เกิดใหม่อีกครั้งในยุค80 พร้อมสมาร์ทโฟน
ข้อมูลเบื้องต้น
เปิดนิยายเรื่องใหม่คร้าาาา
(เรื่องเก่ายังไม่จบ ยังเปิดใหม่อี๊ก)
เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของหนูน้อยของขวัญ
เด็กน้อยปากแจ๋วที่หนึ่งของบ้าน
ของขวัญผู้เกิดในตระกลูใหญ่ (ชื่อพ่อ) ที่ค่อนข้างยากจน ตกอับ แถมมีพ่อก็เจ้าชู้ไก่แจ้ ไข่ไปเรื่อย เกิดมาเธอก็มีพี่ชายถึงสองคน
นี่ยังไม่รู้จะมีน้องๆ ตามมาไหม แม่ของเธอก็หนีหายไป เธอต้องเอาชีวิตรอดในสถานการณ์นี้ให้ได้
โชคดีที่การเอาชีวิตรอดในครั้งนี้ของเธอ ไม่น่าเบื่อเกินไป ความทรงจำของชาติที่แล้วตามเธอมาด้วย และที่ตามเธอมาอีกอย่างก็คือสมาร์ทโฟน!!
มือถือของเธอนั้นเอง
แถมสมาร์ทโฟนของเธอนั้น มีแอพพิเคชันแปลกๆ ติดตั้งอยู่ด้วย มันคือพลังวิเศษที่จะทำให้เธอร่ำรวยได้ในโลกใบนี้
เรื่องนี้เป็นการเกิดใหม่เหมือนเดิม จะเล่าถึงหนูของขวัญในยุคช่วง 80-90 เป็นการบอกเล่าถึงชีวิตช่วงวัยเด็ก
มุมมองของวัยรุ่นตัวน้อย ที่อยากจะเกษียณตัวเองเป็นปลาเค็มตากแห้ง
แต่จะทำแบบนั้นได้ไหมนะ ถ้ายังไม่รวย จะพักได้อย่างไง
ปล.เรื่องนี้อัพนิยาย อ พ พฤ นะคะ
บทนำ จุดเริ่มต้น
ในวันที่ 31 ธันวาคม พศ.2567 ในคืนนี้ควรจะเป็นค่ำคืนที่มีความสุขของใครหลายๆ คน ในวันสิ้นปีอย่างนี้ ผู้คนมากมายต่างมีความสุข อยู่ฉลองที่บ้านกับครอบครัว กับพี่น้อง กับเพื่อนอย่างมีความสุข
แต่มันไม่ใช่กับเธอ หญิงสาวคนนี้ ผู้หญิงอันเป็นที่รักของใครหลายๆ คน แต่ในค่ำคืนแบบนี้เธอกลับเหงากว่าใคร ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีพ่อแม่เหมือนใครอื่นเขาที่อยู่บ้านฉลองกันแบบนั้น แต่พ่อแม่ของเธอบินไปฉลองที่ฮ่องกงกันสองคน เธอเป็นลูกคนเดียวเลยไม่มีพี่น้องที่ไหนที่อยู่ด้วยอีก ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเพื่อน เธอเป็นคนเพื่อนเยอะเลยแหละ แต่คนที่เข้ามาส่วนมากหวังผลประโยชน์กับเธอซะส่วนใหญ่ คนที่มีใจจริงต่อกันหายากยิ่งนัก
ฉลองทุกสิ้นปี เธอเลยต้องอยู่คนเดียวทุกปี ก็อยู่มาจนชินแล้ว เธอจะเรียกร้องอะไรกับใครได้ เธอมีชื่อว่า ขวัญใจ อายุปีนี้ 28 ปี เธอเป็นที่รู้จักของคนมากมาย เพราะเธอเก่งและมีความสามารถตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเติบโตมาเธอก็ประสบการณ์ความสำเร็จในหลายด้าน
แต่นั้นก็เป็นที่มาของการจากไปของเธอในครั้งนี้
ขวัญใจ เทวะทัศน์ อายุ 28 ปี บริบูรณ์ในวันนี้ ช่วงตลอด 28 ปีนี้ อาชีพของเธอคือสถาปนิก วิศวะกร มัณฑนากร และผู้รับเหมา ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่งเกี่ยวกับการก่อสร้างตกแต่งจัดสถานที่ เรียกได้ว่าบริษัทของเธอรับทำหลายๆ อย่าง โดยมีชื่อเสียงของเธอการันตีความดีเยี่ยมไว้
ตั้งแต่เด็กชีวิตของเธอมักถูกจับตามองมาตลอด เพราะพ่อแม่ของเธอเป็นคนเก่ง ผู้มีความสามารถที่ถูกแย่งชิงตัว เมื่อทั้งคู่แต่งงานกัน ลูกของพวกเขาก็ต้องเก่งตาม และความสามารถของเธอก็ได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าเธอดีพร้อมไปทุกเรื่อง เธอไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลยในเรื่องของความสามารถ
ยกเว้นเรื่องเดียวที่ไม่ถือว่าด้อย แต่ก็ไม่ถือว่าดี คือรูปร่างหน้าตาของตัวเธอ เธอไม่ได้ตัวเล็กน่ารัก เป็นผู้หญิงตัวสูงใหญ่ หญิงแกร่งที่ไม่ต้องมีใครมาปกป้อง เพราะงั้นเรื่องความรักของเธอตลอด 28 ปีมานี้ เรียกได้ว่าขนาดหมายังเมินเลย ซอกซ้ำระทมใจแค่ไหน
แม้การแข่งขันในสายงานของเธอจะสูงมาก แค่เพราะความเก่งและความสามารถของเธอนั้น ทำให้ใครๆ ยอมรับและใครก็อยากว่าจ้างงานจากบริษัทของเธออยู่บ่อยๆ
แน่นอนว่าเป็นคนเก่งมีคนรัก มีคนชอบ มีคนยินดีล้อมหน้าล้อมหลัง ก็ต้องย่อมมีคนเกลียด คนอิจฉาอยู่บ้าง เธอเป็นถึงประธานบริษัท จะไม่ถูกเกลียดเลยคงเป็นไปไม่ได้
แต่ต่อให้ถูกเกลียดแค่ไหนก็ไม่ควรถึงขั้นฆ่าแกงกันหรือเปล่า
ชีวิตนี้ของเธอยังใช้ไม่คุ้มเลยนะ โตมา28 ปี เธอใช้ชีวิตทำทุกอย่างทุกเรื่องมาแล้ว ยกเว้นอยู่เรื่องเดียว เรื่องความรัก เธอเองไม่ใช่คนสวยอะไร ไม่น่ารักเลยสักนิด คนมาจีบเลยไม่มี จะไปจีบใครก็ไม่กล้า ไม่มีความมั่นใจในรูปร่างตัวเอง
แต่เพราะยุคสมัยนี้ มันเป็นเรื่องง่าย มีวิธีแก้ไขอยู่แล้ว ก่อนหน้านั้นเธอเลยไม่คิดจะคบใคร เธอคิดว่ารอเธอรวยมีเงินเมื่อไหร่ ผู้ชายก็เข้าหาเอง ไม่สวยก็ไปศัลยกรรมได้ ชีวิตมันไม่ได้ยุ่งยากขนาดนั้น แต่ยังไม่ทันจะใช้ชีวิตถึงช่วงนั้น เธอก็ถูกจบชีวิตลงก่อน
สาเหตุที่เธอต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ เพราะเธอไปรับงานหนึ่งมา มันเป็นโปรเจคลับที่ใครๆ ก็อยากทำ แต่เธอได้มันมา ในเกมส์การแข่งขันลับๆ นี้ ไม่ได้มีกฎที่ว่าผู้ชนะจะได้เป็นผู้นำเสมอไป คู่แข่งบริษัทอื่นรู้เรื่องนี้เข้า ก็ทำให้เขาอยากได้โปรเจคนี้มา
