โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดโผ 21 หุ้นพุ่งแรงรอบ 5 ปี! “THAI-KTB-ADVANC” นำทัพบิ๊กแคปโกยรีเทิร์นเท่าตัว

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในกลุ่มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยเทียบเคียงราคาปิด ณ วันที่ 21 เมษายน 2569 กับวันที่ 21 เมษายน 2564 พบว่ามีหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ (Big Cap) และหลักทรัพย์ที่มีความน่าสนใจเชิงพื้นฐานหลายบริษัท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นและให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับหลักทรัพย์ที่น่าสนใจและมีอัตราการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ของตาราง คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI โดยราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 207.69% หรือเพิ่มขึ้น 4.32 บาท มาอยู่ที่ระดับ 6.40 บาท จากเดิมเมื่อ 5 ปีก่อนที่ทรงตัวอยู่ในระดับ 2.08 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการเชิงบวกและทิศทางการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รองลงมาคือ บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS ซึ่งเป็นหุ้นที่อยู่ในกระแสความสนใจของนักลงทุน โดยราคาหุ้นทะยานขึ้นถึง 199.72% หรือเพิ่มขึ้น 35.15 บาท มาอยู่ที่ระดับ 52.75 บาท จากระดับ 17.60 บาท

ขณะเดียวกัน หลักทรัพย์ขนาดใหญ่ (Big Cap) ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ก็แสดงความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน นำโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ราคาหุ้นปรับตัวพุ่งขึ้น 182.33% หรือเพิ่มขึ้น 21.15 บาท มาปิดที่ระดับ 32.75 บาท เทียบกับราคาเมื่อ 5 ปีก่อนที่ระดับ 11.60 บาท

ทางด้านกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขนาดใหญ่อย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ราคาหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นได้เกือบ 100% โดยขยับขึ้น 96.09% หรือบวกไปถึง 172.00 บาท แตะระดับ 351.00 บาท จากราคาเดิม 179.00 บาท ซึ่งสะท้อนศักยภาพการเติบโตของรายได้และการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ก็เรียงหน้ากระดานปรับตัวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน อาทิ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ราคาหุ้นขยับขึ้น 88.43% หรือบวก 1.07 บาท มาอยู่ที่ 2.28 บาท จากราคาเดิม 1.21 บาท และ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 51.33% หรือ 19.25 บาท มาปิดที่ระดับ 56.75 บาท จากระดับ 37.50 บาท

พร้อมกันนี้ ข้อมูลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) เปิดเผยถึงภาพรวมคำแนะนำการลงทุนในหลักทรัพย์ THAI จากการสำรวจความคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์จำนวนทั้งสิ้น 13 แห่ง พบว่ามีการให้คำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) จำนวน 7 แห่ง และให้คำแนะนำ "ถือ" (Hold) จำนวน 6 แห่ง โดยไม่มีบริษัทหลักทรัพย์ใดให้คำแนะนำ "ขาย" (Sell) ส่งผลให้สรุปภาพรวมคำแนะนำการลงทุนของ THAI คือการแนะนำ "ซื้อ"

สำหรับประมาณการราคาเป้าหมายของหุ้น THAI ณ ปี 2569 (2569F) นั้น กลุ่มนักวิเคราะห์ได้ประเมินราคาเป้าหมายสูงสุดเอาไว้ที่ระดับ 13.30 บาท และประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 8.53 บาท ในขณะที่ให้ราคาเป้าหมายต่ำสุดไว้ที่ระดับ 6.40 บาท

ด้าน KTB จากการสำรวจความคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์จำนวนทั้งสิ้น 16 แห่ง พบว่ามีการให้คำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) อย่างท่วมท้นจำนวนถึง 14 แห่ง และให้คำแนะนำ "ถือ" (Hold) จำนวน 2 แห่ง โดยไม่มีบริษัทหลักทรัพย์ใดให้คำแนะนำ "ขาย" (Sell) ส่งผลให้สรุปภาพรวมคำแนะนำการลงทุนของ KTB คือการแนะนำ "ซื้อ" สำหรับประมาณการราคาเป้าหมายของ KTB ณ ปี 2569 (2569F) นั้น กลุ่มนักวิเคราะห์ได้ประเมินราคาเป้าหมายสูงสุดเอาไว้ที่ระดับ 41.00 บาท และประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 35.56 บาท ในขณะที่ให้ราคาเป้าหมายต่ำสุดไว้ที่ระดับ 30.00 บาท

