โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลยุทธ์ใหม่น้ำสิงห์ ‘ขวดใส’ วางเดิมพันแลกพื้นที่สื่อสารหน้าเชลฟ์ ย้ำแบรนด์ใส่ใจโลก ชิงฐานคนรุ่นใหม่กินยาวๆ

The Better

อัพเดต 19 ก.พ. 2567 เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2567 เวลา 14.28 น. • THE BETTER
‘น้ำดื่มสิงห์’ เดินสายผลิตใหม่สินค้าแพคเกจจิงขวดใส ขายแพ็ก 6 ขวดบรรจุไซส์1.5ลิตร นำร่องขายในโลตัส 30 สาขา กลยุทธ์สร้างแบรนด์ซึมลึกคนเจนฯใหม่ หวังรักษาแชมป์เบอร์หนึ่งตลาดน้ำเปล่าระยะยาว

พรรณทิพย์ ลีตะชีวะ ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดแบรนด์น็อนแอลกอฮอล์ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและกระจายสินค้าผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ กล่าวว่า บริษัทนำร่องปรับสายการผลิตใหม่น้ำดื่มสิงห์ ในโรงงานวังน้อย จ.อยุธยา ผลิตน้ำดื่มสิงห์ ขนาดบรรจุ 1.5 ลิตร ขวด PET 1 ในรูปแบบใสพร้อมให้ข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ด้วยเทคนิคตัวอักษรพิมพ์นูนออกมาจากผิวขวด โดยใม่ต้องใช้พลาสติกแสดงมาห่อหุ้ม

“การปรับกระบวนการผลิตขวดน้ำดื่มสิงห์ ขนาด 1.5 ลิตรในครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำแบรนด์ที่มุ่งมั่นต่อการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่านบรรจุภัณฑ์พลาสติกใสตลอดทั้งขวดนี้ ที่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้แบบ 100% อีกด้วย” พรรณทิพย์ กล่าว

แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญและใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมมองหาผลิตภัณฑ์ หรือ แบรนด์ที่มีส่วนร่วมในด้านดังกล่าวและมีแนวโน้มยายการเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตราสิงห์ในฐานะผู้นำตลาดน้ำเปล่าดื่ม ขนาดบรรจุ 1.5 ลิตร ที่มีส่วนแบ่งราว 49% มองเห็นโอกาสจากการใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าน้ำเดื่มสิงห์ บนชั้นวาง (เชลฟ์) นำมาสื่อสารกับผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ผ่านบรรจุภัณฑ์ขวดใสดังกล่าว เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ร่วมกันในที่สุด

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ‘โลตัส’ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ นำร่อง 30 สาขาวางจำหน่ายน้ำดื่มสิงห์ขนาด 1.5 ลิตรแบบแพ็ค 6 ขวด เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัว และคนรุ่นใหม่ ซึ่งพบว่าน้ำดื่มสิงห์ขนาดบรรจุ 1.5 ลิตร เป็นรายการสินค้าที่มียอดขยายสูงสุดในพอร์ตของน้ำดื่มสิงห์ โดยน้ำดื่มสิงห์บรรจุภัณฑ์แพ็ก 6 ขวด จะยังให้รายละเอียดข้อมูลสินค้าในรูปแบบการพิมพ์สี ที่แสดงไว้บนพลาสติกที่ห่อหุ้มเพื่อบ่งบอกถึงตราสัญลักษณ์น้ำดื่มสิงห์ ไว้เช่นเดิม

พร้อมกันนี้ บริษัทยังร่วมลดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น โดยร่วมทำโครงการสิ่งแวดล้อมกับแบรนด์แฟชั่นของไทยอย่าง ‘PIPATCHARA’ สร้างผลงานคอลเล็กชันพิเศษที่ผลิตจาก ขวดน้ำดื่มสิงห์ PET และฝาขวด PET และได้การตอบรับเป็นอย่างดี

ล่าสุด น้ำดื่มสิงห์ ทำโครงการคอลลาบอเรชันพิเศษ Singha Drinking Water X Reroute Collection ของทั้งสองแบรนด์เพื่อร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน สู่การนำขวดน้ำดื่มสิงห์มาผลิตเป็นคอลเลกชันเสื้อผ้า เปลี่ยนแปลงคุณค่าของขวดพลาสติกสู่วัสดุรีไซเคิลที่สร้างประโยชน์ต่อไป

นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ ‘แยก แลก ลุ้น’ ผู้บริโภคที่ซื้อน้ำดื่มสิงห์สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก ดังนี้ 1. แยก เมื่อน้ำดื่มสิงห์ ขวดใสรักษ์โลก ครบ 3 แพ็ก จะได้รับถุง Recycle Bag สำหรับแยกขวด PET เพื่อนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมาคืนทุกวันอาทิตย์สิ้นเดือนที่โลตัส 30 สาขาที่ร่วมโครงการ 2.แลก ผู้บริโภคสามารถร่วมสนุกเพื่อต่อยอดการรักษ์โลก โดยขวด PET ทุกขวดที่เก็บกลับมา สามารถนำไปแลกของรางวัล เช่น กระเป๋าผ้า แก้วน้ำ Tumbler หรือลุ้นรับ เสื้อยืดลายน้ำดื่มสิงห์ และ 3.ลุ้น ทุกยอดการซื้อ ยังมีสิทธิ์ลุ้น เสื้อผ้าคอลเลกชัน “Singha Drinking Water X Reroute” และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านแอปพลิเคชัน Lotus’s SMART Apps

พรรณทิพย์ กล่าวว่าในปี 2567 บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำดื่มสิงห์ ในโรงงานที่ครอบคลุมการทำตลาดในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑลโดยรอบกรุงเทพเพื่อทำตลาดเชิงรุกในปีนี้มากขึ้น และในอนาคตยังมีแผนปรับสายการผลิตน้ำดื่มขวดบรรจุภัณฑ์ใสดังกล่าวเพื่อรองรับความต้องการตลาดที่คาดว่าจะขยายตัวขึ้นอีก

จากปัจจุบันน้ำดื่มสิงห์ มีโรงงานผลิต 5 แห่ง ในจังหวัดอยุธยา (วังน้อย) สิงห์บุรี มหาสารคาม สุราษฎร์ธานี และ เชียงใหม่ ซึ่งแต่ละแห่งยังมีกำลังการผลิตรองรับเพียงพอซึ่งยังไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มแต่อย่างใด โดยมีสัดส่วนการผลิตขวดPET กว่า 95% ส่วนที่เหลือน้อยกว่า 5% เป็นสายการผลิตขวดแก้ว ทำตลาดหลักในช่องทางร้านอาหารและโรงแรม

ปัจจุบันน้ำสิงห์มียอดขายสูงสุดตามลำดับ คือ 1. ขนาดบรรจุ 1.5 ลิตร, 2. ขนาดบรรจุ 600 มล., 3.ขนาดบรรจุ 750 มล. ส่วนที่เหลือลำดับ4 และ 5 ใกล้เคียงกัน คือ ขนาดบรรจุ 330 มล. และขนาดบรรจุ 6 ลิตร โดยปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตเชิงปริมาณ (Volume) น้ำเปล่าดื่มเพิ่มอีก 0.5 % หรือประมาณ 100 ล้านลิตร จากในปี 2566 ที่ผ่านมามูลค่าตลาดรวมเชิงปริมาณอยู่ที่ 3.700 ล้านลิตร และตลาดรวมเชิงมูลค่าอยู่ที่ 38,000 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 สัดส่วน 20% ส่วนแบรนด์อันดับสอง มีสัดส่วน 18.6%

ด้าน ยุวดี ถาวรไชยโสภณ รองผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร โลตัส กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างบริษัทบุญรอดฯ ครั้งนี้ สอดคล้องกับแผนงานด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ช่วยให้ลูกค้าและประชาชนสามารถแยกและรีไซเคิลขยะได้อย่างสะดวกผ่านสาขาของโลตัสกว่า 30 สาขาที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยลูกค้าสามารถนำขวดน้ำดื่มสิงห์มาส่งมอบที่จุดรับคืนในโลตัส เพื่อเก็บรวบรวมขวดน้ำที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบและนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธีต่อไป อีกทั้งยังลดการทิ้งขยะสู่หลุมฝังกลบได้อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...