เธอเพิ่งเซ็นสัญญาไปอาทิตย์ก่อน วันนี้เธอออกแบบทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว จะไปนำเสนอให้ลูกค้าดูและนัดฉลองปีใหม่สักหน่อย บังเอิญว่าเธอมาเที่ยวที่ทะเลแดนใต้และลูกค้าของเธอก็มาที่นี่เหมือนกัน เลยนัดเจอกันตอนหนึ่งทุ่ม ดูงานเสร็จก็ฉลองปีใหม่กันเลย
แต่ใครจะคิดระหว่างทางที่เดินทางไปนั้นเธอก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้
ด้านหน้ามีอุบัติเหตุรถชนกัน เป็นอุบัติเหตุเล็กๆ ที่เกิดขึ้น มีคนตั้งป้ายให้เปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นแทน ทำให้เธอต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นแทนตามคนอื่นๆ ด้วยความที่เธอไม่คุ้นชินทาง เพราะมันเป็นจังหวัดหนึ่งที่ไม่ใช่กรุงเทพ มันเลยทำให้เธอต้องดูเส้นทางใหม่อีกรอบ โดยการพึ่งพาจีพีเอสนำทาง
เรื่องเส้นทางในต่างจังหวัดไม่ต้องพูดถึง จีพีเอสเท่านั้นที่เป็นตัวบอกทาง และในเมื่อเส้นทางหลักถูกเปลี่ยน เธอเลยเลือกตามเส้นทางที่จีพีเอสยังพอพาไปถึงจุดหมายปลายทางได้
ขวัญใจขับรถต่อมาอีกนิด เธอก็เจอกับอุบัติเหตุอีกแล้ว ทำไมวันนี้อุบัติเหตุมันเยอะจัง หรือเพราะวันสิ้นปี เลยเป็นแบบนี้ ขวัญใจเริ่มชักรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ยังขับไปต่อ เส้นทางจีพีเอสมันยังบอกว่าไปถึงได้
แต่เริ่มขับไปๆ ก็เจอหลายๆ เหตุการณ์ที่เหมือนบังคับให้เธอเดินทางไปตามที่กำหนดไว้มากกว่า ขวัญใจคิดว่าอ้อมหน่อยคงไม่เป็นไร จีพีเอสยังบอกเส้นทางที่ไปถึงจุดหมายปลายทางของเธอได้ เธอจึงเลือกที่จะเดินหน้าต่อไปอีก
ในเมื่อไม่มีใครสามารถหยุดเธอได้ด้วยอุบัติเหตุเล็กๆ แบบนี้ สุดท้ายเลยเกิดเป็นอุบัติเหตุใหญ่ที่เกิดขึ้นกับเธอแทน มีรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาชนรถของเธออย่างแรง ทางฝั่งข้างคนขับ แต่เพราะรถของเธอระบบเซฟตี้ดีเป็นพิเศษ เธอเลยไม่เป็นอะไรมาก สามารถเปิดประตูลงมาดูสภาพรถได้อยู่
วันหยุดสิ้นปีแบบนี้ก็ควรจะพักผ่อนนอนอยู่บ้านไหมนะ หาเรื่องออกมาทำไม ขวัญใจได้แต่โทษตัวเอง มาแล้วมีปัญหาแบบนี้ อย่าออกมาเลยดีกว่า
ขวัญใจโทรหาประกันทันที ก่อนจะโทรบอกตำรวจ แต่ระหว่างที่โทรบอกนั้น ขวัญใจเห็นท่าไม่ดี คนที่ขับรถมาชนถอยรถออกไปใหม่ แล้วพุ่งมาใส่รถกะชนเธอตาย แต่เธอหลบได้ทัน รอดมาอย่างหวุดหวิด
พอพวกเขาเห็นเธอไม่ตายเขาก็ยกปืนขึ้นมาจะยิงเธอ ทีนี้ได้ตายของจริงแน่
ขวัญใจเห็นแบบนั้นก็เริ่มวิ่งหนีเอาตัวรอด ด้วยร่างที่สูงใหญ่อวบหนาของเธอ ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอช้ามาก ทั้งที่คิดว่าตัวเองวิ่งเร็วสุดแรงเกิดแล้ว แต่คนพวกนั้นก็ยังตามมาทันได้
ขวัญใจคิดหาเหตุผลที่เธอต้องถูกตามแบบนี้ เธอทำผิดอะไร หรือเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่ ตามความคิดของขวัญใจ คิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เธอพลางคิดในใจ ของสำคัญจากเธอตอนนี้ก็มีอยู่อย่างเดียว คือข้อมูลงานในแฟลชไดช์ของเธอ งานลับของเธอที่เพิ่งทำเสร็จวันนี้
วิ่งสุดชีวิตก็แล้ว สุดท้ายก็ถูกตามทันอยู่ดี อีกอย่าง เธอนั่นแหละโง่สิ้นดี วิ่งมาทำไมตรงหน้าผานี่ เกือบตกไปตายแล้วสิ ถ้าไม่เบรกเสียก่อน คงเพราะความมืดของเส้นทาง และการวิ่งหนีแบบไม่คิดเลยทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้
“ไม่อยากตายก็ส่งของมา” หัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น เมื่อเห็นขวัญใจไม่มีทางหนี้
“ของอะไรล่ะ ฉันไม่มี” ไม่บอกว่าของคืออะไร ใครจะตรัสรู้ได้ละไอ้โง่
“อย่ามาทำไขสือ กำลังจะไปส่งงานไม่ใช่เรอะ” เขาพูด
“ใครเขาทำงานวันหยุดกัน ฉันไปเที่ยวยะ” ตอแหลไปก่อน เผื่อมันโง่เชื่อขึ้นมา จะได้รอด
“ไม่ต้องมาหลอกกู สายกูบอกมาแล้ว” มันไม่โง่สินะ
“ใครบอก” ขวัญใจถามเสียงแข็ง นึกแล้วเชียวต้องมีหนอนในบริษัทของเธอ พวกระยำ รอดตายกลับไปได้ แม่จะคิดบัญชีให้หมด
“เสียเวลาพูดกับมันทำไมลูกพี่ ไปค้นตัวมันเลยสิ”
“มึงไปค้นสิ กูไม่อยากถูกไขมันลื่นๆ ของมันติดมือ” หัวหน้ากลุ่มพูด มองสภาพของขวัญใจตอนนี้ เหงื่อโชก เหงื่อไหลไคลย้อย เปียกไปทั้งตัว ไม่มีตรงไหนน่ามองเลย
“กูไม่ได้อ้วนไอ้เหี้ย กูแค่โครงร่างใหญ่เท่านั้น มึงสิอ้วน ลงพุงเชียว แหมมม”
“แบบกูนี่เรียกหุ่นหมี สาวติดตรึม ไม่เหมือนมึงหรอก เคยมีผัวละยังล่ะ” ดูมันพูด เหมือนมีมดกันหัวใจดวงน้อยๆ เป็นสิบตัวเลย
ไม่เคยมีผัวโว้ย!!
“แหมมมม ไอ้พ่อคนรูปหล่อ ตัวสูงขาสั้น พ่อคนผมดกดำแต่กระหม่อมบาง พ่อคนผิวสีแทน สีดำมาแทนที่สีขาวจนหมดน่ะ ตัวเองดูดีตายล่ะ ชิ” มาว่ากูไม่มีผัว มึงล่ะเคยมีเมียกับเขาไหม
“อีนังนี่มันรนหาที่ตายจริงๆ” คนที่เป็นหัวหน้าพูดอย่างโมโห
“ก็พูดตามความจริง พูดว่าคนอื่นได้ คนอื่นว่าคืนกลับรับไม่ได้ซะงั้น กระจอกชะมัด” ขวัญใจกอดอกมองเขา เชื่อว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ทำอะไรเธอหรอก พวกเขาคงมาเอาแค่แฟลชไดช์เท่านั้น
“ปากเก่งนักนะ” ไอ้หัวหน้าพูด
ปัง!
