พี่อิ๊งค์ ล้อมวงเปิดอกเด็กๆ เล่าเรื่องถูกบูลลี่ของนักการเมืองหญิง พาลูกๆ-หลานแฝด เที่ยวงานวันเด็ก
พี่อิ๊งค์ ล้อมวงเปิดอกตอบคำถามเด็กๆ บอก “นายกฯ” อาจเหนื่อยเพราะวันหยุดน้อย แต่เห็นผลงานแล้วไม่เหนื่อยมีกำลังใจดี รับเป็นนายกฯผู้หญิงถูกบูลลี่ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้า ย้ำ ต้องรู้คุณค่าตัวเอง-มีสติ เผย 3 แรงบันดาลใจ “พ่อ-ทำประเทศพ้นความวุ่นวาย-ลูกๆ” เปิดเมนูโปรดทำกับลูก “บุ้งกรอบ”
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 11 มกราคม ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) หลังจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เปิดงานวันเด็ก และกล่าวตอนหนึ่งว่า คำขวัญวันเด็กปีนี้ คือ “ทุกโอกาสคือการเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” ตนเป็นนายกฯที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย จริงๆ แล้วทุกโอกาส ถ้าเราสามารถเรียนรู้ได้จากเหตุการณ์ต่างๆ คนต่างๆ ที่มีหลายอาชีพหลายประสบการณ์ โอกาสเหล่านั้นจะสามารถเพิ่มความรู้ให้เราได้อันนั้นเป็นกำไรกับชีวิต เราสามารถหาความรู้ได้จากทุกภาคส่วน
ในช่วงสาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯนั่งล้อมวงร่วมพูดคุยกับตัวแทนเด็กและเยาวชน โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จากกรุงเทพมหานคร นครปฐม และสมุทรปราการ จำนวน 40 คน และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จำนวน 6 คน จากภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ประกอบด้วย โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี โรงเรียนนารีนุกูลอุบลราชธานี โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทยจังหวัดน่าน และโรงเรียนมัธยมพระราชทานเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
นายกฯกล่าวว่า พี่จบจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย เป็นโรงเรียนหญิงล้วน จบแล้วไปต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 1 ถึงปี 4 และเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ เรียนจบสาขาโรงแรมเพราะว่าที่บ้านทำธุรกิจโรงแรมก็เลยอยากทำต่อ สรุปมาทำการเมืองแทน ความจริงอะไรที่เราแพลนไว้ไม่ได้ตามที่เราแพลนทุกอย่าง คำขวัญวันเด็กถึงได้พูดว่าพร้อมปรับตัวสู่อนาคตวันนี้น้องๆ มีคำถามอะไรถามได้เลย
โดยนักเรียนจากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ถามนายกฯว่าเหนื่อยหรือเปล่ากับการทำงานในตำแหน่งนายกฯ ซึ่งนายกฯตอบว่า คิดว่าทุกตำแหน่งเหนื่อยคนละแบบ ความจริงเป็นนายกฯเหนื่อย แต่เหนื่อยปกติ อาจจะมีวันหยุดน้อยหน่อย เพราะเราหยุดอาจจะโดนว่าก็เลยทำให้ไม่ได้หยุด เป็นนายกฯหยุดอาจจะผิดเล็กน้อย แต่ความจริงไม่เหนื่อย เพราะมีกำลังใจที่ดีเวลาผลงานที่ทำออกไปแล้ว เราทำด้วยความตั้งใจเพราะเราตั้งใจทำ บางคนบอกว่าได้รับประโยชน์มันอิ่มใจ ใจมันฟู สิ่งที่พี่กำลังจะทำเรื่องของทุนการศึกษา ถ้ามีใครได้มีโอกาสในการศึกษาเพิ่มขึ้นจากรัฐบาลนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้หายเหนื่อย เพราะฉะนั้น ต้องตั้งใจทำงานให้นโยบายออกเยอะๆ ประชาชนได้ประโยชน์เยอะ ก็จะหายเหนื่อย
