โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์กลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวโลก

แนวหน้า

เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 17.00 น.

ได้ชมคลิปวิดีโอล้อเลียนกองทัพอันยิ่งใหญ่สหรัฐอเมริกา ที่ใช้เวลายี่สิบปีเปลี่ยนรัฐบาล “ตาลิบัน” ในอัฟกานิสถานเป็นรัฐบาล“ตาลิบัน” ได้ แต่ ทรัมป์ เหนือชั้นกว่าที่สามารถเปลี่ยนผู้นำสูงสุดอิหร่านจาก “คาเมเนอี”ไปเป็นอีก “คาเมเนอี” ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์

ที่มาของการล้อเลียนนี้ คือ ที่สหรัฐกับอิสราเอลส่งเครื่องบินรบกว่า 150 ลำไปยิงจรวดถล่มสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และนายทหารระดับสูงกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) หลายนายในกรุงเตหะรานตอนเช้ามืดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ในวันเดียวกันเครื่องบินรบสหรัฐถล่มโรงเรียนสตรี ทำให้เด็กนักเรียนชั้นประถมตาย 168 ศพ และครูตาย 67 ศพ

วันที่ 1 มีนาคม ทรัมป์ ประกาศความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ที่สังหารผู้นำสูงสุดอิหร่านได้พร้อมๆ กับถล่มทำลายฐานทัพ โครงสร้างทหาร และโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน 17 จังหวัดทั่วประเทศอิหร่านได้ภายในวันเดียว

ทรัมป์ ประกาศชัยชนะยังไม่ทันขาดคำ ถูกอิหร่านตอบโต้รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ยิงขีปนาวุธและส่งฝูงโดรนไปถล่มทำลายฐานทัพ และผลประโยชน์ของสหรัฐทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้สงครามบานปลาย ทรัมป์ หาทางลงไม่ได้จนถึงวันนี้ นี่คือที่มาของคำพูดเยาะเย้ย ทรัมป์ เปลี่ยนผู้นำสูงสุดของอิหร่านจาก“คาเมเนอี”เป็น “คาเมเนอี”ภายใน 7 วัน

มีรายงานว่าโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอาลีคาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านแทนบิดา ที่สำคัญ#โมจตาบา เป็นผู้นำสายเหยี่ยวหัวรุนแรงกว่าบิดา

นอกจากนั้น รัฐสภาอเมริกายังเสียดสี ทรัมป์ในที่ประชุมว่า “ทรัมป์สามารถทำให้ช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญปิดตายภายใน 2 วัน”

26 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่ 27 ของสงคราม วุฒิสภาสหรัฐอภิปรายญัตติที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ของบประมาณอีกสองพันล้านดอลลาร์ สำหรับใช้ในความพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วุฒิสภาคนหนึ่งกล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าเกลียดมาก ที่สหรัฐผลาญเงินภาษีคนอเมริกันหลายแสนล้านดอลลาร์และนำทหารอเมริกันไปตายในสถานที่ไกลออกไปกว่า 1,200 ไมล์ ยังขออีกสองพันล้านไปเพื่ออะไร”..

ในเมื่อช่องแคบฮอร์มุซเดินเรือได้เสรีก่อนที่ทรัมป์ส่งกองทัพอากาศไปถล่มอิหร่าน และ 2 วันหลังจากนั้นเส้นทางส่งน้ำมันสำคัญตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน “ทรัมป์เป็นคนปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ภายใน 48 ชั่วโมง”

ในวันเดียวกันที่ สว.อภิปรายญัตติทรัมป์ของบประมาณอีกสองพันล้านดอลลาร์ เพื่อทำสงคราม ที่วุฒิสภาตราหน้าว่าที่ไม่มีวันชนะ Politico เว็บไซต์์การเมืองในอเมริการายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทรัมป์แจ้งขยายเวลาหยุดยิงอิหร่านออกไปอีกสิบวันถึงวันที่ 6 เมษายน..“ให้เวลาเจรจาอย่างสร้างสรรค์..อีกสิบวัน หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตาม หลังจากนั้นเตหะรานจะพบกับฝันร้าย” ทรัมป์กล่าวในที่ประชุม

คำขู่และเส้นตายของทรัมป์ กลายเป็นเรื่องซ้ำซาก ที่หลายฝ่ายมองว่าเขาพูดคำใหญ่ขีดเส้นตายเพื่อสร้างความปั่นป่วนตลาดค้าน้ำมันและตลาดหลักทรัพย์เพื่อปั่นราคา เช่นวันที่เขาขีดเส้นตายให้อิหร่านจำนนภายใน 48 ชั่วโมง ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น 2 ดอลลาร์/บาร์เรล หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตก 1,200 จุด

สองวันต่อมาเขาประกาศเลื่อนเส้นตายออกไปอีกห้าวัน ทันทีที่ได้รับข่าวนี้หุ้นดีดตัวขึ้น 1,700 จุด ราคาน้ำมันลดลง 1.5 ดอลลาร์/บาร์เรลหลายฝ่ายจึงเชื่อว่าทรัมป์ประกาศโจมตีทำลายโครงสร้างและคลังน้ำมันอิหร่านเพื่อปั่นหุ้น สร้างความปั่นป่วนในตลาดน้ำมัน

ทรัมป์ ประกาศเลื่อนยกพลขึ้นบกและส่งเรือรบไปเปิดข่องแคบฮอร์มุซออกไปอีกสิบวัน จึงกลายเป็นเรื่องชินชาที่ทุกคนคิดว่า ทรัมป์ ถ่วงเวลาเพื่อหาทางลงจากติดดอยสงครามตลาดหลักทรัพย์จึงไม่มีปฏิกิริยา แต่น้ำมันราคาสูงขึ้น 1.7 ดอลลาร์/บาร์เรล ตลาดน้ำมันคงคาดการณ์ว่า อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซไปอีกนาน ไม่ว่าทรัมป์จะข่มขู่อย่างไรหรือแม้แต่สหรัฐถอยออกจากสงคราม

หลายฝ่ายเชื่อว่า ทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิง ออกไปอีกสิบวัน เป็นสัญญาว่า สหรัฐกำลังหาทางลงจากการติดดอยสงคราม ดังที่ Lim Team นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญกิจการอิหร่านโพสต์
เฟซบุ๊กว่า..#หากสหรัฐยกพลขึ้นบกที่เกาะคาร์ก จะพบความหายนะ..

“เกาะคาร์ก จะกลายเป็น“เดียน เบียน ฟู”ของอเมริกา เหมือนกับชาวเวียดนามลบล้างกองทัพฝรั่งเศสที่ เดียน เบียน ฟู และสิ้นสุดความเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสของประเทศอินโดจีน..”

:เดียนเบียนฟู มีนาคม-พฤษภาคม ค.ศ. 1954 เป็นการสู้รบชี้ขาดในสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่ง ซึ่งกองทัพเวียดมินห์ นำโดย โฮจิมินห์และโว เหงียน เกียป เอาชนะกองทัพฝรั่งเศสได้อย่างเด็ดขาด ส่งผลให้ฝรั่งเศสต้องยุติการปกครองในอินโดจีน :(Wikipedia)

Lim Team ระบุว่า..“ฝรั่งเศสมั่นใจว่า อยู่ในป้อมปราการซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขาที่ไม่อาจบุกทะลวงได้.. ฝรั่งเศสประเมินความเจ้าเล่ห์เวียดมินห์ต่ำเกินไป ทหารเวียดมินห์ปิดล้อมป้อมปราการนานสามเดือน ยิงปืนใหญ่ขึ้นภูเขาทุกวัน ลูกปืนใหญ่ตกใส่ทหารฝรั่งเศสอกสั่นขวัญหายและยอมจำนนในที่สุด

..“นี้คือสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นถ้านาวิกโยธินอเมริกัน ยกพลขึ้นบกบนเกาะคาร์ก และยึดเกาะนั้นพวกเขาจะตกเป็นเป้าระดมยิงจาก IRGC บนแผ่นดินใหญ่อยู่ห่างออกไปเพียง 28 กม. และโดรนนับพันลำที่อิหร่านปล่อยไปถล่มผู้รุกราน..

คาร์กเป็นเกาะเล็กๆ และไม่มีที่กำบังมากพอจะต่อต้านขีปนาวุธและโดรนอิหร่านได้ ทหารอเมริกันจะตายเป็นพันนาย และอาจถูกจับเป็นเชลยจำนวนมาก เมื่อถึงตอนนั้นอิหร่านจะให้เชลยอเมริกันเดินแถวประจานผ่านหน้ากล้องทีวีเหมือนที่พวกเขาทำกับตัวประกันในสถานทูตอเมริกันปี 1979..

Lim Team ระบุด้วยว่า “อเมริกันทำราวกับว่าเกาะคาร์กเป็นเพชรยอดมงกุฎ ที่หากอเมริกันแย่งไปได้ทำให้ระบอบการปกครองรัฐศาสนาล่มสลาย ในความเป็นจริงเกาะคาร์ก มีความสำคัญต่ออิหร่านเพราะมันเป็นท่าเรือหลักส่งออกน้ำมัน เกาะคาร์กล้อมรอบด้วยทะเลน้ำลึกที่เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ มีความจุระวางบรรทุกมากกว่า 250,000 -500,000 ตันขึ้นไป สามารถโหลดน้ำมันที่เกาะคาร์กได้

เกาะคาร์ก ไม่ใช่เป็นพื้นที่ผลิตน้ำมัน น้ำมันที่ถ่ายขึ้นเรือตรงนั้น มาจากบ่อน้ำมันบนผืนแผ่นดินใหญ่ อิหร่านวางท่อส่งน้ำมันใต้น้ำไปเก็บไว้ในสถานีน้ำมันบนเกาะคาร์กก่อนโหลดขึ้นเรือใหญ่

