โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บ้านร้างญี่ปุ่นเพิ่มเกือบ 4 แสนหลัง ใน 5 ปี ปัญหาจะหนักขึ้นเมื่อ “บูมเมอร์” แก่-เสียชีวิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ค. 2567 เวลา 17.17 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 12.02 น.

จำนวนบ้านร้างในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเกือบ 400,000 หลัง ภายในเวลา 5 ปี เนื่องจากจำนวนประชากรที่ลดลงในพื้นที่ชนบท คาดปัญหาจะรุนแรงขึ้นอีกเมื่อคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์มีอายุมากขึ้นและเสียชีวิตไป

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2024 กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร (Ministry of Internal Affairs and Communications) ของประเทศญี่ปุ่นเผยแพร่ข้อมูลจากการสำรวจ อัพเดต ณ เดือนตุลาคม 2023 ว่า จำนวน “บ้านว่าง” (Vacant Home) ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงบ้านเช่า บ้านพักตากอากาศ และบ้านเพื่อให้บริการตามวัตถุประสงค์เฉพาะ มีจำนวน 8.99 ล้านหลัง เพิ่มขึ้น 500,000 หลังจากการสำรวจครั้งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2018 และคิดเป็นสัดส่วน 13.8% ของบ้านทั้งหมดที่มีอยู่ในญี่ปุ่นในปัจจุบัน

จำนวนบ้านว่างเพิ่มขึ้นในพื้นที่ชนบทที่มีจำนวนประชากรลดลงเป็นส่วนใหญ่ จังหวัดวาคายามะและจังหวัดโทคุชิมะมีสัดส่วนบ้านว่างสูงสุดใน 47 จังหวัดของญี่ปุ่น โดยสัดส่วนบ้านว่างของสองจังหวัดนี้เท่ากันที่ 21.2% ของบ้านทั้งหมด รองลงไปคือจังหวัดยามานาชิที่มีสัดส่วนบ้านว่าง 20.5%

และถ้านับรวมอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมที่ว่าง ตัวเลขก็ยิ่งสูงขึ้นอีก โดยจากการสำรวจล่าสุดพบว่ามีอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมว่างมากกว่า 5.02 ล้านยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน 16.7% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้น 846,800 ยูนิต จากปี 2018 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 60% จาก 20 ปีก่อน

แต่ปัญหาที่ใหญ่และท้าทายยิ่งกว่าคือจำนวน “บ้านร้าง” (Abandonded Home) ซึ่งหมายถึงที่อยู่อาศัยที่ว่างระยะยาว ไม่นับรวมบ้านเช่า บ้านพักตากอากาศ และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ที่ให้บริการตามวัตถุประสงค์เฉพาะ ที่มีอยู่ 3.85 ล้านหลังทั่วประเทศ เป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 370,000 หลังจากการสำรวจครั้งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2018 จำนวนล่าสุดนี้คิดเป็นสัดส่วน 5.9% ของบ้านทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นจากปี 2018 ที่มีสัดส่วน 5.6%

บ้านที่ถูกทิ้งไว้ไม่มีผู้อยู่อาศัยมีความเสี่ยงต่อความเสียหายมากกว่าบ้านทั่วไป ทั้งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค เสี่ยงต่อการพังทลาย และปัญหาอื่น ๆ

ยูนิตในอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมที่ว่างเปล่าไร้ผู้อยู่อาศัยยิ่งอันตราย เพราะอาจทำให้เกิดปัญหากับภาพรวมทั้งหมดของอาคารนั้น ๆ เช่น เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจในการซ่อมแซมครั้งใหญ่ และเจ้าของห้องมักจะไม่จ่ายค่าบำรุงรักษาและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ซึ่งหมายความว่าโครงการนั้นจะมีเงินค่าบำรุงรักษาโครงการน้อยลง

