โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โปรตีนจากพืชโอกาสใหม่ ปตท. จับมือ Plant & Bean ตั้งโรงงาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2565 เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2565 เวลา 09.14 น.

Plant-Based หรือ อาหารโปรตีนจากพืช ได้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจอาหารที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจใหม่ ๆ จากธุรกิจดั้งเดิม โดย กลุ่ม ปตท. ซึ่งกำลังขยายไลน์ไปสู่ ธุรกิจนอกเหนือไปจากพลังงาน (Beyond Energy) ก็ให้ความสนใจเช่นกันด้วยการส่ง บริษัทอินโนบิก (เอเซีย) ลงสนามอาหาร Plant-Based เพื่อรุกธุรกิจ Life Science

ด้วยการเข้าไปศึกษาไลน์ผลิต Plant & Bean (UK) เพื่อนำโมเดลและโนว์ฮาวมาปรับใช้ จนนำไปสู่การตั้งโรงงานร่วมทุนภายใต้ชื่อ Plant & Bean (Thailand) ที่ประเทศไทย โดยโรงงานนี้จะทำหน้าที่ผลิตผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช พัฒนาสู่การเป็นผู้นำการส่งออกอาหารโปรตีนจากพืชรายใหญ่ในภูมิภาคนี้

ผู้นำอาหารโปรตีนจากพืชรายใหญ่

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทอินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท.เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง บริษัทนิวทรา รีเจนเนอเรทีฟ โปรตีน จำกัด (Nutra Regenerative Protein Co. Ltd : NRPT) กับ บริษัทโนฟ ฟู้ดส์ จำกัด

โดยปลายปีที่แล้วก็ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ บริษัทแพลนท์ แอนด์ บีน ประเทศอังกฤษ : Plant & Bean (UK) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัทแพลนท์ แอนด์ บีน ประเทศไทย (Plant & Bean (Thailand) เพื่อผลิตโปรตีนจากพืชในไทย

โดยตั้งโรงงานอยู่ที่ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา จะก่อสร้างในเดือนกันยายน 2565 กำลังการผลิตระยะแรก 3,000 ตัน/ปี ด้านการทำตลาดเบื้องต้นจะส่งออกราว 30-40% ของกำลังการผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปีหน้า 2566 โดยช่วงแรกจะเป็นการนำเข้าวัตถุดิบก่อน

แต่ท้ายสุดเป้าหมายการผลิตระยะถัดไปจะใช้วัตถุดิบหลักจากเกษตรกรไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เห็ด สาหร่าย โดย ปตท.ตั้งเป้าให้โรงงานแห่งนี้เป็นผู้นำการส่งออกอาหารโปรตีนจากพืชรายใหญ่ในภูมิภาคนี้และถือว่า Plant-Based จะเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจใหม่ที่ทำรายได้ให้ ปตท.ในอีก 10 ปีข้างหน้าหรือปี 2575 จะมีรายได้จากส่วนนี้ถึง 30%

ได้สตาร์ตอัพ UK คิดสูตรอาหาร

ด้าน นายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัทอินโนบิก (เอเซีย) จำกัด กล่าวว่า อินโนบิก (เอเซีย) จะเน้นไปยัง 4 เซ็กเมนต์หลักคือ ธุรกิจยา, อุปกรณ์และวัสดุทางการแพทย์, เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังระบบการวินิจฉัยโรคต่าง ๆ และอาหารอนาคต (Future Food) โภชนาการ (nutrition) หรือ อาหารเป็นยา ซึ่งอาหาร Plant-Based ถือเป็นหนึ่งในอาหารแห่งอนาคตและเป็นหนึ่งในโอกาส “ธุรกิจใหม่” ของ ปตท.

การตั้งบริษัทร่วมทุน Plant & Bean (Thailand) ด้วยงบลงทุนเฟสแรก 300 ล้านบาท ถือเป็น “จุดเริ่มต้น” เพื่อเข้าสู่ธุรกิจอาหารเพื่อโภชนาการและโภชนเภสัช นอกจากสอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก การบริโภคอาหารเพื่อดูแลรักษาสุขภาพแล้ว ยังเป็นการพัฒนายกระดับเกษตรสมัยใหม่ให้กับเกษตรกร ยกตัวอย่าง พืชตระกูลถั่วต่าง ๆ ซื้อขายกันเฉลี่ย 20 บาท/กก.

แต่หากผ่านกระบวนการเพิ่มมูลค่าเป็นวัตถุดิบขั้นต้นจำพวก “หมูเทียม-เนื้อเทียม” จะสามารถจำหน่ายได้ กก.ละ 100 บาท และถ้าพัฒนาเป็นอาหาร Plant-based จะขายกันอยู่ที่ 400-500 บาท/กก. รวมทั้งเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนในธุรกิจใหม่ของ ปตท.

