กลุ่มเซ็นทรัล เล็งปรับโครงสร้างธุรกิจในยุโรป ตั้งเป้าฟื้นตัว หลังหุ้นส่วนล้มละลาย
กลุ่มเซ็นทรัล เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจห้างสรรพสินค้าในยุโรป หลังคู่ค้าล้มละลาย สื่อเผย เซ็นทรัลจะปรับปรุงการดำเนินห้างสรรพสินค้า พร้อมตั้งเป้าฟื้นตัว
วันที่ 17 มกราคม 2568 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า กลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) กำลังปรับโครงสร้างธุรกิจห้างสรรพสินค้าในยุโรป หลังจากที่ Signa Holdings ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์ของออสเตรีย ยื่นฟ้องล้มละลาย
ในปัจจุบัน เซ็นทรัลมีห้างสรรพสินค้า 40 แห่งใน 7 ประเทศทั่วยุโรป รวมถึง Selfridges ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าหรูหราระดับตำนานของอังกฤษ
กลุ่มเซ็นทรัล เริ่มขยายธุรกิจในยุโรปในปี 2554 โดยซื้อกิจการ "Rinascente" ของอิตาลี ต่อมาได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ "Signa" เพื่อซื้อกิจการ "KaDeWe" ของเยอรมนีในปี 2558 ต่อมาได้ซื้อ"Globus" ของสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2563 และซื้อ Selfridges Group ในปี 2565 ด้วยมูลค่า 4 พันล้านปอนด์ (4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ความร่วมมือดังกล่าวซึ่งนำโดย นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมีเป้าหมายที่จะใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม Signa ได้ยื่นฟ้องล้มละลายในเดือนพ.ย. 2566 และต่อมาได้ประกาศล้มละลาย เนื่องจากเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูง และต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น หลังช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้กลุ่มเซ็นทรัลต้องพิจารณากลยุทธ์ในยุโรปใหม่ เนื่องจาก Signa กำลังมองหาทางที่จะขายหรือปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนของบริษัทในเครือและบริษัทในเครือมากกว่า 1,000 แห่ง
ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส เมื่อเดือนธ.ค. 2567 นายทศ กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลกำลังจัดการแก้ไขกับผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยกลุ่มเซ็นทรัล ได้เข้าซื้อสินทรัพย์ของ Signa ในห้าง KaDeWe ในราคา 1, พันล้านยูโร (1.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเข้าควบคุมการดำเนินงานทั้งหมดของ Globus
สำหรับ Selfridges ซึ่งเป็นข้อกังวลมากที่สุดนั้น พบว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย (PIF) ได้ซื้อหุ้น 40% จาก Signa และได้รับตำแหน่งตัวแทนจากคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก PIF ขาดความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการห้างสรรพสินค้า กลุ่มเซ็นทรัลจึงมีหน้าที่ในการฟื้นฟูการดำเนินงาน
กลุ่มเซ็นทรัล ยังได้งดำเนินการลดต้นทุนคงที่ทั่วทั้งยุโรป โดย Selfridges ได้ลดจำนวนพนักงานลงมากกว่า 6% โดยเลิกจ้างพนักงาน 500 คน ขณะที่ KaDeWe กำลังทบทวนข้อตกลงการเช่าที่มีค่าใช้จ่ายสูง
ทั้งนี้ นายยูจิ คาโตะ จาก Nomura Research Institute Thailand คาดการณ์ว่าการเติบโตของตลาดศูนย์การค้าในไทยจะทรงตัวภายในปี 2569 บริษัทจึงมองว่ายุโรปเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ การเชื่อมโยงระหว่างตลาดยุโรปกับแบรนด์ระดับไฮเอนด์จะช่วยเสริมการดำเนินงานของกลุ่มเซ็นทรัลในเอเชียได้ด้วยเช่นกัน
อ้างอิง : asia.nikkei.com