เหี้ย แต่ไอ้คนข้างๆ แม่งเอาจริงวะ มันยิงปืนลงพื้นดินข้างๆ ขวัญใจ เศษดินกระจุยเลย ขวัญใจตกใจกลัว ถอยหลังเหยียบหินพลาดเท้าพลิกตั้งหลักไม่ทัน พลัดตกหน้าผาลงไป
-_-
บ้าน่า เธอจะมาตายเพราะเรื่องโง่เง่านี่เหรอ แถมเป็นตัวเองที่พลัดตกมาเองด้วย ตายโง่ฉิบหายเลยขวัญใจ
ไม่นะ เธอยังไม่อยากตาย เธออยากมีชีวิตไปนานๆ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และคุ้มค่ากว่านี้ เธอยังไม่ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างเลย ไหนจะมีแฟนอีก เธอยังไม่มีเลยนะ จะใจร้ายเกินไปไหม ถ้าให้เธอตายโง่ๆ แบบนี้
เสียใจตอนนี้ไม่ทันแล้ว
กฎของแรงโน้มถ่วง อะไรก็หยุดไม่ได้ตอนนี้ ช่วยไม่ได้นะ เธอน่าจะหัดว่ายน้ำสักหน่อย ตกลงทะเลแบบนี้ จมแน่ๆ ได้ตุยเย่จริงๆ สินะ
ตุ๊มมมมม
อึกๆๆ บุ๋มๆๆๆ
ยกตัวเองขึ้นไปเหนือน้ำสิ ทำไมร่างมันหนักอย่างนี้ล่ะ ไม่น่ากินเยอะเลย ถ้าเกิดใหม่ได้ ฉันจะไม่กินเยอะ ฉันจะตัวผอม น่ารักผิวขาว ฉันจะหัดว่ายน้ำด้วย จะได้ไม่ตุยโง่ๆ แบบนี้ ฉันจะมีแต่คนรัก ไม่มีใครทรยศฉัน ฉันจะไม่ใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่สิ งานนี้ก็ยังเป็นงานที่ฉันรัก ฉันยังอยากทำมันอยู่ ทำให้ตัวเองเก่งขนาดนี้แล้ว ยังไม่ได้โชว์ความสามารถแบบเต็มๆ เลย ดันมาตุยเย่ซะแล้ว น่าเสียดายชะมัด
ใครก็ได้ทำให้ไปเกิดใหม่ที!!
ขอร้องล่ะ ช่วยที
บุ๋มๆๆๆ ๆ
ตอนที่ 1 เกิดใหม่ของหนูของขวัญ
ความเหน็บหนาวได้ผ่านไป
ยังต้องการเจ้าข้างเคียง
แม้นในใจเร้นซ่อนเก็บลึกดิ่ง
ไหว้วอนลมนำทางไปเคียงนิทราย่ำราตรี
เพื่อพบเจอเจ้าที่มีชีวิต
ขวัญใจตกอยู่ในห้วงความมืดอยู่นานนับ ไม่มีความรู้สึกใดๆ
ไม่เจ็บ ไม่ปวด รู้สึกเบาหวิวดั่งกับปุยนุ่นลอยตามลม
เธอล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย รอบด้านของเธอไม่มีแสงใดๆ ไม่มีแสงสว่างสักนิด
ในใจตอนนี้เธอยอมรับว่าตัวเองไปตายมาแล้ว
เธอไม่สามารถกลับไปที่เก่าของเธอได้
ถึงกลับไป เธอก็ว่ายน้ำไม่เป็นอยู่ดี
คนพวกนั้นจะช่วยเธอขึ้นจากน้ำอย่างนั้นเหรอ
ตอนนี้คงหนีหายไปกันแล้ว
เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
ในที่สุดเธอก็ได้เห็นจุดสีขาวเล็กๆ
เธอรีบไปทางนั้นทางที
ยิ่งเข้าใกล้จุดนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น
มันไม่ใช่จุดสีขาวอย่างเดียว แต่มันเป็นแสงสีขาวที่ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งแสบตา
แต่เธอก็ยังจะเลือกที่จะไปที่ตรงนั้น เพราะมันเป็นจุดสว่างจุดเดียวที่เกิดขึ้น
ให้อยู่ในที่มืดมิดแบบนี้ เธอไม่อยู่หรอกนะ
แสงสว่างนั้นทำให้เธอแสบตาอย่างมาก
เธอหลับตาแล้วเดินเข้าไป
ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเธอ
เธอรู้สึกถึงร่างกายของเธอ
รู้สึกถึงเสื้อผ้าของเธอที่เพิ่มขึ้นมาทีละชิ้น มันเพิ่มขึ้นจนเต็มทุกส่วน
และมีอีกหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย
มันอยู่ในมือด้านซ้ายของเธอ ความรู้สึกเหมือนมือถือของเธอ ที่เธอกำแน่นตอนที่ตกลงในน้ำนั้น
ไม่คิดว่ามันจะตามเธอมาด้วย
แต่จะมีประโยชน์อะไร มีมันอยู่แล้วเธอจะทำอะไรได้
ไม่สิ ถ้านี้คือการย้อนเวลา เธอกลับไปอยู่หน้าผาก่อนที่เธอจะตกลงไปล่ะ
ต้องใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ
เธอไม่กล้าลืมตา แค่แย้มๆ ดูนิดหน่อย
แต่มันแสบตาเกินไปจนลืมตาไม่ขึ้น กลัวว่าลืมตาขึ้นมาแล้ว ตาของเธอจะบอดได้อย่างนั้นแหละ
ชั่งเถอะ หลับตาเดินไปแล้วกัน
ความรู้สึกแปลกใหม่เปลี่ยนเข้ามาอีกรอบ
เธอรู้สึกเหมือนเธอถูกถอดเสื้อผ้าไปอีกครั้ง
ไม่สิ
เหมือนว่าเสื้อผ้าพวกนี้มันจะหลุดออกไปเอง
เพราะมันหลวม
ขนาดของเสื้อผ้ามันตัวใหญ่กว่าตัวเธอ
ร่างกายของเธอมันหดเล็กลง
ไม่นะ ทำไมมันเล็กลงเรื่อยๆ ล่ะ
แต่ถึงขนาดตัวของเธอจะเล็กลง
แต่มือของเธอยังกำมือถือในมือของเธอแน่น
มือที่เล็กลงเริ่มจะจับมันไม่ได้ แต่เธอก็พยายามอย่าสุดความสามารถที่จะไม่ปล่อยมือถือนี้ให้หลุดมือ
เธอต้องคลานแล้ว
ไม่เอานะ เธอฉันจะเอามันไปด้วย แม้ต้องลากมือถือมาด้วยกับพื้นเธอก็จะเอามันไปด้วย
สุดท้ายร่างกายของเธอหยุดลงที่เป็นทารกตัวน้อย
เธอยิ้มหวานที่มือถือเครื่องนั้นที่ยังอยู่ในมือของเธออยู่ เธอไม่ได้ทำมันหลุดมือเลย
เยี่ยมไหมล่ะ
แต่เดี๋ยวก่อนนะ!
คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดตอนนี้หรอกนะ
เธอคงไม่ได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่หรอกนะ
หากเป็นอย่างนั้น กว่าเธอจะโตก็อีกตั้งหลายปีเลยนะ
เธอต้องไปทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ
เดินตามเส้นทางที่พ่อแม่กำหนดไว้เหมือนเดิมอีกแล้วเหรอ
ถึงเธอจะชอบอาชีพการงานเธอตอนนี้
แต่เธอไม่ชอบช่วงเวลาที่เรียนเลย
ต้องเรียนใหม่ตั้งหลายปีเลยนะ
“ลืมตาสิลูก ลืมตาก่อนของขวัญ”
หื้อ ใครเรียกฉันน่ะ ฉันไม่ได้ชื่อของขวัญสักหน่อย
ขวัญใจต่างหากยะ แถมสำเนียงก็ฟังดูแปลกๆ เหมือนคนตอนบนของประเทศ
“ของขวัญหลานย่า ตื่นมาก่อนลูก”
เสียงแก่ๆ ที่ไหนอีกแล้ว
เธอไม่ได้มีคุณย่านานแล้วนะ เกิดมาก็ไม่เคยเจอหน้าคุณย่าเลย
“หลานปู่ หนูอย่าจากปู่ไปเลยนะ”
ปู่งั้นเหรอ ฉันมีปู่นะ แต่เขาไม่ได้เสียงแบบนี้นี่
“เจ้าใหญ่ เมียแกไปไหน ทำไมทิ้งหลานฉันไว้คนเดียวอย่างนี้”
เสียงย่าแก่ๆ ดังอีกแล้ว
หมายความว่าไงล่ะ ใครกันชื่อใหญ่
“ไม่รู้ มันหนีไปแล้วมั้ง”
“หนีไป? หนีไปไหน พวกเอ็งทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ” เสียงปู่ถามดังขึ้น
“ก็ประมาณนั้นครับ มันบอกจะไปหางานทำที่กรุงเทพ ผมยังบอกอยู่ว่าลูกยังเล็ก แต่มันบอกว่าให้ปู่กับย่าเลี้ยง แต่ผมไม่ยอม พอวันนี้ออกไปทำงานมันกลับหนีไปซะแล้ว”
ขวัญใจฟังเสียงที่พวกเขาเถียงกันไปมาอย่างโมโห
อยากตะโกนด่าพวกเขา
แต่ก็ทำไม่ได้ เสียงมันไม่ดังออกไปเลย
สุดท้ายเธอเลยได้แต่ลืมตาขึ้นมาดู
มีสามคนแปลกหน้าที่ล้อมมองเธออยู่
ตัวเธอนอนอยู่
มุมมองของเธอคือมองตรงไปก็เจอปลายคางของพวกเขา และคานบ้านที่ยกสูงหน่อย
ที่นี่ที่ไหน
ไม่ใช่บ้านของเธอแน่ๆ
ผู้ชายคนหนึ่งดูหนุ่มหน่อย เขาใส่เสื้อผ้าโทรมๆ ขาดๆ เสื้อผ้าเปื้อนสีมาไม่น้อย
อีกคนเป็นผู้หญิงเจ้าของเสียงแก่ๆ นั้น คงเป็นคนที่แทนตัวเองว่าย่า
เธอมีผมยาวสีดำ ผิวขาวผิวหนังยังไม่ได้เหี่ยวย่นเหมือนคุณย่าบ้านอื่นๆ
เธอยังเป็นสาวสวยอยู่ อายุน่าจะประมาณสี่สิบปีนิดๆ ได้
อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้
เขามีหนวดยาวสีดำรุงรัง ไม่จัดทรงให้ดี หรือจัดการตัดแต่งในส่วนที่มันไม่ไปตามพวก
เธอไม่ชอบจริงๆ เลยหนวดยาวๆ เนี่ย เห็นแล้ว อยากจะดึงมัน
เอ๊ะ!! มือถือที่มือของเธอล่ะ
ทำไมมันไม่มาด้วย
ไม่สิ มันจะโผล่มาตอนนี้ไม่ได้
สมัยตอนเธอเกิดใหม่ โทรศัพท์มือถือยังไม่มีเลย
แต่ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว ที่เธออุตส่าห์จับมันมาแน่นตลอดทางก็ไม่มีผลอะไรเลยสิ
ดัชชี่น้อยของแม่ เราต้องจากกันจริงๆ เหรอ
!!!
จู่ๆ ก็มีแบบจอมือถือปรากฏขึ้นมา ตรงหน้าของเธอ
หน้าจอและแอปพลิเคชันข้างในเป็นเหมือนมือถือของเธอทั้งหมด
ดัชชี่น้อยเป็นชื่อของมัน ตอนที่เธอได้มือถือเครื่องนี้มา เธอได้เคสมือถือเป็นรูปกล่องนมดัชชี่ เธอเลยตั้งชื่อมันแบบนั้น จากนั้นก็เรียกชื่อนี้เสมอมา
ไม่คิดว่ามันจะมาโผล่ต่อหน้าเธอในรูปแบบนี้
“หน็อยยย ไอ้เขื่อนเพชร ไอ้ขุนพลก็ให้พวกกูเลี้ยง มึงนี่ดีแต่หาเมียใหม่ แต่ละคนคลอดลูกแล้วก็หนีหายตลอด มึงพอเลยนะ ถ้ามึงยังคันจู๋เล็กๆ นั้นอีก แม่จะพาไปตัดตอนที่โรงพยาบาลเลย”
“แม่ก็พูดเป็นเล่นไป จู๋ผมไม่เล็กนะครับ ใหญ่สมชื่อไม่งั้นสาวๆ จะติดใจเหรอ”
“โอ้ยยยยยย เจ็บๆๆๆ หลานปู่ตื่นแล้วววว”
ก่อนที่พวกเขาจะพูดเรื่องไร้สาระไปกันมากกว่านี้
ขวัญใจก็ใช้มือ?
อืม มือสั้นๆ นิ้วมือป้อมๆ นี่ดึงหนวดยาวรุงรังของปู่เพื่อเรียกความสนใจ
และมันได้ผล ทุกคนหันมาสนใจเธอแล้ว
“แอร๊ย” เสียงที่เป่งออกมา มีแค่นี้???
โอ้พระเจ้า!! เธอยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ
โลกนี้ช่างอยู่ยากขึ้นมาแล้ว
จากที่เธออยู่ในร่างนี้ มา 3 วัน ทำให้เธอ ได้รู้อะไร หลายๆ อย่าง จากคำพูดของปู่ย่าและพ่อของเธอ
เธอยังมีพี่ชายอีก 2 คน ที่พวกเขาก็มีชะตากรรมเดียวกับเธอ
คือถูกแม่ทิ้งไว้ที่นี่เหมือนกัน
เธอมีชื่อว่าของขวัญเป็นลูกสาวคนที่ 3 ของนายช่างคนหนึ่ง ที่มีชื่อว่า “ใหญ่”
แม่ของเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อว่าชมพูนุช
เธอไม่เคยเห็นหน้าแม่มาก่อน ไม่มีความทรงจำในส่วนนี้เลย
พยายามนึกถึงแล้ว แต่ก็นึกไม่ออก
ก็นั่นน่ะสิ เด็กอายุแค่ 3 เดือน จะไปจำอะไรได้ แค่ตื่นมากินนม แล้วก็นอนไปเท่านั้นเอง
ขวัญใจยอมรับมาสักพักแล้ว ที่เธอต้องมาอยู่ที่นี่
มาใช้ชีวิตใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนชีวิตก่อน
ชีวิตนี้เธอรู้สึกรันทดสุดๆ ไปเลย
ครอบครัวนี้ดูเหมือนจะยากจนมาก
ทุกวันไม่เปิดไฟใช้
เครื่องใช้ในบ้านก็ไม่มีอะไร
เครื่องใช้ไฟฟ้ายิ่งไม่มีเลย พัดลมสักตัวก็ไม่เห็น
โชคดีที่อากาศหนาวอยู่บ้าง พวกเขายังหาผ้ามาห่มให้เธอได้
แต่ผ้าห่มก็โคตรจะเก่าและกลิ่นก็อับด้วย