บัดนี้อิหร่านรู้แล้วว่า อเมริกันกำลังมา เชื่อว่า อิหร่านต้องปิดวาล์ว น้ำมันหยุดไหลไปเกาะคาร์ก อิหร่านอาจเปลี่ยนไปส่งออกน้ำมันจากท่าเรือเล็กกว่า หรือไม่พวกเขาอาจใช้ท่อส่งน้ำมันผ่านท่าเรือ Jask ในอ่าวโอมานเพื่อการส่งออก การส่งออกน้ำมันอิหร่านอาจมีปริมาณลดลง

การส่งออกน้ำมันน้อยลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก นั้นเป็นฝันร้ายของทรัมป์ และทำไมเขาจึงยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันจากอิหร่าน เพื่อพยายามควบคุมราคาน้ำมันไม่ให้สูงขึ้นมากเกินไป การยึดเกาะคาร์กเป็นดาบสองคมสำหรับอเมริกัน และการควบคุมเกาะคาร์กไม่มีผลใดๆ ทำให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งอยู่ไกลออกไป 350 กิโลเมตร

ขีปนาวุธต่อต้านเรือของอิหร่านยิงจากระยะไกล 600 กม.ก็อยู่ในพิสัยทำลายเรือที่พยายามแหกกฎปิดช่องแคบฮอร์มุซ #เวลานี้อเมริกากับทรัมป์อยู่ในภาวะสิ้นหวัง ไม่มีทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะมันตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านโดยสิ้นเชิง

บทวิเคราะห์ของ Lim Team สอดคล้องกับคาดการณ์ของกูรูอิหร่านหลายรายที่ทำนายว่า สหรัฐไม่มีวันชนะสงครามอิหร่าน ทั้งโดยอุดมการณ์ ภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์สงคราม

ด้านอุดมการณ์นักรบอิหร่านถูกปลูกฝังให้ทำสงครามศักดิ์สิิทธิ์ ที่พร้อมพลีชีพเพื่อปกป้องระบอบการปกครองแบบรัฐศาสนา IRGC พร้อมเสียสละเพื่อศาสนาและพระเจ้า

ภูมิศาสตร์ อิหร่านมีพื้นที่กว้างใหญ่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลทราย อิหร่านมีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าอิสราเอล 90 เท่า พวกถูกคว่ำบาตรปิดกั้นจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลมากว่า 40 ปี

อิหร่าน จึงหันไปมีความสัมพันธ์ทางการค้าและยุทธศาสตร์ ความมั่นคงอย่างเหนียวแน่นกับจีนและรัสเซียมานานหลายทศวรรษ อิหร่านมียุทธศาสตร์สร้างป้อมปราการเตรียมรับมือการรุกรานจากสหรัฐอเมริกานานกว่ายี่สิบปี ป้อมปราการเหล่านี้แข็งแกร่งแน่นหนาทนทานการทำลายจากอเมริกาได้ กูรูอิหร่านให้ความเห็นตรงกันว่าอิหร่านเตรียมการสร้างฐานทัพใต้ดินมานานกว่ายี่สิบปี

ฐานทัพใต้ดินอิหร่านลึกลงไปจากถ้ำหินในภูเขาราว 500 เมตร มีอุโมงค์ลับซับซ้อนเหมือนใยแมงมุม ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมอิหร่านถึงสร้างฐานทัพใต้ดินได้ หากรู้ว่า จีนเจาะอุโมงค์ในภูเขาเก่งที่สุดในโลก

ในฐานทัพใต้ดินที่ลึกกว้างใหญ่ มีอุโมงค์เป็นใยแมงมุมนั้น มีทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โรงงานผลิตอาวุธรวมทั้งขีปนาวุธ โดรนที่ใช้เทคโนโลยีผสมประสานกันระหว่างเทคโนโลยีรัสเซียกับเทคโนโลยีจีน

มีรายงานว่า อาวุธทำลายล้างสูง รวมทั้งหัวรบพลังงานนิวเคลียร์ที่ผลิตรุ่นใหม่ เกาหลีเหนือรับหน้าที่ทดลองว่าได้มาตรฐานหรือไม่ ในอุโมงค์ใต้ดินลึก 500 เมตร ยังมีรถไฟลำเลียงฐานยิงขีปนาวุธออกไปทางอุโมงค์ลับแล้วถอยกลับฐานทันทีที่ปากอุโมงค์ปิดอัตโนมัติ

ฐานทัพยุทธศาสตร์ของอิหร่าน จึงเป็นปราการแข็งแกร่งเกินแรงระเบิด “บังเกอร์บัสเตอร์” ของอเมริกาจะทะลุทะลวงได้ ระเบิดมีอานุภาพร้ายแรงที่สุดของอเมริกา สามารถทำลายทะลุทะลวงได้ลึกไม่เกิน 50 ถึง 80 เมตร

เมื่อไม่สามารถทำลายฐานทัพใต้ดิน โรงงานผลิตขีปนาวุธและโดรนตลอดถึงฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินของอิหร่านได้ #ทรัมป์จึงเบนเป้าหมายไปที่เกาะคาร์ก แต่หากทหารอเมริกันยกพลขึ้นบกที่นั่น เกาะคาร์กจะเป็น “เดียน เบียน ฟู” ของอเมริกา ดังที่นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญอิหร่านทำนาย

สุทิน วรรณบวร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...