลาง

ในเชิงสถิติ จีนพึ่งพาพลังงานที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในระดับสูง (ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) จึงดูเหมือนว่า “เสี่ยง” หากช่องแคบถูกปิดจริง แต่ถ้ามองเชิงยุทธศาสตร์ จีนกับอิหร่านมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและยาวนานในฐานะ “เพื่อนเก่า” ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ถ้าอิหร่านปิดช่องแคบ อาจไม่ได้ปิดแบบเหมารวมกับทุกฝ่ายแต่อาจ “คุมการผ่าน” ต่อบางชาติเป็นพิเศษ

นั่นหมายความว่า จีนอาจใช้ช่องทางการทูตไปเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้ เรือสัญชาติจีนยังสามารถผ่านได้ในระดับหนึ่ง(หรืออย่างน้อยลดการสะดุดของการขนส่ง) ถ้าเป็นเช่นนั้น ผลกระทบต่อจีนก็อาจ “ไม่หนัก” เท่าที่หลายคนกังวลจากตัวเลขอย่างเดียว

อีกด้านหนึ่ง จีนเองก็ไม่ได้พึ่งน้ำมันแบบ “ไม่มีทางเลือก” เหมือนในอดีต เพราะจีนพยายาม กระจายความเสี่ยง (diversify)และเร่งพลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น พลังงานสะอาดและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการใช้น้ำมันและก๊าซในระยะยาว แม้จะไม่ได้ทำให้ “ไม่กระทบเลย” แต่ทำให้จีนมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม “ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” ของจีนคือ ตะวันออกกลางสงบและหยุดสู้รบเร็วเพราะภูมิภาคนี้มีความสำคัญต่อผลประโยชน์จีนทั้งด้านเศรษฐกิจและพลังงานสูงมาก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจีนมีแรงจูงใจที่จะ ขยับบทบาทเป็นคนกลางเพื่อพาไปสู่ทางลงของทุกฝ่าย

จีนยังพยายามสร้างภาพบทบาท “ผู้พิทักษ์สันติภาพ” ในเวทีโลกอยู่แล้ว ผ่านแนวคิดด้านความมั่นคงอย่าง Global Security Initiative (GSI) และในสงครามนี้ สหรัฐฯ ไม่สามารถเป็นคนกลางได้เพราะเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ขณะที่จีนมีความได้เปรียบกว่าในฐานะประเทศที่อิหร่าน “รับฟัง” และในเวลาเดียวกัน สหรัฐฯ ก็อาจไม่ต้องการให้สงครามยืดเยื้อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...