เธอไม่มีแม่ มีแต่ย่า เด็กวัยสามเดือนต้องการแม่อยากมาก แต่เธอไม่มี
นมยานๆ ของยายแก่นี่ก็กินไม่ได้
เธอหิวมากๆ ตอนนี้
นมแม่ก็ไม่ได้กิน หน้าแม่ของเธอก็ไม่ได้เห็น เพราะเธอหนีไปแล้วยังไงล่ะ
เธอก็อยากหนีเหมือนกันนะ
จากวันแรกที่เธอมาถึง สภาพตัวของเธอหนาวเหน็บเย็นเยือก
ไม่รู้ว่าถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวนานแค่ไหนในฤดูหนาวแบบนี้
เด็กน้อยตาดำๆ เธอก็ทิ้งลง
ทิ้งไปอย่างไม่ไยดี
ไม่แม้จะห่มผ้าให้กับเด็กตัวน้อยก่อนจะหนีไป
ช่างเป็นแม่ที่ใจดำอะไรอย่างนี้
เด็กน้อยตัวจริงคนนี้ได้จากไปตามความเป็นจริง
และเธอก็ได้มาแทนที่ของเขาในโลกใบนี้
ตอนแรกเธอก็คิดว่าเธอย้อนเวลากลับมาเพราะร่างกายของเธอหดเล็กลงน่าจะย้อนเวลามากกว่า
แต่มันไม่ใช่เลย
มันเปรียบเสมือนว่าเธอกำลังเกิดใหม่ เกิดในร่างทารกน้อยแบเบาะคนนี้
ที่มีอายุเพียง 3 เดือนเท่านั้น
ถึงบอกไงว่าโลกใบนี้ช่างอยู่ยาก
เธอพูดก็ไม่ได้ ได้แต่ทำเสียงแอ๊ะๆ แมะๆ ไป เพื่อเรียกร้องความสนใจ
แต่ก็นะ ไม่ค่อยมีใครสนใจเธอเท่าไหร่หรอก
บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้เก่าๆ หลังหนึ่ง เธอได้นอนอยู่ที่ห้องโถงของบ้าน
กลางวันเธอจะถูกเลี้ยงดูโดยคนเป็นย่า กับปู่บ้างบางที
ส่วนคนเป็นพ่อจะออกไปทำงาน
ตกกลางคืน พ่อเธอจะมาอยู่กับเธอ พร้อมพี่ชายสองคนของเธอที่คอยดูแลเธอ เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เธอ
เธอยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
แน่นอนว่าเธอไม่อายที่ใครต้องมาเช็ดก้นให้ ขอบคุณด้วยซ้ำที่พวกเขาไม่ปล่อยให้เธอนอนจมกองขี้ของตัวเอง
โดยเฉพาะพี่ชายสองคนของเธอ พวกเขาช่างแสนดี
เธอไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน
จังหวัดอะไร
แต่ฟังสำเนียงก็คงจะเป็นจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ
เมื่อก่อนเธอเคยมาเที่ยวที่นี่และได้ยินสำเนียงพวกนี้
แน่นอนมันเป็นเอกลักษณ์ดี เธอถึงจำได้
มาแรกๆ เธอฟังไม่ออกเลยว่าพวกเขาพูดอะไรกัน ได้แต่ฟังไปอย่างนั้น
โชคดีที่เธอเปิดแอปพลิเคชันอากู พิมพ์หาคำบางคำ ถึงเข้าใจได้
แต่กว่าจะพิมพ์ได้ เกร็งนิ้วจนตดแตกก็มี
อยู่มา 3 วันแล้ว จะแนะนำคนในบ้านให้รู้จักดีกว่า
เริ่มคนแรกคุณปู่ของเธอ เขาชื่อศร เขาเป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ อายุน่าจะประมาณ 45 ถึง 50 ได้ไว้หนวดไว้คราวทำตัวรุงรัง
ซึ่งขวัญใจไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงทำตัวแบบนี้
ติดเหล้าและติดการพนัน แต่ติดเหล้าคงจะมาเป็นอันดับ 1 มากกว่าส่วนการพนันของเขา ก็คือไปบ่อนไก่นั่นเอง
เขากลับมาหาเธอทุกวันช่วงเย็นๆ จะแวะมาเล่นกับเธอสัก 10 นาทีได้
ตัวเขาเหม็นขี้ไก่ไปหมด เธอแทบอ้วกเวลาเขาอุ้มตัวเธอขึ้นมากอดหอม
ทุกครั้งที่เธออยู่ในอ้อมกอดของเขาเธอจะดึงหนวดของเขา แรงๆ
จนเขาต้องรีบปล่อยตัวเธอ
ทำไมไม่ยอมไปตัดหนวดบ้าๆ นี่ออกไปนะ ถ้าไม่ยอมตัด เธอก็จะดึงแบบนี้ทุกวันเลย
คนที่สองคือย่าสร้อย แม่ของพ่อใหญ่
รายนี้ขี้บ่นมาก บ่นทุกอย่างที่ขวางหน้า พูดไม่หยุด พูดจนเธอหลับได้
สุดยอดมากๆ
นอกจากขี้บ่นแล้ว สกิลปากของย่าสร้อยก็ใช่ย่อย
ย่าสร้อยขึ้นชื่อเรื่องด่าผัวทุกวัน ด่าลูกก็ไม่เว้นวันเหมือนกัน ทั้งลูกทั้งผัวไม่ได้ดั่งใจเธอสักคน
และที่สำคัญ เธอเป็นคนบ้าหวยมากๆ เห็นอะไรก็ตีหัว ฝันก็ตีหวย แค่เธอตดยังตีหวยได้ สุดยอดมาก
ย่าสร้อยมักชอบมาถามหวยเธอที่ประจำ เธอก็พยายามชูนิ้วให้ดูแล้วนะ ไม่รู้ว่าย่าสร้อยจะไปตีเป็นหวยถูกหรือเปล่า
แต่ได้หวยจากเธอ รับรองถูกแน่นอน เพราะเธอมีสมาร์ทโฟนที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตเต็มเลยน่ะสิ
อากูช่วยบอกทุกอย่างได้
คนที่สามคือพ่อใหญ่ ผู้ชายที่รักและถนอมเธอมาก
เท่าที่เธอสัมผัสมา เขาเป็นผู้ชายที่ใส่ผู้หญิงมาก
ไม่ใช่เพราะเธอเป็นลูกสาวของเขา ย่าสร้อยเขาก็ใส่ใจ ป้าข้างบ้านเขาก็ใส่ใจ
เพราะเขาบอกว่าเป็นผู้หญิง
เขาให้เกียรติผู้หญิงทุกคนเสมอ
ไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงหลายคนถึงหลงรักเขา
เขาทำงานเก่ง หาเงินเข้าบ้าน แต่เขาก็ทำงานหนักมากเหมือนกัน
งานที่เขาทำเป็นงานรับเหมาก่อสร้าง
เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในระแวงแถวนี้
แต่ถึงอย่างนั้น เงินส่วนใหญ่ที่เขาได้มา กลับไม่ได้เอามาลงที่บ้านทั้งหมด เพราะยังมีส่งน้องชายคนเล็กของบ้านเรียนอยู่
คนที่สี่ชื่อว่าเขื่อนเพชร เขาเป็นพี่ชายคนโตของเธอเอง อายุของเขาสี่ขวบเอง แต่เป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบมาก
ทุกเย็นหลังจากที่เขากลับจากโรงเรียน เขาจะกลับมาเล่นกับเธอ
แต่ก่อนมาเล่นกับเธอ เขาจะไปซักผ้าอ้อมที่เปื้อนอุนจิของเธอก่อน
ไม่งั้นเธอจะไม่มีใช้
เขาทำงานบ้าน กรอกน้ำ เก็บผ้าที่ตาก พับผ้าก็เป็นด้วย เขาเป็นเด็กที่รู้ความมาก
