โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แข็งหวานประสานท้าย ดับคู่ส่งท้าย 10 วันอันตรายแปดริ้ว

77kaoded

เผยแพร่ 05 ม.ค. 2568 เวลา 05.22 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - แข็งหวานประสานท้ายเสียบดับคู่คามอเตอร์เวย์สาย 7 ส่งท้าย 10 วันอันตรายแปดริ้วช่วงเทศกาลหยุดยาวปีใหม่ 2568 ระหว่างพ่วง 18 ล้อบรรทุกน้ำตาลทรายจอดแอบแวะพักหลับนอนริมถนนในจุดจอดรถ ฉุกเฉิน ก่อนถูกบรรทุกสิบล้อหลับในพุ่งเข้ามาโหม่งท้ายอย่างจัง สยองแฟนสาวพร้อมหลานชายถูกอัดก็อปปี้ ร่างแหลกเละขาดเป็น 2 ท่อนติดคาซากรถ ขณะคนขับปลอดภัยมีเพียงรอยขีดข่วนนั่งรอคอย จนท.อย่างซึมเศร้าใจ

โหม่งกันส่งท้ายเทศกาล

วันที่ 5 ม.ค.68 เวลา 06.00 น. พ.ต.ท.โสภณ โกมลสุทธิ รอง ผกก. (สอบสวน) ส.ทล.1 กองกำกับการ 8 บก.ทล. ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนจุดพักรถเขาดิน ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อบรรทุกอิฐแดง พุ่งชนท้ายรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อบรรทุกน้ำตาลทราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตติดคาอยู่ภายในซากรถจำนวน 2 ราย ที่บริเวณหลัก กม.ที่ 54+200-300 ถนนมอเตอร์เวย์ สาย 7 ด้านฝั่งขาออกมุ่งหน้า จ.ชลบุรี พื้นที่ ม.7 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ

กม.52

ที่เกิดเหตุบริเวณจุดจอดรถฉุกเฉิน นอกช่องทางการจราจรหลักด้านซ้ายสุด พบรถยนต์บรรทุกสิบล้อหัวสีเขียวกระบะบรรทุกสีม่วง หมายเลขทะเบียน 82-3836 พระนครศรีอยุธยา บรรทุกอิฐแดงมาจนเต็มขอบกระบะชั้นล่างพุ่งชนอัดก็อปปี้ติดคาอยู่ที่ด้านท้ายของรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อหัวสีฟ้าแบบสองตอน หมายเลขทะเบียนหัวลาก 70-5799 พิษณุโลก หมายเลขทะเบียนหางพ่วง 70-5800 พิษณุโลก จนส่วนของหางพ่วงพุ่งข้ามราวเหล็กกั้นขอบถนนไปกว่าครึ่งคัน เพลาล้อรถส่วนหน้าหางพ่วงหลุดออกจากตัวถังในสภาพบิดงอตะแคงข้าง

แนวจอดรถฉุกเฉิน

ที่บริเวณพื้นถนนมีเศษน้ำตาลทรายแดงไหลตกลงลงมากองพูน 1 กอง บริเวณโดยรอบมีอิฐแดงตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ถัดจากหน้ารถบรรทุกพ่วงไปอีกประมาณ 70 ซม. ยังพบรถยนต์กระบะตู้ทึบสีขาว ทะเบียน บย-3763 สระแก้ว ถูกด้านหน้าของรถบรรทุกพ่วงพุ่งเข้าชน จากแรงกระแทกจนทำให้บริเวณหัวมุมท้ายรถด้านขวายุบกรอบไฟเลี้ยวแตกกระจาย รวมถึงประตูปิดท้ายตู้ทึบยังมีร่องรอยยุบฉีกขาดทะลุจากการถูกพุ่งชนด้วย

กระบะจอดนอนโดนด้วย

สอบถาม นายนิมิตร พุ่มมรดก อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/2 ม.9 ต.มะต้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก คนขับรถบรรทุกพ่วงเล่าว่า ตนได้ขับรถบรรทุกน้ำตาลทรายมาจาก อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา เพื่อมุ่งหน้านำไปส่งลงยังท่าเรือใน จ.ชลบุรี เมื่อมาถึงยังในจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.00 น. ได้เกิดอาการง่วงนอน จึงได้นำรถเข้าจุดจอดแวะพักรถฉุกเฉิน บริเวณริมทางด้านซ้ายสุด แต่หลังจากจอดแวะพักและเอนตัวลงนอนบนเบาะได้ได้เพียงประมาณ 15 นาที จึงได้เกิดเสียงดังโครมขึ้นที่ด้านท้ายรถ และมีแรงกระแทกอย่างรุนแรง จนทำให้แฟนและหลานของตนที่นั่งมาด้วยกระเด็นตกจากเบาะ