โดยล่าสุด อินโนบิก ร่วมกับพาร์ตเนอร์ เปิดตัวร้าน “alt. Eatery” คอมมิวนิตี้อาหาร Plant-Based ใจกลางเมืองแห่งแรกของกรุงเทพฯเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่รักสุขภาพแล้ว

Plant & Bean (Thailand) ยังได้สตาร์ตอัพชื่อดังจากอังกฤษ “Wicked Kitchen” ที่มีเชฟผู้เชี่ยวชาญอย่าง “Derek Sarno” นำสายพันธุ์เห็ดเฉพาะเพื่อนำมาวิจัย-ต่อยอด โดย Wicked Kitchen จะเป็นผู้ผลิต ทำตลาด คิดค้นพัฒนาสูตรอาหาร Plant-Based ครบวงจรที่เน้นไปยังพืชที่ให้โปรตีนสูง เช่น ถั่ว, เห็ด, สาหร่าย, อัลมอนด์, ข้าวโอ๊ต พร้อมพัฒนารสชาติ รูปลักษณ์ กลิ่น และผิวสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์

สำหรับความคืบหน้าของโรงงาน Plant & Bean (Thailand) นอกจากจะอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานแล้ว ยังอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าจาก Transfer knowledge จากยุโรปและคาดว่าจะเปิดอีก 4 ตัวในปีนี้และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจะมีการ License สินค้าในกลุ่ม Ready to eat และ daily product จาก Wicked Kitchen

พร้อมทั้งจะเปิดตัวกับ Central Group ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ด้วย อีกทั้งจะมีการลงทุนในบริษัท Wicked Kitchen ในรอบ Bridge to B ประมาณ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสิทธิในการเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักของ Wicked Kitchen ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและสิทธิในการผลิตสินค้า Wicked Kitchen ที่โรงงาน Plant & Bean (Thailand) อีกด้วย

“ส่วนราคาจำหน่าย เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะยิ่งส่งผลต่อราคาผลิตภัณฑ์ Plant Based มีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นช่วงแรกเราจะผลิตและส่งออกเป็นหลัก ส่วนการแข่งขันกับราคาเนื้อสัตว์ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะมีการคาดการณ์ว่า ภายใน 2-3 ปีข้างหน้าจะเริ่มเห็นราคาอาหาร Plant Based ต่ำกว่าเนื้อสัตว์เรื่อย ๆ และแนวโน้มสินค้าปศุสัตว์ หมู ไก่ เนื้อ จะขาดแคลน เมื่อเทรนด์ผู้คนเริ่ม “มองอาหารเป็นยา” ยิ่งตอกย้ำความต้องการที่มากขึ้น

โดยแนวโน้มตลาด Plant Based ทั้งในยุโรปและสหรัฐเติบโตสูงในทุกปี ขณะที่มูลค่าตลาดของไทยจะเห็นว่า ในปี 2564 ตลาด Plant Based อยู่ที่ 9,000 ล้านบาท จากอัตราการเติบโตระยะ 5 ปีที่ผ่านมาและจากนี้คาดว่าจะเติบโต 12-15% ในทุก ๆ ปี ซึ่งเป็นอัตราการบริโภคที่สูงมาก” นายบุรณินกล่าว

ขณะที่ นายเกียรติ์กมล ตั้งงานจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทนิวทรา รีเจนเนอเรทีฟ โปรตีน (NRPT) ผู้ร่วมทุนกับ อินโนบิก กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งพัฒนาโปรตีนจากพืชเพื่อสนับสนุนวิถีการมีสุขภาพดีแบบคนรุ่นใหม่ที่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น โครงการก่อสร้างโรงงาน Plant & Bean (Thailand) ที่จะมีกำลังการผลิตเฟสแรกประมาณ 3,000 ตันต่อปีนั้น

คาดว่าจะรองรับความต้องการของตลาดได้ประมาณ 3 ปี หลังจากนั้นบริษัทมีแผนทยอยเพิ่มทุนเเละกำลังการผลิตเป็น 25,000 ตัน ภายใน 7 ปีข้างหน้า โดยจะใช้วัตถุดิบจากถั่วเหลืองและพืชอื่น ๆ ในอนาคต อาทิ เห็ด ถั่ว ขนุน มะม่วง และจะมีการทำสัญญา “คอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง” กับเกษตรกร

ไทยฮับส่งออกอาหาร Plant Based

Mr. Pete Speranza CEO of Wicked Kitchen กล่าวว่า บริษัทเลือกเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Plant Based ที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย จากนั้นจะขยายไปยัง สิงคโปร์-ญี่ปุ่น โดยสินค้าที่จะเปิดตัวในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 17 รายการ ส่วนใหญ่อยู่ใน กลุ่มอาหารแช่แข็ง เบื้องต้นจะนำไปขายใน ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ประมาณ 50 สาขา

“ด้วยเทรนด์สุขภาพและกระเเสบริโภคด้วยแรงบันดาลใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ตลาดในประเทศไทยยังอยู่ในระยะแรก ๆ แต่เทรนด์และความต้องการอาหารประเภทนี้ในยุโรปหรือคนอังกฤษ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่บริโภคจากแรงบันดาลใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเจนเนอเรชั่น Z เด็กรุ่นใหม่รับประทานมากที่สุด รองลงมาเป็น กลุ่มรักสุขภาพ แต่อนาคตสิ่งเหล่านี้จะเป็นเทรนด์โลกที่ทุกคนต้องบริโภค”

ส่วน Mr. James Hirst CEO of Plant & Bean (UK) กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ในอุตสาหกรรมอาหาร บริษัทได้มีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเราเป็น Global Player ในอุตสาหกรรมนี้ โรงงานของเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปรับปรุงรสชาติ เนื้อสัมผัสและรูปลักษณ์

ควบคู่ไปกับการพัฒนากระบวนการผลิต ซึ่งความร่วมมือในการตั้ง Plant & Bean (Thailand) ในครั้งนี้ จะส่งเสริมให้บริษัทมีความพร้อมรองรับความร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ต่าง ๆ ที่ต้องการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชคุณภาพสูงด้วย และมองว่าไทยจะเป็นฮับส่งออกอาหาร Plant Based ในเอเชีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...