ย่าสร้อยรักเขามากๆ
คนสุดท้ายที่เธอเห็นในบ้านก็คือพี่ขุนพล เขาอายุแค่ 2 ขวบครึ่ง
ทุกวันถูกพาไปอยู่ศูนย์เด็กเล็กแล้ว
เพราะย่าบอกไม่อยากเลี้ยง
พี่ขุนพลเป็นวายร้ายตัวแสบของบ้าน แต่เขาไม่เคยทำเธอแรงเลย
เขาหยิกเธอ เธอถีบเขา เขาบีบขาเธอจนเธอเจ็บ เธอก็ฟาดหน้าเขาจนเขาร้อง
เพราะงั้นเขาไม่กล้าทำอะไรเธอเลย จะเล่นกับเธอดีๆ ทุกครั้ง (เพราะกลัวน้องสาวโต้ตอบกลับ)
และถ้าอยู่ต่อหน้าพ่อ หรือใคร เขาจะทำดีกับเธอ ออดอ้อนเธอ ช่างเป็นภาพที่น่ารัก
แต่เธอรู้ดีว่าเขากำลังเสแสร้งอยู่
รอเธอโตก่อนเถอะ จะได้รู้ว่าใครแสดงเก่งกว่ากัน รอก่อนเถอะ
แน่นอนว่ายังมีคนที่ไม่ได้กล่าวถึงอยู่อีกสองคน นั้นคือน้องชายของพ่อ
จากที่เธอได้ยินมา อารองไปเป็นทหาร เขาจับได้ใบแดง ร้องไห้เข่าทรุดไปเลย เพิ่งเข้ากรมไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา
ส่วนอาเล็ก น้องชายของพ่อคนสุดท้อง กำลังเรียนวิทยาลัยอยู่ปีสอง
เขาเป็นคนเดียวที่ได้เรียนในบ้าน พ่อใหญ่ตัดสินใจส่งน้องเรียน เขาทำงานส่งเสียน้องเรียนจริงๆ
ขวัญใจยังไม่เคยเห็นหน้าสองคนนี้เลยไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นคนอย่างไง
จะดีจะร้าย ก็ต้องรอดูต่อไป
แต่ที่แน่ๆ ครอบครัวนี้ก็ไม่เลวเลย ไม่เหมือนครอบครัวเธอชาติก่อน ไม่เหมือนกันเลย
จากนี้ไปก็ขอให้มีความสุขนะตัวเธอขวัญใจ
ไม่สิ
ตอนนี้ต้องเรียกตัวเองว่าของขวัญแล้ว
ใช้ชีวิตให้มีความสุขนะ..ของขวัญ
ตอนที่ 2 ทารกขี้โมโห
สำหรับของขวัญแล้ว มันเป็นเรื่องค่อนข้างยากเลยในตอนนี้ มันน่าอายเอามากๆ เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน
แต่เธอยังเป็นเด็กทารกอยู่ไง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาพวกเขา
"เอ้า ปูดดดดดดด เอ้า ปู๊ดดดดดดด" เสียงของย่าสร้อยเร่ง
กระตุ้นให้เธอผายลม
ก็พยายามแล้วนะ แต่มันไม่ออกไง
เกร็งหน้าไปหมดแล้ว..อื้อออ
"ย่าต้องยกขาน้องขึ้นด้วยสิครับ" เสียงพี่เขื่อนเพชรบอกอยู่ข้างๆ
"ยกแล้วนี่ไง น้องเอ็งมันไม่ตดออกมา จะให้ทำไง" ย่าสร้อยบอก
"ยกอีก ยกอีก" ย่าสร้อยทำตาม
"ปู้ดดดดดด ปุ๊ดดดดดดด ปู๊ดดดดดดดด แปร๊ดดดด" มาจนได้…
เอ่อนะ เอาให้เต็มที่เลย เอาที่สนุกเลย ทำตามใจชอบได้เลย
ใช่สิ เธอยังเด็ก ยังทำอะไรไม่ได้ รอเธอโตก่อนเถอะ รอก่อน คอยก่อนนนนนน
ของขวัญทำอะไรไม่ได้เลย ในแต่ละวันเธอจะต้องเป็นตุ๊กตาให้คนทั้งบ้านเล่น เธอทำใจยอมรับกับเรื่องการมาที่นี่ได้แล้ว ยอมรับกับสภาพแวดล้อมของเธอได้แล้ว
และยอมรับกับร่างกายใหม่นี้เรียบร้อยแล้ว เด็กน้อยที่อายุสามเดือน พูดยังไม่ได้ ตื่น กิน และก็นอนไป
เธอเกิดใหม่ที่นี่ มีลมหายใจใหม่ เธอโชคดีแค่ไหนที่ได้ความทรงจำเดิมของชาติก่อนมาด้วย
เพราะงั้นเธอจะไม่นึกย้อนถึงครอบครัวเดิมอีกแล้ว
ต่อให้เธออยากกลับไป ก็กลับไปไม่ได้แล้ว
ชีวิตเด็กน้อยนี่ก็ดีเหมือนกัน วันๆ ทำแค่กินนอนกินนอนเท่านั้น มีเล่นกับพวกผู้ใหญ่และพี่ชายสองคนอีกนิดหน่อยเท่านั้น
ชีวิตก็มีแค่นี้
ด้วยว่าเธออยู่ในร่างของเด็กน้อย ชีวิตในแต่ละวันของเธอก็ดำเนินไปเหมือนกับเด็กน้อยทุกอย่าง
ความคิดของเธอก็เริ่มเป็นเหมือนเด็กน้อยเข้าไปทุกที นั้นก็คือ ไม่ต้องคิดอะไรมาก อยู่ไปวันๆ ก็พอ
ทำตัวเป็นปลาเค็มก็พอ
แต่ปัญหาก็มีบ้าง ไม่ใช่ว่ามันไม่มี เรื่องหลักๆ ของเธอก็คือน้ำนมจากเต้า
เธอไม่มีแม่ แม่ทิ้งเธอไป เพราะงั้นก็หมายความว่าเธอไม่มีน้ำนมจะกิน
วิธีที่คนบ้านนี้ทำ ก็คือซื้อนมจากโรงพยาบาลมาชงให้เธอกิน
เธอไม่รู้หรอกว่ามันแพงแค่ไหน หรือมันหาซื้อยากอย่างไง
แต่ย่าสร้อยจะชงให้เธอกิน แบบเจือจางแบบนี้ไม่ได้
แม่เจ้า แบบนี้ให้เธอกินน้ำเปล่ายังดีซะกว่า
ในความโชคร้ายของเธอ ก็ยังมีโชคดีอยู่ในนั้นอยู่บ้าง
ดัชชี่ของเธอ (มือถือที่ตามเธอมา) ดันมีแอปพลิเคชันที่เธอไม่เคยโหลดมาก่อนขึ้นมา
พอกดเข้าไปดู มันคือเกมส์ทำฟาร์ม แล้ว..มันมีขึ้นมาทำไมกัน
ให้เธอเล่นคลายเครียดงั้นเหรอ
ลักษณะของเกมส์เหมือนที่เธอเคยเล่นตอนช่วงมหาลัย ตอนนั้นเล่นแก้เบื่อแค่นั้น
เป็นเกมส์ที่อัพเลเวลขึ้นไปเรื่อยๆ พอเลเวลเพิ่มก็จะได้โรงงานนั้นนี่มา ได้สัตว์มาเลี้ยงเพิ่ม
เกมนี้ก็น่าจะเหมือนแบบนั้น
ของขวัญทำความรู้จักกับมันมาได้สามวันแล้ว
เลเวลของเธอตอนนี้อยู่ที่เลเวลห้า เล่นไปหลับไป เลเวลเลยอัพช้า
และมันปลดล็อกวัวนมมาได้แล้ว
เย้!!
ของขวัญใช้ชีวิตของเด็กน้อยอย่างเรื่อยเปื่อย เธอแทบไม่ได้ออกไปนอกบ้าน เพราะอากาศหนาว
น้ำก็ไม่ได้อาบนะ เช็ดตัวแทน
ยกเว้นตอนล้างก้น เย็นไปหมดทั้งตูด ย่าสร้อยไม่ใจดีบ้างเลย ทำร้ายกันแบบนี้ได้ไง
ไม่รู้ทำไมน้ำถึงได้เย็นอย่างนี้
ฆ่าฉัน ฆ่าฉัน ให้ตายดีกว่า
ผ่านมาอีกหนึ่งอาทิตย์ ของขวัญยังไม่ได้เห็นฟ้าเห็นตะวัน
แม้แต่ดวงจันทร์ก็ไม่เห็น
กักขังหน่วงเหนี่ยวกันเกินไปแล้ว
ของขวัญโมโหแล้วนะ!!
