โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KS เลิกมองลบโรงกลั่น คง “Outperform” หุ้น TOP-SPRC-BCP ชี้ข่าว กบง. รีดกำไรคลาดเคลื่อน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 10.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ได้ออกบทวิเคราะห์อัปเดตอุตสาหกรรมโรงกลั่น และประเมินผลกระทบจากนโยบายภาครัฐที่มีต่อ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP โดยล่าสุด ฝ่ายวิจัยได้ประกาศ "ยกเลิกมุมมองเชิงลบ" ต่อกลุ่มโรงกลั่นก่อนหน้านี้ หลังจากพบว่ากระแสข่าวเรื่องการเรียกเก็บกำไรส่วนเกินคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

สำหรับมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ทางฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่ารูปแบบการนำส่งกำไรส่วนเกินจะเป็นดังนี้ 1. ช่วงวันที่ 9-23 เมษายน นำส่งในอัตรา 2 บาทต่อลิตร 2. ช่วงวันที่ 24 เมษายน - 9 พฤษภาคม นำส่งเพิ่มอีก 3 บาทต่อลิตร (รวมเป็น 5 บาทต่อลิตร) และ 3. ช่วงวันที่ 10-19 พฤษภาคม จะเก็บในอัตรา 3 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ ข่าวที่ระบุว่าจะมีการเก็บเพิ่มอีก 3 บาท เป็น 8 บาทต่อลิตรในช่วงวันที่ 10-19 พฤษภาคมนั้น ถือเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ทั้งนี้ จากนโยบายดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อ TOP คิดเป็นมูลค่าราว 2,600 ล้านบาทในช่วงเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ TOP ยังมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมอีกกว่า 30,000 ล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมียอดค้างจ่ายให้กับบริษัทกว่า 10,000 ล้านบาท รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น

ส่วนประเด็นที่ภาครัฐมีนโยบายห้ามส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาน้ำมันล้นถังเก็บนั้น ทางผู้บริหารของ TOP เชื่อมั่นว่าจะยังสามารถบริหารจัดการได้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนในประเทศ อย่างไรก็ตาม กลุ่มโรงกลั่นจะมีการหารือกับภาครัฐเพื่อขอผ่อนปรนมาตรการห้ามส่งออกดังกล่าวต่อไป พร้อมกันนี้ กลุ่มโรงกลั่นยังได้แสดงเจตจำนงในการขอให้ภาครัฐคืนเงินกำไรส่วนเกินทั้งหมดกลับคืนให้แก่ผู้ประกอบการหลังจากสถานการณ์ต่างๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ด้านผลการดำเนินงาน TOP ประเมินค่าการกลั่นสุทธิในไตรมาส 1/2569 ไว้ที่ระดับ 2.4 บาทต่อลิตร ขณะที่ไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 0.6-2.7 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นนัยยะสำคัญที่บ่งชี้ว่ากำไรของบริษัทน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2569 นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากราคาซื้อขายล่วงหน้า (Forward curve) ประเมินว่าสถานการณ์สงครามอาจยุติลงในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย KS ประเมินว่า จากมติ กบง. ข้างต้น ค่าการกลั่นสุทธิของกลุ่มโรงกลั่นจะยังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 12-16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับที่ยังสามารถทำกำไรได้สูง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวลดลง ซึ่งจะนำไปสู่การขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock loss) และการขาดทุนจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

ด้วยเหตุผลความคลาดเคลื่อนของข่าวสารประกอบกับค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับสูง ฝ่ายวิจัยจึงพิจารณายกเลิกมุมมองเชิงลบ และยังคงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับหุ้นในกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ TOP, บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...