จากนั้น เด็กนักเรียนจากโรงเรียนหอวัง เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ถามว่าเป็นผู้นำหญิงที่อายุน้อยที่สุดคิดว่ามันยากหรือไม่ นายกฯตอบว่า ทุกอายุมีความสามารถ การเป็นนายกฯอายุน้อยที่สุดสร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทย ความจริงแล้วคิดว่าเนื้องานของการทำงานไม่ได้ต่างกับผู้ชาย แน่นอนมันก็ยังมีในเรื่องของความบูลลี่นิดนึง ในความที่เราเป็นผู้หญิง อันนี้ถ้าสังคมเปิดกว้างขึ้น โลกเปิดกว้าง มีการพัฒนาตรงนี้มากขึ้น และเข้าใจมากขึ้นคิดว่าตรงนี้จะน้อยลง ซึ่งเคยอ่านหนังสือเขาบอกว่านักการเมืองหญิงทั่วโลกจะถูกบูลลี่ในเรื่องต่างๆ สมมุติว่าเป็นผู้หญิงทำไมใส่ชุดนี้ ชุดนั้น แต่ผู้ชายใส่ชุดสูทชุดเดียวจบ ก็เลยไม่มีใครสนใจ สิ่งที่ยากคือตรงนี้ เพราะเราเป็นผู้หญิงโดนบูลลี่ในเรื่องนี้ ถามว่าทำอย่างไร เราต้องรู้คุณค่าของตัวเราก่อน ต้องรู้ว่าเรามาทำตรงนี้ เพื่ออะไร มีความตั้งใจอย่างไร เรามีดีอะไรบ้าง เราอยากทำเรื่องดีๆ ให้ใครบ้าง อันนี้คือสิ่งที่เราตั้งใจ และต้องมีสติเยอะๆ คำว่าสติสอนกันมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ว่าให้มีสติ เราฟังผ่านๆ แต่เมื่อโตขึ้น เมื่อชีวิตมีเรื่องที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น เราก็จะคิดว่าคำนี้มันสำคัญ พี่ขอบอกไว้ก่อน เผื่อโตขึ้นไปจะรู้สึกว่าคำนี้สำคัญมากคือคำว่าสติ
ต่อมา เด็กนักเรียนจากโรงเรียนราชวินิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ อยากถามนายกฯว่าอะไรคือแรงบันดาลใจของนายกฯ โดยนายกฯตอบว่า แรงบันดาลใจมีหลายอย่าง แรงบัลดาลใจที่หนึ่ง คือ คุณพ่อพี่เคยเป็นนายกฯเคยทำนโยบายไว้ให้ประเทศชาติ จนถึงทุกวันนี้คือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนขั้ว เปลี่ยนฝั่ง นโยบายนี้ยังอยู่ ยังได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ ทำให้พี่รู้สึกว่าพี่อยากทำนโยบายนี้ ไม่ว่าตัวพี่ไปอยู่ที่ไหน แต่ประโยชน์นี้ยังอยู่ที่ประชาชนอยู่ ถ้าทำได้พี่จะรู้สึกมีความภูมิใจ และรู้สึกว่าเรื่องดีๆ ยังตกอยู่ที่ประชาชนไม่ว่ามันจะเปลี่ยนไปกี่ยุค กี่สมัยก็ตาม อันนี้คือแรงบันดาลใจแรก ส่วนแรงบันดาลใจที่สอง พี่คิดว่าจากที่เห็นประเทศชาติวุ่นวายแล้วเรามีโอกาสมานั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ทำเรื่องต่างๆ ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ และแรงบัลดาลใจที่สาม คือลูกๆ อย่างน้อยๆ ในเทอมที่เป็นนายกฯ พี่ได้สร้างสิ่งดีๆ ไว้ให้กับประเทศ นั่นก็เป็นการเตรียมพร้อมอนาคตส่วนหนึ่งให้กับลูกๆ ด้วย
จากนั้น เด็กจากโรงเรียนสมาคมพยาบาลไทยจังหวัดน่าน ถามนายกฯว่าได้เห็นพี่อิ๊งค์ทำกับข้าวให้ลูกๆ กิน คิดว่าพี่อิ๊งค์เป็นแม่ที่ใจดี และมีเมนูอาหารที่จะมาแนะนำพวกหนูหรือไม่ โดยนายกฯยิ้มเขินก่อนตอบว่า พี่ตอบเสร็จแล้วไม่ต้องเชิญพี่ไปออกรายการทำอาหารที่ไหน สมัยตอนที่พี่มีลูกคนแรกลูกสาว 4 ขวบตอนนั้นเป็นช่วงโควิด-19 ทำอาหารให้ลูกทานได้ 3 มื้อ เพราะว่าเราอยู่บ้านไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเอง ซื้ออาหารทำเอง แต่ว่าลูกยังพูดไม่ได้ก็เลยไม่มีคอมเมนต์ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบ แต่พอทานได้อยู่ และเมนูโปรดที่ทำกับลูกคือทำอะไรที่เด็กๆ ชอบทาน ที่บ้านปลูกผักปลอดสารพิษให้น้องๆ ไปเก็บผัก และนำมาทอดกรอบ เราเรียกกันง่ายๆ ในบ้านว่า “บุ้งกรอบ” มันทำง่ายๆ ก็แค่ผสมแป้งสำเร็จรูปและชุปให้เด็กๆ ทอด ซึ่งคนถามว่าไม่กลัวร้อนหรอ ซึ่งเด็กประมาณ 3-4 ขวบ เราบอกเขาได้ อย่าไปห้าม ไปตัดโอกาสเขาทุกอย่าง เขาบอกว่าเด็กอย่าไปตัด แต่ให้เติม ทั้งนี้ ที่ทำเมนูบุ้งกรอบเพราะเด็กๆ ชอบทานผักบุ้งทอดกรอบ เมื่อเขาทำเองจะได้มีความภูมิใจในการทอดทีละอัน และอีกเมนูหนึ่งที่ทำง่ายๆ คือให้ฝึกทอดไข่เจียว ให้เลือกรสชาติที่ชอบ แต่แม่คอยย้ำว่าอย่าเค็มเกินไป แต่จะให้ตนทำเมนูที่ยากมากกว่านี้คงต้องไปเรียน อย่างแกงพะแนง และแกงเขียวหวานแม่ทำไม่เป็น
ต่อจากนั้น นายกฯถ่ายภาพกับนักเรียน Thailand Zero Dropout นักเรียนนอกระบบการศึกษาที่ได้รับการนำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง และกลุ่มเยาวชนที่ชนะการแข่งขันกีฬาประเภทจักรยานทรงตัวในรายการแข่ง RSR Runbike Championship in Songkhla ทั้งนี้ตัวแทนนักเรียนได้มอบตุ๊กตาทำมือให้กับนายกฯด้วย ขณะที่บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีเด็กๆ ขอถ่ายรูปและขอลายเซ็นนายกฯ
ต่อมาเวลา 11.20 น. นายกฯได้อุ้มน้องธาษิณ พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ลูกชาย และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีได้จูงมือน้องธิธาร สุขสวัสดิ์ ลูกสาวคนโต ลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมด้วยลูกฝาแฝดชายหญิง โทนี่ และทีน่า ของนายพานทองแท้ ชินวัตร พี่ชาย โดยน้องธาษิณได้หันไปทางสแตนดี้หมูเด้ง นางสาวแพทองธารจึงพาลูกและหลานไปดูสแตนดี้หมูเด้ง โดยน้องธาษิณได้เอามือไปตีหมูเด้งเล่นอย่างสนุกสนาน
จากนั้น นางสาวแพทองธาร ได้ทักทายเด็กๆ และผู้ปกครองที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้จัดงาน และช่วงหนึ่งนางสาวแพทองธารได้แวะถ่ายรูปหน้ารถหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ที่นำภาพยนต์เรื่องต่างๆ มาฉายให้กับเด็กๆ หนึ่งในนั้นเป็นหนังบ้านของนายสุพจน์ ธวัชชัยนันท์ นักธุรกิจและนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น เพื่อนของนายเลิศ ชินวัตร บิดาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ความยาว 4 นาที ถ่ายทำด้วยฟิล์มภาพยนตร์ 16 มม. ซึ่งถ่ายกิจกรรมครอบครัวไว้เป็นที่ระลึก เป็นช่วงเวลาที่นายสุพจน์ได้พานายพิทักษ์ ธวัชชัยนันท์ บุตรชายและหลานๆ รวมทั้งนายทักษิณไปเที่ยวทะเลหัวหินเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการบันทึกภาพการเล่นน้ำทะเลของสองครอบครัวเป็นครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่นายทักษิณได้มาที่กรุงเทพฯ และเห็นน้ำทะเล เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2503
โดยช่วงเวลานั้นนายสุพจน์ทำธุรกิจเครื่องจักรการเกษตรนำเข้าจากเยอรมนี ทำให้ได้รู้จักและร่วมธุรกิจกับนายเลิศ บิดาของนายทักษิณ ซึ่งมีกิจการสวนลำไยที่ จ.เชียงใหม่ ทั้ง 2 ครอบครัวไปมาหาสู่และสนิทสนมกัน โดยเมื่อปี 2542 นายพิทักษ์ได้นำผลงานดังกล่าวของบิดา มอบให้หอภาพยนตร์อนุรักษ์
จากนั้นเวลา 12.25 น. นายกฯพร้อมครอบครัวได้เดินทางกลับออกจากทำเนียบ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พี่อิ๊งค์ ล้อมวงเปิดอกเด็กๆ เล่าเรื่องถูกบูลลี่ของนักการเมืองหญิง พาลูกๆ-หลานแฝด เที่ยวงานวันเด็ก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th