“ปู๊ดดดดดดดดด แปร๊ดดดด”
อุ้ย โมโหแรงไปหน่อย
“อีหนู ขี้อีกแล้วเรอะ ทำไมขี้บ่อยอย่างนี้ลูก นมไม่ถูกท้องเหรอ” ย่าสร้อยเข้ามาดู
“แบบนี้แหละ ไม่ได้กินนมแม่ กินนมชงก็อย่างนี้ อีคนใจดำนั้น มันตายก็ไม่ต้องไปเผาผีมันนะลูก มันทิ้งหนูไป”
ย่าสร้อยกล่าวว่าร้ายแม่ของเธออย่างโกรธเคือง
ย่าสร้อยจัดการล้างก้นให้เธอ น้ำเย็นอีกแล้ว ขนลุกหมดแล้วเนี่ย
“หนาวเหรอจ๊ะ หนาวเหรอจ๊ะ” ย่าสร้อยหยอกล้อ
ตลกเหรอย่า หนาวจะตายแล้ว!
ย่าสร้อยรีบจัดการห่อตัวของขวัญให้เรียบร้อย เสร็จก็จากไป
กลับมาพร้อมขวดนมขวดใหม่พร้อมนมที่เจือจางน้ำให้เธอดื่ม
ของขวัญมองมันอย่างรังเกียจ
ย่าสร้อยไม่บังคับให้เธอกินมัน เดินออกไปทำงานของเธอต่อ
ของขวัญเล่นกับตัวเอง
เข้าเกมส์สักหน่อยแล้วกัน
‘อุ้ย เข้าได้ด้วยเหรอ อุ้ยทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ว้าว’
เธอค้นพบสิ่งมหัศจรรย์เข้า
ของขวัญขอพื้นที่อธิบายเกมส์ฟาร์มของเธอสักหน่อยนะ
เกมส์นี้เหมือนเกมส์ฟาร์มทั่วๆ ไป มีเก็บเกี่ยวข้าว นมวัว ขนแพะ ผลิตนั้นนี่ได้ทั้งหมด
และมีโกดังไว้เก็บข้าวของพวกนี้ที่เก็บเกี่ยวหรือผลิตแล้ว
โกดังมันก็บอกถึงจำนวนที่เก็บได้ ซึ่งจำนวนที่เก็บได้นั้นขึ้นอยู่กับเลเวลของเกมส์
ของขวัญไม่คิดว่ามันจะมีความพิเศษอะไร แต่แล้ววันนี้ก็ได้รู้ความสามารถนั้น
ของขวัญค้นพบว่า เธอสามารถกดดูข้างในโกดังได้ว่ามีอะไรบ้าง
และที่สำคัญ! มันมีช่องอัตราแลกเปลี่ยนให้ด้วย
อัตราแลกเปลี่ยนคืออะไร เป็นคำถามที่ของขวัญต้องหาคำตอบ
และคำตอบที่ได้คือการเปลี่ยนของที่มีในมือของเธอได้
ว้าววววววววว
ของขวัญถือขวดนมที่ย่าสร้อยชงให้กิน เธออดทนกับรสชาติของมาเป็นอาทิตย์
แต่ทำอะไรไม่ได้
เธอกินได้แค่นมเท่านั้น ไม่กินก็ไม่ได้ ไม่มีอะไรกินแทนได้
ตอนนั้นเธอดูดนมไปด้วย เล่นมือถือ (ที่ปรากฏในอากาศ) ไปด้วย
เธอเผลอกดที่โกดัง มันเข้าไปได้ แล้วก็เห็นช่องอัตราแลกเปลี่ยน
เรื่องแปลกใหม่ ขอลองหน่อยแล้วกัน
เธอเลือกนมวัวมาหนึ่งถัง มันถามว่าเปลี่ยนกับอะไร
พอกดเป็นข้าวของในโกดัง มันบอกว่าไม่ได้ ทำอย่างไงก็ไม่ได้
ของขวัญโมโหมาก เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่ทำอะไรไม่ได้
นี่มันมีประโยชน์อยู่หรือไง
ด้วยความโมโห เธอจับขวดนมปาใส่ไปในช่องว่างนั้น ลืมไปว่ามันเป็นอากาศ
ของขวัญหลับตาปี๋ รอรับแรงกระแทก ตกลงหน้าผากแน่
… เอ๊ะ ไม่มีนี่
ขวดนมมันอยู่ในช่องแลกเปลี่ยนแทน มันถามเธอว่าแลกเปลี่ยนไหม
ของขวัญกดตกลงไป
นมวัวมาอยู่ในขวดนมเธอแทน
ของขวัญได้รู้ความถึงความพิเศษนี้ ความสุดยอดที่ตามเธอมา
มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์
จากนั้นทุกครั้งที่กินนม ของขวัญก็มักจะเปลี่ยนเป็นนมวัวมาดื่มแทน
นอกจากนั้นของขวัญได้ลองเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นดูบ้าง
นำสิ่งของที่ไม่มีในโกดังใส่เข้าไป เธอสามารถแลกของในโกดังออกมาได้
เรื่องดีงามอะไรแบบนี้
ของขวัญหยิบผ้าอ้อมที่เปื้อนอึของเธอขึ้นมา เปลี่ยนเป็นผ้าห่มขนแกะออกมา
มันได้ผล!!
ผ้าห่มขนแกะผืนเล็กๆ ออกมา
แล้วถามว่าของที่เธอแลกเปลี่ยนไปนั้นไปไหนนั้น
มันก็อยู่ในโกดังของเธอนั่นแหละ เพิ่มเป็นหนึ่งชิ้นในจำนวนของในโกดัง
เธอเปลี่ยนผ้าอ้อมกลับมา
เพราะไม่อยากให้ย่าสร้อยหามันจนหัวหมุน
แต่ผ้าอ้อมที่ได้ออกมากลับสะอาดเหมือนใหม่ซะงั้น
อเมซิ่งงงง
พี่ชายของเธอไม่ต้องซักขี้เยอะๆ แล้ว
เหอะๆ
เธอกินนมวัวแทนนมชงที่ได้จากย่าสร้อย
ไม่พูดถึงเรื่องสารอาหาร ไม่พูดถึงเรื่องความสะอาด
เธอรู้แค่มันอร่อยกว่า
และเธอกินแล้วก็ไม่ได้ท้องเสีย ร่างกายเธอแข็งแรงมากด้วยซ้ำ
เพราะงั้นถือว่ามันมีประโยชน์ต่อตัวเธอแล้วกัน
ส่วนนมชงของย่าสร้อย เทให้หมาเฝ้าฟาร์มในเกมส์กินแทน
ช่วงเวลาการแลกเปลี่ยน เหมือนกับว่าเวลาได้หยุดลง
เสี้ยววินาทีที่แลกเปลี่ยน เธอหยิบของมาจากในอากาศ
แต่ไม่มีใครเห็น ของขวัญลองดูแล้ว ต่อหน้าพี่ชาย พวกเขาไม่เห็น
มันเป็นเรื่องดีสำหรับเธอ
เป็นเรื่องที่แฟนตาซีมากๆ
ไม่กี่วันต่อมา เธอค้นพบว่ามันมีแอปพลิเคชันใหม่ เกิดขึ้นมา
หน้าแอปพลิเคชัน เป็นรูปเครื่องมือช่าง
มันดึงดูดความสนใจเธอทันที
พอเข้าไปก็บอกให้เธอลงทะเบียนก่อน
ของขวัญทำตามนั้น ด้วยความอยากรู้ว่ามันคืออะไร
พอกดเข้าไปดูแล้ว มันบอกเธอว่าทำการปลดล็อกเมื่อเธอมีอายุครบหนึ่งขวบ
กำหมัดแล้วววว
ไม่พร้อมจะมาทำไม!!
ตอนนี้เธอเป็นทารกสามเดือนครึ่งอยู่เลย ต้องรอหนึ่งขวบ
คงอีกนานที่จะเข้าไปเล่นเกมนี้
โมโห!!