ทั้งนี้ ในประเทศญี่ปุ่นมีคอนโดมิเนียมประมาณ 1.25 ล้านยูนิตที่สร้างมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี และตัวเลขดังกล่าวคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.5 เท่าใน 20 ปี ส่งผลให้มีความกังวลมากขึ้นถึงเร่งด่วนเรื่องการปรับปรุงและซ่อมแซม

รัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งในญี่ปุ่นกำลังประเมินสถานการณ์ปัญหาและหาทางแก้ไข อย่างเมื่อปี 2022 เมืองนาโกยาได้เริ่มกำหนดให้ฝ่ายบริหารคอนโดฯอัพเดตแก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับสถานะของห้องในคอนโดฯ และในปี 2018 เมืองโยโกฮามาเริ่มส่งสถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญด้านที่เกี่ยวข้องไปยังอาคารคอนโดฯที่ไม่ได้รับการจัดการ เพื่อช่วยจัดตั้งสมาคมการจัดการและปรับปรุงสัญญาที่จำเป็น

เมื่อปี 2015 ญี่ปุ่นออกกฎหมายอนุญาตให้หน่วยงานท้องถิ่นออกคำเตือนเกี่ยวกับบ้านว่างที่เสี่ยงต่อการพังทลาย และให้รื้อถอนหากไม่มีการปรับปรุง ซึ่งข้อมูลจาก “กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว ของญี่ปุ่น” ระบุว่า จนถึงขณะนี้ มีบ้านราว 40,000 หลังตกเป็นเป้าตามคำสั่งนี้ แต่กฎหมายนี้มุ่งไปที่บ้านหรืออาคารที่อยู่อาศัยที่ว่างเปล่าทั้งหมด การจะนำกฎหมายนี้ไปบังคับใช้กับยูนิตว่างแค่บางยูนิตในอาคารขนาดใหญ่นั้นเป็นเรื่องยาก

เพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น รัฐบาลญี่ปุ่นได้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการคอนโดมิเนียมในปี 2022 เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถออกคำแนะนำและคำเตือนแก่เจ้าของยูนิตที่ได้รับการจัดการที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ก็มีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่ได้รับการจัดการภายใต้กฎหมายนี้

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของประเทศญี่ปุ่นมองว่า ประชากรสูงวัยเป็นปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเพิ่มขึ้นของบ้านที่ถูกทิ้งร้าง บ้านหลายหลังถูกทิ้งให้ว่างเปล่าหลังจากที่ผู้สูงอายุซึ่งอาศัยอยู่ตามลำพังเสียชีวิตหรือย้ายเข้าบ้านพักคนชรา และแนวโน้มสังคมญี่ปุ่นที่เป็น “ครอบครัวนิวเคลียร์” ซึ่งลูก ๆ ของแต่ละครอบครัวอาศัยอยู่แยกกันก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาเช่นกัน

แม้ว่ามีลูกหลานหรือญาติที่ได้รับบ้านเป็นมรดก (ซึ่งโดยทั่วไปจะมีคุณค่าทางใจ) ก็ตาม แต่บ้านจำนวนมากก็ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล เนื่องจากมีต้นทุนสูงในการปรับปรุงซ่อมแซมและการรื้อถอน และความสามารถทางการตลาดก็ต่ำ เพราะคนญี่ปุ่นไม่นิยมซื้อบ้านเก่า อีกทั้งความท้าทายอื่น ๆ

และคาดว่าจำนวนบ้านเก่าหรือ “อากิยะ” ที่ถูกปล่อยให้ว่าง-ร้างจะเพิ่มขึ้นอีก เมื่อคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (ปัจจุบันอายุ 60-78) มีอายุมากขึ้น

อ้างอิง :

  • Nikkei Asia
  • Asahi

อ่านเนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ้านร้างญี่ปุ่นเพิ่มเกือบ 4 แสนหลัง ใน 5 ปี ปัญหาจะหนักขึ้นเมื่อ “บูมเมอร์” แก่-เสียชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...