พ่วงบรรทุกน้ำตาล

สิ่งของในรถกระจัดกระจาย ศีรษะของตนกระแทกเข้ากับของภายในรถด้วย ซึ่งครั้งแรกตนยังไม่ทราบว่าถูกพุ่งชนท้าย แต่พอหายมึนงงแล้วจึงเดินลงมาดูและพบว่ามีอิฐแดงกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนน เมื่อเดินไปดูด้านหลังจึงพบว่ามีรถบรรทุกพุ่งเข้ามาชนที่ด้านท้ายของหางพ่วง และมีคนขับที่นั่งอยู่ที่ด้านหน้ารถกำลังโบกมือร้องเรียกให้ช่วย “แฟนผมๆ หลานผม ติดอยู่ที่ด้านหน้ารถ” ในขณะที่ใต้หัวเก๋งได้เริ่มเกิดมีเพลิงลุกไหม้ที่บริเวณหม้อกรองอากาศ คนขับรถยนต์กระบะตู้ทึบ จึงได้รีบวิ่งนำน้ำในขวดน้ำดื่มไปสาดดับให้ นายนิมิตร กล่าว

อิฐกับน้ำตาลทราย

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ สุโพธิ์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 186 ม.3 ต.หนองย่างทอย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ คนขับรถยนต์กระบะตู้ทึบเล่าว่า ตนได้ขับรถไปรับสิ่งของมาจาก อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยขับออกมาเมื่อเวลา 03.00 น. เพื่อจะนำไปส่งให้ลูกต้าปลายทางที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ในวันจันทร์ที่ 6 ม.ค.68 นี้ โดยระหว่างการเดินทางเพื่อจะไปเข้าที่พักใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้เริ่มรู้สึกง่วงนอน จึงได้แวะเข้าจอดพักนอนในที่จอดรถฉุกเฉินเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ซึ่งในขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ได้รู้สึกว่ามีอะไรมากระแทกที่ด้านท้ายรถจึงได้ลุกขึ้นมาดู และพบว่ามีรถพุ่งชนกันมากระแทกที่ด้านท้าย โดยตนเดินทางมาเพียงลำพังคนเดียว นายณัฐพงษ์ กล่าว

รถขนอิฐโหม่งรถบรรทุกน้ำตาล

ขณะที่นายวัชรพล ชมเชย อายุ 41 ปี คนขับรถบรรทุก 10 ล้อ ที่อยู่ในอาการนั่งซึมเศร้าพร้อมกับเพื่อนสาวที่มากับรถบรรทุกอิฐอีกคันที่ขับตามกันมา ระบุว่า ได้ขับรถไปรับอิฐมาจาก อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อที่จะนำไปส่งยังในไซด์งานก่อสร้างย่านถนนข้าวหลาม บางแสน จ.ชลบุรี ขณะมาถึงไม่ได้มีอาการง่วง หรือดื่มสุรามาแต่อย่างใด ได้ขับรถมาตามเส้นทางตามปกติ และเกิดการพุ่งชนท้ายรถคันหน้าอย่างไม่ทราบสาเหตุ เพราะมองไม่เห็นว่ามีรถจอดอยู่ข้างหน้า

ดับคู่ส่งท้ายเทศกาล

ด้าน พ.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนขับรถบรรทุกอิฐแดงน่าจะเกิดอาการหลับใน จนทำให้รถเสียหลักพุ่งเข้าไปชนเข้ากับท้ายของรถยนต์บรรทุกพ่วงที่จอดนอนอย่างถูกต้องในจุดจอดรถฉุกเฉิน ในขณะที่รถมีน้ำหนักมักจึงเป็นการพุ่งชนอย่างรุนแรงและทำให้มีผู้เสียชีวิต หลังจากให้ทั้ง 2 ฝ่ายเป่าเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์แล้ว ไม่พบว่ามีการดื่มสุราก่อนขับรถมาแต่อย่างใด พ.ต.ท.โสภณ กล่าว

พ.ต.ท.โสภณ โกมลสุทธิ

หลังอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้ใช้เครื่องตัดถ่างตัดชิ้นส่วนเศษซากรถบรรทุก 10 ล้อ และนำร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมาจากตัวรถแล้ว พบว่าร่างกายของทั้งสองคนที่ถูกอัดก็อปปี้ขาดออกเป็นสองท่อนที่บริเวณกลางลำตัว ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.พัชรารัตน์ โคตบิน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/5 ม.2 ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นั่งอยู่ที่เบาะริมด้านซ้ายสุด และมีร่างของนายอัมรัตน์ ปลูกพันธ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเดียวกันนอนอยู่ที่เบาะกลางตัวรถ โดย จนท.ได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองรายส่งไปตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชยัง มศว.องครักษ์ จ.นครนายก ต่อไป

เบี่ยงจากทางหลัก

ด้านนายคเชนทร์ เที่ยงมณี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.บางปะกง ได้เดินทางมายังในที่เกิดเหตุเมื่อเวลา 07.00 น. โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในช่วงเทศกาลปีใหม่ 10 วันอันตราย จึงต้องรีบเดินทางมายังในที่เกิดเหตุ เพื่อรายงานไปให้ทางจังหวัดทราบอย่างเร่งด่วนในทันที นายคเชนทร์ ระบุ

ติดภายในคาซาก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...