ทารกตัวน้อย เดี๋ยวหน้าแดง เดี๋ยวหน้าดำ ด้วยความโกรธ
“อีหนูเป็นอะไร ขี้ไม่ออกอีกแล้วเรอะ” ย่าสร้อยถาม
“ย่า น้องขวัญเหมือนกำลังโกรธ” พี่ขุนพลพูดขึ้น
เขาไม่ได้ทำอะไรน้องเลยนะ นอนเล่นด้วยกัน ก็แค่แย่งหมอนหนุนกับน้องเท่านั้นเอง
“แอร๊ย” จิกหัวพี่ชาย
ของขวัญระบายความโกรธ
“โอ้ยยยยย ปล่อยพี่ๆ ของขวัญ พี่ขอโทษ พี่ไม่แย่งๆ ไม่แย่งแล้ว”
นอนด้วยแค่นี้ก็โกรธแล้วเหรอของขวัญ!
‘อะไรน่ะ ไม่แย่งอะไร? แย่งอะไรกันตอนไหน พี่ชายอย่าพูดไปเรื่อย ได้ไหม’
ผ่านไปอีกหลายวัน
ในที่สุด วันนี้ของขวัญก็ได้ออกสู่โลกกว้าง
ได้เห็นฟ้า ได้เห็นตะวันกับเขาสักที
ของขวัญทำหน้าทำตาเหมือนสอดรู้สอดเห็น
ไม่สิ
เธอมองด้วยสายตาว่างเปล่า มองไปรอบๆ สถานที่ที่เธออยู่
นี่น่ะหรือโลกที่เธออยู่
โลกแห่งความจริง มันโหดร้ายเสมอ มันได้ปรากฏตรงหน้าเธอแล้ว
นี่ นี่มันที่ไหนกัน รอบด้านบ้านของเธอมีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด
บ้านเรือนไม่เห็นจะมี อ้อ..มีหนึ่งหลังที่เห็นไกลๆ จากที่นี่
ลมพัดมาที หนาวเย็นเข้ากระดูกเลยทีเดียว ลมพัดเอาความว่างเปล่าเข้ามา แล้วก็ผ่านเธอไป
สายตาของขวัญเหม่อลอย
ย่าสร้อยรีบอุ้มเธอไปนั่งผิงไฟ ที่จุดข้างบ้าน เมื่อเห็นหลานตัวแข็งทื่อ
ย่าสร้อยพยายามทำให้เธออบอุ่นขึ้น กอดเธอแน่น
เธออยู่ในอ้อมกอดของย่าสร้อย รู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง
ที่นี่มันอยู่เหนือความคิดของเธอมาก
เธอมองไปหน้าบ้าน…
ถนนดินแดง หน้าบ้านของเธอเป็นรั้วไม้ที่ทำขึ้นส่งๆ ปลูกต้นไม้ขึ้นที่หน้าบ้านทำเป็นรั้วแค่นั้น
"หนาวไหมหลานย่า หนาวไหมจ๊ะ หนาวไหมจ๊ะ" ย่าสร้อยถามเธอเล่น พลางอุ้มเธอโยกไปมา
"อ่ะ อ่า" ของขวัญตอบออกไปเสียงอู้อี้
ไม่หนาวเลย ตัวเธอถูกห่อขนาดนี้ เห็นแค่หน้าเท่านั้น เอาอะไรมาหนาว
"จ๊ะๆ หนาวๆ เนาะ แต่อยู่ในบ้านมันหนาวกว่า มาตากแดด ผิงไฟดีกว่านะ" ย่าสร้อยบอก
"…อือ" ใช่อยู่ในบ้านมันหนาวจริงๆ
ที่บ้านเงียบมาก พี่ชายทั้งสอง พวกเขาไปเรียนหนังสือแล้ว
ได้ยินว่าออกไปกับพ่อแต่เช้า โรงเรียนคงจะอยู่ไกลมากๆ แน่
ของขวัญมองบ้านของเธอ
สภาพบ้านก็คือ…กระท่อมหลังหนึ่งเท่านั้น
เป็นกระท่อมต่ำๆ เดินขึ้นบันไดไปประมาณสามขั้นได้
มีระเบียงรอบบ้าน ประตูก็รอบบ้าน
หากเดินเข้าบ้านจะเป็นห้องโล่งๆ ฝาผนังสองฝั่งมีมุ้งผ้าสี่สายมัดเก็บไว้อยู่
เวลาจะใช้งานก็กลางนอน
ที่นอนถูกพับไว้เป็นสามท่อนตามรอยของมัน เป็นหน้าที่ของพี่ชายเธอเก็บมันตอนเช้า
ด้านหลังของบ้าน ต่อออกมานิดหน่อยเป็นครัวของย่าสร้อย
มีโต๊ะสูงเท่าหัวเข่าวางเตาอั้งโล่ไว้ และมีโต๊ะสูงกว่าเอวย่าสร้อยนิดหน่อยใช้ทำครัว
อุปกรณ์ต่างๆ อยู่ที่นั่น เธอเคยมองผ่านไปเห็นครั้งหนึ่ง สภาพคือรกมากๆ
ส่วนห้องน้ำ
ของขวัญเห็นมีกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่งอยู่ข้างบ้าน
น่าจะเป็นห้องน้ำที่ว่าแน่ๆ เธอคิดว่างั้น
เธอยังไม่เคยอาบน้ำเลย อย่างมากก็เช็ดเนื้อเช็ดตัว เพราะอากาศที่นี่มันหนาวมาก
โดนน้ำเย็นแล้วเธอร้องทันที
มันหนาวมากแม่
"ยัยสร้อย ยัยสร้อย" เสียงของปู่เธอดังขึ้น
เขาไปไหนมาก็ไม่รู้ แต่อุ้มไก่ไว้ข้างตัว คงเดาไม่ยาก
"อะไรอะไร ฉันอยู่นี่ มาทางนี้ ผิงไฟอยู่"ย่าสร้อยตะโกนบอก
ไม่นานก็ได้ยินเสียงปู่ศรของเธอวิ่งเข้ามา
"ที่ข้างล่าง จะบุกเบิกหมู่บ้านใหม่ แต่เขาให้ไปช่วยขุดคลองก่อน จากนั้นค่อยจับจองพื้นที่ นี่เป็นข่าวลับเลยนะ" ปู่ศรพูด
ของขวัญก็ฟังด้วย ตื่นเต้นไปด้วย
ปู่ศรเขาน่าจะมีเพื่อนเยอะ เขาออกบ้านทุกวัน
ในแต่ละวันเขามักจะมีเรื่องมาเล่าให้ย่าสร้อยฟังตลอด
แต่ละเรื่อง เป็นเรื่องเล่าสุดยอดมากๆ
ของขวัญก็มักจะได้ฟังไปด้วย
พวกเขาคิดว่าเธอยังเป็นเด็ก ไม่รู้เรื่องที่พวกเขาคุย
แต่จะบอกให้นะ เธอรู้เรื่องทั้งหมดนั่นแหละ
"งั้นก็ไปช่วยสิ มัวรออะไรล่ะ" ย่าสร้อยพูด ตื่นตัวขึ้นมา
"ไปช่วยกันสิ จะได้มีที่ดินเยอะๆ" ปูศรพูด
"ก็กูเลี้ยงหลานเนาะ ของขวัญมันยังเล็กอยู่" ย่าสร้อยพูดอีก
ชูเธอให้ดู
“แอ๊ย??”
"ก็เอาไปด้วย แบกใส่หลังนั่นแหละ คนอื่นเขาก็เอาไปกัน หอบลูกหอบหลานไป"
"เอ่อๆ เริ่มวันไหน" ย่าสร้อยจำยอม
ว้าวววววววว
จะได้ไปเที่ยวแหละ
ของขวัญคิด แต่ความจริงมันโหดร้ายเสมอ
เธอลืมไปได้อย่างไงกัน!