โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘สาวจีน’ อินเทรนด์!! สาดน้ำเป็นน้ำแข็ง แล้วถ่ายรูป อวดโซเชียล ได้ผลไม่เหมือนที่คิดไว้ น้ำร้อนลวกตัว เกิดแผลไหม้ ระดับ 2

THE STATES TIMES

อัพเดต 22 ธ.ค. 2567 เวลา 06.07 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2567 เวลา 06.15 น. • Hard News Team

(22 ธ.ค. 67) เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายรูปอย่าหาทำตาม เสี่ยงอันตราย โดยสาวรายหนึ่งอยากถ่ายรูปตามเทรนด์ ‘สาดน้ำเป็นน้ำแข็ง’ เธอได้ใช้น้ำร้อนเหวี่ยงไปท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ หวังได้รูปสวย แต่แล้วเกิดผิดพลาด น้ำร้อนลวกบริเวณศีรษะ ทำให้เกิดแผลไหม้ระดับ 2

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เผยว่า นักท่องเที่ยวรายนี้เดินทางไปเที่ยวกับแฟน ที่มู่ตันเจียง ตั้งอยู่ในมณฑลเฮยหลงเจียง ของจีน ระหว่างเพลิดเพลินกับสถานที่ แฟนสาวอยากได้รูปสวยตามเทรนด์โซเชียลในจีน ที่สาดน้ำให้เป็นน้ำแข็งทันที จึงให้แฟนหนุ่มถ่ายให้

โดยเธอเหวี่ยงน้ำร้อนสาดทวนเข็มนาฬิกาขึ้นไปในอากาศ หวังจะให้เป็นน้ำแข็ง แต่แล้วปรากฏไม่เป็นตามที่คิด น้ำร้อนดันลวกโดนตัวเธอเต็มๆ จนศีรษะเธอเกิดแผลไหม้ระดับ 2 โชคดีที่เธอเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ จึงสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เธอรีบประคบเย็นด้วยหิมะเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงรีบไปที่คลินิกใกล้เคียง เพื่อรับการรักษา สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือแม้ว่าสาวรายนี้จะถูกไฟไหม้ระดับ 2 แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอพยายามจะเลียนแบบการถ่ายรูปแบบนี้อีกครั้งในวันรุ่งขึ้นท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส แต่สุดท้ายก็ยังล้มเหลว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ‘การสาดน้ำลงในน้ำแข็ง’ ไม่ได้หมายความว่าน้ำร้อนจะแข็งตัวทันที แต่น้ำที่ไหลออกมากลายเป็นไอน้ำ และไอน้ำจะควบแน่นเป็นหยดน้ำ หรือผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กในอากาศเย็น

‘นักวิชาการ’ ชี้ให้เห็นว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ ที่จะสาดน้ำแล้วน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งทันที แต่การที่น้ำจะเป็นน้ำแข็งได้นั้นจะต้องอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด จึงจะมีความเป็นไปได้ ‘ไม่ควรลองทำตาม’ ไม่เช่นนั้นมีโอกาสสูงที่การผ่าตัดกรณีเกิดแผลไหม้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...