ส่วน ADVANC จากการสำรวจความคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์จำนวนทั้งสิ้น 13 แห่ง พบว่ามีการให้คำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) จำนวน 7 แห่ง และให้คำแนะนำ "ถือ" (Hold) จำนวน 5 แห่ง ในขณะที่มีการให้คำแนะนำ "ขาย" (Sell) เพียง 1 แห่ง หรือคิดเป็นมุมมองเชิงลบ (Bearish) ที่ระดับ 7.7% ส่งผลให้สรุปภาพรวมคำแนะนำการลงทุนของ ADVANC ยังคงเป็นการแนะนำ "ซื้อ" พร้อมประมาณการราคาเป้าหมายของ ADVANC ณ ปี 2569 (2569F) นั้น กลุ่มนักวิเคราะห์ได้ประเมินราคาเป้าหมายสูงสุดเอาไว้ที่ระดับ 422.00 บาท และประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 392.94 บาท ในขณะที่ให้ราคาเป้าหมายต่ำสุดไว้ที่ระดับ 355.00 บาท

ขณะที่ TTB จากการสำรวจความคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์จำนวนทั้งสิ้น 15 แห่ง พบว่าห์ส่วนใหญ่ให้คำแนะนำ "ถือ" (Hold) จำนวนถึง 12 แห่ง ขณะที่มีการให้คำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) จำนวน 2 แห่ง และให้คำแนะนำ "ขาย" (Sell) เพียง 1 แห่ง หรือคิดเป็นมุมมองเชิงลบ (Bearish) ที่ระดับ 6.7% ส่งผลให้สรุปภาพรวมคำแนะนำการลงทุนของ TTB ออกมาเป็นการแนะนำ "ถือ" พร้อมประมาณการราคาเป้าหมายของ TTB ณ ปี 2569 (2569F) นั้น กลุ่มนักวิเคราะห์ได้ประเมินราคาเป้าหมายสูงสุดเอาไว้ที่ระดับ 2.60 บาท และประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.24 บาท ในขณะที่ให้ราคาเป้าหมายต่ำสุดไว้ที่ระดับ 2.00 บาท

ด้าน TCAP จากการสำรวจความคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์จำนวนทั้งสิ้น 7 แห่ง พบว่ามีการให้คำแนะนำ "ถือ" (Hold) เป็นส่วนใหญ่จำนวน 4 แห่ง และให้คำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) จำนวน 3 แห่ง โดยไม่มีบริษัทหลักทรัพย์ใดให้คำแนะนำ "ขาย" (Sell) ส่งผลให้สรุปภาพรวมคำแนะนำการลงทุนของ TCAP ออกมาเป็นการแนะนำ "ถือ" พร้อมประมาณการราคาเป้าหมายของ TCAP ณ ปี 2569 (2569F) นั้น กลุ่มนักวิเคราะห์ได้ประเมินราคาเป้าหมายสูงสุดเอาไว้ที่ระดับ 68.00 บาท และประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 60.43 บาท ในขณะที่ให้ราคาเป้าหมายต่ำสุดไว้ที่ระดับ 54.00 บาท

อย่างไรก็ดี ภาพรวมการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของราคาหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผนวกกับมุมมองเชิงบวกและประมาณการราคาเป้าหมายจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) ถือเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อความมั่นคงของปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ นักลงทุนควรพิจารณาข้อมูลบทวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับการติดตามแนวโน้มผลประกอบการ นโยบายการจ่ายเงินปันผล ตลอดจนปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย พร้อมทั้งบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...