โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์ดีเดย์ 8 พ.ค. เปลี่ยนระบบซื้อขายตลาดหุ้นไทยใหม่ มั่นใจไม่กระทบนักลงทุน

BTimes

อัพเดต 28 เม.ย. 2566 เวลา 16.20 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2566 เวลา 09.20 น. • BTimes.Biz

นางสาวภัทรวสี สุวรรณศร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารการปฏิบัติการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท. เตรียมเปลี่ยนระบบการซื้อขายหุ้นและตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในตลาดหุ้นไทย ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ซึ่งมั่นใจว่าระบบมีความพร้อมและจะราบรื่น โดยตลาดหลักทรัพย์จะมีการติดตามการเปลี่ยนผ่านระบบอย่างใกล้ชิด

สำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบการซื้อขายครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ใช้ระบบของ NASDAQ ที่ตลาดหุ้นชั้นนำของโลกเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มและการส่งคำสั่งนั้นทำได้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับการให้บริการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยได้

ด้านนายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ได้ร่วมมือกับ Nasdaq ซึ่งเป็นผู้นำในระบบซื้อขายสำหรับตลาดทุนและตลาดอนุพันธ์ ในการพัฒนาระบบซื้อขายใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดที่เป็นมาตรฐานสากล มีประสิทธิภาพสูงในการจัดการคำสั่งซื้อขายได้รวดเร็วขึ้น สามารถรองรับปริมาณธุรกรรมที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต และพร้อมรองรับผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนที่หลากหลายในรูปแบบใหม่ๆ ทั้งตลาดทุนและตลาดอนุพันธ์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกเหนือจากการเปลี่ยนระบบซื้อขายใหม่ ตลาดหลักทรัพย์และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้เปลี่ยนระบบเผยแพร่ข้อมูลซื้อขาย (Market Data System) ระบบงานกำกับการซื้อขาย (Market Surveillance System) ในคราวเดียวกัน โดยได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการประมวลผลข้อมูลที่เป็นสากลและสอดคล้องกับระบบซื้อขายใหม่ ซึ่งจะสามารถเผยแพร่ข้อมูลการซื้อขายไประบบของสมาชิกและผู้ให้บริการข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานที่เป็นสากล รวมถึงยกระดับเครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบเพื่อให้สามารถวิเคราะห์ความผิดปกติในการซื้อขายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นตามลำดับ

โดยสิ่งที่แตกต่างจากระบบการซื้อขายเดิมนั้น และกระทบกับนักลงทุนทั่วไป และน่าจะช่วยให้การซื้อขายหุ้นนั้นสะดวกมากขึ้นทั้งการส่งคำสั่งซื้อขายจากเดิมที่สามารถดูคำสั่งซื้อขายได้ 5 ช่องราคา ระบบใหม่จะสามารถดูได้ 10 ช่องราคา ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถนำไปใช้ข้อมูลประกอบการซื้อขายหุ้นได้

นักลงทุนยังสามารถตั้งคำสั่งแบบ Good till cancel (GTC) หรือสามารถคงสถานะคำสั่งซื้อขายได้ข้ามวันได้นานสุด 30 วัน รวมทั้งสามารถปรับการคำนวณราคาเปิด ปิด โดยอาจอยู่นอกเหนือกรอบราคา ซิลลิ่ง หรือ ฟลอร์ ได้ แต่ไม่เกิน 1 ช่วงราคา และปรับซิลลิ่ง หรือ ฟลอร์ ในหุ้น กระดานหุ้น -F ให้สามารถเพิ่มขึ้น หรือลดลง ได้ 60% ของราคาอ้างอิง ในทุกวิธีการซื้อขายหุ้น

และสุดท้าย คือ ตลาดหลักทรัพย์ยังมีการเพิ่มเครื่องหมาย P หรือ พักการซื้อขายหุ้นช่วงคราว โดยจะใช้ประกอบกับมาตรการกำกับการซื้อขายระดับที่ 3 เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ผู้ลงทุนมากขึ้น โดย P จะใช้เฉพาะในกรณีที่หุ้นมีราคาที่เคลื่อนไหวผิดปกติ ไม่ได้เกิดจากตัวบริษัท ส่วนเครื่องหมาย SP และ H นั้นจะใช้ในกรณีที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูล หรือ เกิดจากความผิดปกติของบริษัทและนักลงทุนต้องรับทราบ นอกจากนี้

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้ลงทุนจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ กับการเปลี่ยนแปลงระบบครั้งนี้ จะมีแต่ผู้ที่ทำระบบ และเชื่อมต่อระบบหลังบางอย่างบริษัทหลักทรัพย์ที่จะต้องมีการปรับระบบให้เข้ากันชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...