โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบ "เม้งคอลาย" บัญชีม้ามิจฉาชีพหลอกให้ทำงานรีวิวสินค้าได้ค่าคอมมิชชั่น เหยื่อหลงเชื่อลงทุนเพิ่ม สุดท้ายถอนเงินคืนไม่ได้

สวพ.FM91

อัพเดต 27 พ.ย. 2567 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2567 เวลา 08.02 น.

สืบนครบาล รวบ เม้งคอลาย บัญชีม้ามิจฉาชีพหลอกให้ทำงานรีวิวสินค้า ได้ค่าคอมมิชชั่น โดยให้ลงทุนเพิ่มเรื่อยๆ สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้ เจ้าตัวให้การภาคเสธ โดยอ้างว่า เพื่อนได้ขโมยบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.บช.น. จับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2514/2567 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อใช้ในกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง”

จากการตรวจสอบหมายจับค้างเก่า พบหมายจับอีก 1 หมาย คือ ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.18/2567 ลงวันที่ 19 มกราคม 2567 โดยถูกกล่าวหาว่า “ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ของ สภ.เมืองอุบลราชธานี

โดยจับกุมบริเวณหน้าอาคาร หมู่บ้านเอื้ออาทร คลอง 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

พฤติการณ์สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ได้มีโทรศัพท์เข้าหาผู้แจ้งอ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ติดต่อมาหาผู้แจ้งให้สมัครทำงานรีวิวสินค้า โดยให้ผู้แจ้งแอดไลน์ไปผ่านเบอร์โทรศัพท์หมายเลขหนึ่ง ผู้แจ้งสนใจจึงแอดไลน์ไปยังเบอร์ดังกล่าว ปรากฎชื่อ "วิศรุต มาตรศักดิ์ดา" ต่อมาไลน์ของผู้ต้องหาคนดังกล่าวได้ส่งข้อมูลผู้ติดต่อโดยอ้างว่าเป็นแอดมิน ให้ผู้แจ้งแอดไลน์ไปต่อและให้ผู้แจ้งเข้าไลน์ open-chat เพื่อส่งรายละเอียดในการทำงาน

ผู้แจ้งจึงได้ทำตามที่ผู้ต้องหาบอก ต่อมาผู้ต้องหาจึงได้ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานต่างๆมาใน ไลน์ open-chat โดยเป็นลิงก์ ให้ผู้แจ้งกดเข้าไปและจะปรากฎสินค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ผู้แจ้งถ่ายภาพหน้าจอดังกล่าวส่งให้ผู้ต้องหา และโอนเงินไปในจำนวนเท่ากับสินค้าดังกล่าว ไปยังบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ชื่อบัญชี นายธีรวุฒิ และบัญชีธนาคารอีกแห่ง ชื่อบัญชีนางสาวสุดารัตน์ และจะจ่ายเป็นค่าคอมมิชชั่นให้แก่ผู้แจ้งเป็นจำนวน 10% จากที่ผู้แจ้งโอนไปผู้แจ้งได้ทำการโอนเงินไปทั้งหมดประมาณ 3 ครั้งและได้เงินดังกล่าวคืนจริง เลยหลงเชื่อทำงานต่อไป โดยทำการโอนเงินเป็นจำนวนเยอะขึ้น ครั้งที่ 4 เป็นจำนวน 4,500 บาท และผู้แจ้งได้โอนเงินไปอีกครั้งที่ 5 จำนวน 15,000 บาท แต่ไม่พอผู้ต้องหายังให้ไปยืมผู้อื่นมา ผู้แจ้งเห็นว่าไม่สามารถขอเงินจำนวนดังกล่าวคืนได้ จึงเชื่อว่าตนถูกหลอกลวง จึงเดินความมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสน.พญาไท ดำเนินคดี

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยอ้างว่า เพื่อนได้ขโมยบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จากการตรวจสอบประวัติ พบเคยต้องหาคดีฉ้อโกง คดีครอบครองยาเสพติดประเภท1 คดีเสพยาเสพติด และคดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย จากนั้นได้นำตัวมาทำบันทึกส่ง สน.พญาไท ดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...