กลุ่ม “ปตท.” เดินเครื่องโรงกลั่น 105% ลดส่งออก-ดึงสต๊อกป้อนน้ำมันในประเทศ 24 ชม.
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 14.31 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 14.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันว่า กลุ่ม ปตท. ได้เร่งดำเนินการผลิตและกระจายน้ำมันอย่างเต็มกำลัง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยโรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ได้เดินเครื่องการผลิตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 105 ของกำลังการผลิตทั้งหมด พร้อมทั้งเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลการบริหารจัดการโรงกลั่นของกลุ่ม ปตท. ระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลได้ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากระดับปกติที่ 48 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 51.4 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการในประเทศที่ขยายตัว ส่งผลให้การจัดสรรน้ำมันเข้าสู่ตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดจำหน่ายดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้นจาก 42 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 49.3 ล้านลิตรต่อวัน ในขณะเดียวกัน ได้มีการปรับลดสัดส่วนการส่งออกลงจาก 6.3 ล้านลิตรต่อวัน เหลือเพียงประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อรักษาสมดุลน้ำมันในประเทศ ทั้งนี้ การส่งออกที่เหลืออยู่เป็นการส่งออกไปยังประเทศเมียนมาและ สปป.ลาว ซึ่งมีความจำเป็นในฐานะประเทศที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานไฟฟ้า ทั้งการซื้อกระแสไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งและก๊าซธรรมชาติสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศ
เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องของน้ำมันในตลาด โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ได้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้งานเพิ่มเติม ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองในระบบการผลิตลดลงจากระดับปกติที่ประมาณ 250 ล้านลิตร เหลือประมาณ 220 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นปริมาณต่ำที่สุดที่โรงกลั่นสามารถดำเนินการได้และใกล้เคียงกับเกณฑ์ปริมาณสำรองขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ในส่วนของการให้บริการ ปัจจุบันสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ของ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ได้เปิดให้บริการครบทั้ง 2,255 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มรอบการขนส่งน้ำมันอย่างเต็มกำลังผ่านทางรถบรรทุก ท่อส่ง และเรือ โดยเฉพาะการขนส่งทางรถบรรทุกที่ได้เพิ่มรอบสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
ข้อมูลการจำหน่ายของ OR บ่งชี้ว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเบนซินและดีเซลให้กับสถานีบริการปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 14 จาก 41.37 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 47.1 ล้านลิตรต่อวัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 18 จากระดับปกติ อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงเวลาอาจพบว่าบางสถานีบริการต้องรอการเติมน้ำมัน เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติในบางพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดรายงานว่าพื้นที่ที่มีการรอเติมน้ำมันเกิน 12 ชั่วโมง เกิดขึ้นเฉพาะบางแห่ง อาทิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ ซึ่งทีมขนส่งกำลังเร่งดำเนินการเติมน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังคงจัดสรรน้ำมันดีเซลให้แก่กลุ่มผู้ค้าส่ง (Jobber) อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระจายน้ำมันสู่ภาคขนส่ง ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยในช่วงสถานการณ์ปกติ กลุ่ม ปตท. มีการจำหน่ายให้ผู้ค้าส่งประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน และเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ได้ปรับเพิ่มปริมาณการจำหน่ายกลับมาใกล้เคียงระดับปกติที่ประมาณ 4.94 ล้านลิตรต่อวัน โดยกำหนดราคาขายให้แก่ผู้ค้าส่งในอัตราเดียวกับราคาขายหน้าสถานีบริการในพื้นที่นั้น ๆ พร้อมกันนี้ ได้บริหารจัดการการขนส่งน้ำมันผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบ่งสัดส่วนการขนส่งของโรงกลั่นกลุ่ม ปตท. ออกเป็น การขนส่งทางรถบรรทุกร้อยละ 47 การขนส่งทางท่อส่งร้อยละ 28 และการขนส่งทางเรือร้อยละ 25
ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการ กลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมันในระบบตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาน้ำมันดิบ การกลั่น การจัดเก็บ การขนส่ง จนถึงการจำหน่าย เพื่อสร้างความโปร่งใสและให้สามารถติดตามการไหลเวียนของน้ำมันได้อย่างชัดเจน โดยมีการรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ผันผวนสูงจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง กลุ่ม ปตท. ยังคงเดินหน้าจัดหาน้ำมันดิบจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนค่าขนส่งและค่าประกันภัยจะปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม
ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. ขอยืนยันที่จะดำเนินการผลิตและกระจายน้ำมันอย่างเต็มกำลัง พร้อมบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ ต่อเนื่อง และเพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศสืบไป