โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

บำเรอรักมาเฟียจอมเผด็จการ [omegavarse]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 เม.ย. 2567 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2567 เวลา 06.27 น. • niyam2523
“ฮึก หม่ามี้คะ พ่อหนูอยู่ไหน ทำไมหนูไม่มีพ่อเหมือนกับพวกเขาบ้าง"อลันแหงนหน้าขึ้นมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย(แม่จะบอกพวกหนูได้อย่างไร ว่าตอนนี้พ่อของหนูคงยังไม่รู้หรอกว่ามีพวกหนูอยู่บนโลกใบหนี้)

ข้อมูลเบื้องต้น

“ฮึก หม่ามี้คะ พ่อหนูอยู่ไหน ทำไมหนูไม่มีพ่อเหมือนกับพวกเขาบ้าง"อลันแหงนหน้าขึ้นมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย(แม่จะบอกพวกหนูได้อย่างไร ว่าตอนนี้พ่อของหนูคงยังไม่รู้หรอกว่ามีพวกหนูอยู่บนโลกใบหนี้)

เพราะความจำเป็นบางอย่าง ทำให้อลันต้องยอมขายศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อแลกกับอนคต โดยที่ตนต้องไปบำเรอผู้ชายคนหนึ่งที่เห็นเขาเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น

"ถ้าสมมุติว่าผมท้องขึ้นมา คุณจะทำยังไง"

ฟีนิกซ์ที่กำลังจะหลับต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด เมื่อได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้าตนพูด จนอลันเริ่มหน้าเสีย

"อลัน นายกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่ อย่าลืมสิว่านายเป็นอัลฟ่านะ ยังไงนายก็ท้องไม่ได้"

"ผมก็แค่สมมุติ แค่อยากรู้ว่าคุณอยากมีลูกหรือเปล่าเท่านั้น"

"ใครบ้างไม่อยากจะมีทายาทไว้สืบสกุล"ฟีนิกซ์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำให้อลันยิ้มออกมาเมื่อได้ยิน แต่คำพูดต่อมาของฟีนิกซ์กลับทำให้ริมฝีปากสีสวยต้องหุบลงอย่างรวดเร็ว

"แต่คนที่จะมาเป็นแม่ของลูกฉัน ไม่ใช่คนที่ยอมเอาตัวเข้าแลกอย่างนาย คิดว่าฉันจะเอานายมาเชิดหน้าชูตาเหรอ นายหวังอะไรอยู่หรือเปล่าอลัน"

หลังจากสัญญาหมดลง อลันจึงย้ายข้าวของออกมาจากบ้านหลังนั้นอย่างถาวร และหายไปจากชีวิตของฟีนิกซ์อย่างที่ร่างสูงต้องการ พร้อมกับหอบเอาทายาทของตระกูลใหญ่ที่อยู่ในท้องของตนมาถึงสองคนด้วยความช้ำใจ

หลังจากผ่านไปหกปี พวกเขาก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อลันเปลี่ยนไปมาก เป็นถึงคุณหมอมากความสามารถในโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง และเป็นคนที่ช่วยดึงเขาออกมาจากเงื้อมมือมัจจุราช อลันเก่งและเข้มแข็งขึ้นจนฟีนิกซ์แทบไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกันได้

ต่อมาเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างขึ้น กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อคน เขาก็เกือบจะสูญเสียลูกและเมียไปตลอดกาล…

……………………..

สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกคน ไรท์มาเปิดเรื่องใหม่แล้วนะ เรื่องนี้เป็นแนวโอเมก้าเวิลด์เรื่องแรกที่ไรท์แต่ง หากผิดพลาดประการใดก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ พลังบางอย่างของตัวละครไรท์แต่งขึ้นเองตามจินตนาการ มันอาจจะไม่เหมือนกับของคุณไรท์ท่านอื่นนะคะ

#เรื่องนี้ไม่ได้ดราม่าหนักมาก และไม่ได้เน้นเรื่องเกี่ยวกับมาเฟียมากนัก ส่วนมากจะเน้นไปทางครอบครัวมากกว่า เด็ก ๆ น่ารัก พอ.มีความอบอุ่นมากค่ะ

# นิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อความบัณเทิงเท่านั้น เเต่งจากจินตนาการของนักเขียนล้วนๆ ตัวละครและสถานที่ไม่ได้มีอยู่จริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ

ฝากนิยายเรื่องนี้ และทุกๆเรื่องของผีเสื้อวายุกับนักอ่านที่น่ารักทุกคนด้วยนะคะ คอมเม้นมาเป็นกำลังใจและพูดกันได้นะ และถ้าหากใครอยากจะฟังเป็นนิยายเสียงก็สามารถตามไปฟังได้ในยูทูปนะคะ ช่องมินิวายนิยายเลิฟ

เรื่องนี้ไรท์จะติดเหรียญอ่านล่วงหน้าเหมือนทุก ๆ เรื่อง แต่จะติดตอนที่เท่าไหร่ไรท์จะมาแจ้งอีกครั้ง และจะติดเหรียญถาวรหลังจากลงจบนะคะ ถ้าใครไม่สะดวกในการซื้อ ก็คอยตามอ่านตอนไรท์อัพได้จนจบนะคะ

แต่งโดย:ผีเสื้อวายุ

วาดโดย:mini y

ขอสงวนสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2558

ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง ปลอมแปลงหรืออะไรก็ตาม ที่ก่อให้เกิดควา

มเสียหายต่อเจ้าขอลิขสิทธิ์ (นักเขียน)

แนะนำตัวละคร

ฟีนิกซ์[พระเอก]
อายุ 35 ปี เปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์บังหน้า ส่วนเบื้องหลังทำธุรกิจสีเทา เป็นคนรักครอบครัว แต่เพราะความจำเป็นบางอย่างทำให้เขาต้องร้ายใส่คนที่ตนรัก จนพลาดสิ่งสำคัญไป
……………………..
อลัน[นายเอก]
หมอหนุ่มไฟแรง อายุ30 ปี มีนิสัยอ่อนโยน เป็นหมอที่มากความสามารถ และเป็นแม่ที่ดีของลูก ๆ ทั้งสอง
เพราะคำพูดร้าย ๆ ของผู้ชายปากหมา ทำให้เขาพยายามถีบตัวเองจนประสบความสำเร็จ หกปีต่อมาเขาได้ช่วยชีวิตผู้ชายคนนั้นเอาไว้ หลังจากวันนั้นเรื่องราววุ่นวายที่มีทั้งดีและร้ายก็เริ่มขึ้น
…………………….
[ฟาฮ์เดล]ลูกชายฝาแฝดของฟีนิกซ์กับอลัน
น้องอายุ5 ขวบ เป็นลูกชายของอลันกับฟีนิกซ์ และเป็นพี่ชายฝาแฝดของเฟย่า เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ชอบสุงสิงกับใครมากนัก ไม่ชอบพูดมากเหมือนน้องสาวฝาแฝด #ไม่มีพ่อพวกเราก็อยู่กันได้
……………………..
[เฟย่า]ลูกสาวฝาแฝดของฟีนิกซ์กับอลัน
น้องอายุ5ขวบ เป็นลูกสาวของฟีนิกซ์กับอลัน เป็นน้องสาวฝาแฝดของฟาฮ์เดล เป็นเด็กร่าเริงสดใสชอบพูดคุยกับทุกคน และมักจะทะเลาะกับพี่ชายฝาแฝดของตนอยู่เสมอ #เฟย่าต้องการพ่อ
………………………..
[ภูผา]ผอ.โรงพยาบาลที่อลันทำงานอยู่
อายุ35 ปี เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งที่อลันทำงานอยู่ เคยชอบอลันแต่ต้องตัดใจเพราะอลันไม่เคยเปิดใจให้ใคร จึงหันมาให้ความสำคัญกับใครอีกคนอย่างจริงจัง
………………………..
[หมอนนท์]หมอรุ่นน้องของอลัน
อายุ28ปี เป็นคนเรียบร้อยน่ารัก และมีความสามารถไม่น้อย เขาสามารถถีบตัวเองขึ้นมายืนอยู่บนที่สูงได้ก็เพราะมีอลันคอยช่วยเหลือ เป็นคนที่อลันรักเหมือนน้องชายแท้ ๆ และเป็นคนสำคัญของใครอีกคนอย่างไม่คาดคิด
………………………….
[นิโคลัส]พ่อของฟีนิกซ์
อายุ55 ปี เป็นหนุ่มใหญ่ที่ยังมีไฟแรงอยู่ เป็นคนที่มีอำนาจและมีความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจอยู่เต็มเปี่ยม เขาสามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นหากเข้ามาขวางทางเขา เลยได้รับฉายาว่าจิ้งจอกเฒ่าสารพัดพิษ
…………………………..
[อีธาน]ศัตรูตัวร้ายของฟีนิกซ์
อายุ35 ปี เป็นศัตรูคู่แค้นของฟีนิก มีนิสัยร้ายกาจชอบลอบกัดอีกฝ่ายเสมอเพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายโดดเด่นกว่า จนวันหนึ่งได้พลาดท่าให้กับคนที่ตนเกลียด หลังจากนั้นชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
……………………………….
มารู้จักโลกของomegavarseกันหน่อยค่ะ
โลกของ omegavaraseเป็นเพียงโลกสมมุติที่ถูกสร้างขึ้นมาจากจินตนาการของนักเขียน ซึ่งจะมีการแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน อย่างเช่น
[อีนิกม่า ]เป็นชนชั้นที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารและอยู่เหนืออัลฟ่า และเป็นชนชั้นพิเศษที่หายาก มีพลังกดข่มที่รุนแรงและสามารถคร่าชีวิตคนได้ สามารถสะกดจิตหรือเปลี่ยนอัลฟ่าให้กลายเป็นโอเมก้าได้ เป็นสายเลือดที่ต้องปิดบังตัวตนและเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากกำจัดทิ้งที่สุด
[อัลฟ่า] เป็นชนชั้นรองลงมาจากอีนิกม่า มีความแข็งแกร่งมีอำนาจเหนือเบต้าและโอเมก้า มีฟีโรโมนประจำตัวและสามารถปล่อยพลังกดข่มผู้ที่ด้อยกว่าได้ สามารถสร้างพันธะกับโอเมก้าเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
[เบต้า] ชนชั้นกลางที่ไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก ไม่สามารถปล่อยฟีโรโมนหรือได้กลิ่นฟีโรโมนจากฝ่ายใดได้(ฟีโรโมนไม่มีผลต่อเบต้า) มักจะเป็นชนชั้นที่ใช้แรงงานเสียมากกว่า
[โอเมก้า] ชนชั้นที่อ่อนแอและอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร มักจะถูกเอาเปรียบและมองว่าเป็นได้แค่ที่ระบายของพวกที่มีอำนาจเหนือกว่าเสมอ หรือมีหน้าที่อุ้มท้องเท่านั้น มีกลิ่นฟีโรโมนประจำตัวที่หอมยั่วยวน สามารถทำให้อัลฟ่าคลั่งเมื่อได้กลิ่น โอเมก้าวัยเจริญพันธุ์จะมีอาการฮีทและปล่อยฟีโรโมนออกมาเพื่อหาคู่และขยายเผ่าพันธุ์ เพราะความด้อยกว่าจึงมักจะถูกอัลฟ่าสร้างพันธะโดยมีทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจ
[การสร้างพันธะ] การสร้างพันธะจะเกิดขึ้นได้เฉพาะอัลฟ่ากับโอเมก้าเท่านั้น อัลฟ่าจะสร้างพันธะกับคู่ของตนตอนที่มีสัมพันธ์ทางกายเวลาที่โอเมก้าฮีท
[การรัท] เป็นอาการของอัลฟ่าเวลาได้กลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้า จนเกิดความต้องการทางร่างกายสูงเรียกว่า"รัท" อาการเหล่านี้ถ้าเป็นโอเมก้าจะเรียกว่า"ฮีท"
[การนอต] คือการที่อวัยวะเพศส่วนโคนของอัลฟ่าหรืออีนิกม่าขยายใหญ่ขึ้นหลังเสร็จสม จนติดอยู่ในช่องทางของฝ่ายรองรับ และไม่สามารถดึงออกมาได้เพราะจะเกิดอาการบาดเจ็บ ต้องรอให้มันหดตัวและหลุดออกมาเอง (ส่วนมากฝ่ายรับจะมีเปอร์เซ็นต์ท้องสูงมาก)
[การฮีท] เป็นช่วงที่โอเมก้ามีความต้องการทางเพศที่รุนแรงจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ช่วงนั้นโอเมก้าจะปล่อยกลิ่นฟีโรโมนที่หอมยั่วยวนเพศตรงข้ามออกมา อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเฉพาะโอเมก้า และมีผลโดยตรงต่ออัลฟ่าหรืออีนิกม่าเท่านั้น
………………………..เรื่องนี้เป็นแนวomegavarse เรื่องแรกที่ไรท์แต่ง หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ ไรท์ฝากกดใจกดเข้าชั้นและ comment ด้วยนะทุกคน

ความบังเอิญ

ณ.โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง
01.45 น
เสียงเอะอะดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครหลายคนที่กำลังวิ่งไปมาอย่างวุ่นวาย เพราะในขณะนี้ทั้งหมอและพยาบาลกำลังชุลมุนอย่างหนัก เพื่อเตรียมพร้อมรับคนป่วยฉุกเฉินที่กำลังเดินทางมาที่นี่ เคสนี้เป็นเคสที่หนักเอาการเพราะคนป่วยถูกยิงอาการสาหัส และอยู่ในขั้นโคม่า
"นนท์ ตอนนี้รถพยาบาลมาถึงไหนแล้ว"
เสียงทุ้มดังขึ้นอย่างร้อนรน ทำให้คนที่ถูกถามรีบตอบอย่างรวดเร็ว เพราะเขาเองก็ร้อนใจไม่แพ้คุณหมอหนุ่มเช่นกัน
"ทางนั้นแจ้งมาว่าอีก10นาทีจะมาถึงครับ"
"อืม… ทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม"
"ตอนนี้ทีมผ่าตัดพร้อมแล้ว พวกเขากำลังรอคนป่วยอยู่ครับ"
หมอหนุ่มรุ่นน้องตอบคนที่มีอายุมากกว่าอย่างสุภาพ เพราะคนตรงหน้าเป็นรุ่นพี่เขาอยู่หลายปีและก็เป็นหัวหน้าแผนกด้วย เคสนี้ก็เป็นเคสที่คุณหมออลันจะต้องเป็นคนผ่าตัดด้วยตัวเอง เพราะคนป่วยอยู่ในอาการโคม่าต้องใช้หมอที่มีฝีมือเท่านั้น ไม่อย่างนั้นทุกอย่างอาจจะสายเกินไปก็ได้
ทางรถพยาบาลที่มีหน้าที่ไปรับผู้ป่วยแจ้งมาว่า ผู้ป่วยถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจ อาการจึงเข้าขั้นโคม่าอย่างที่แจ้งเอาไว้ และตอนนี้อลันหมอหนุ่มมากความสามารถกำลังเป็นกังวลอย่างหนัก เขากลัวว่าคนป่วยจะเสียชีวิตก่อนจะมาถึงมือตนนัก
สิบนาทีต่อมา
เสียงรถพยาบาลกำลังวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าตึกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน เมื่อรถจอดบุรุษพยาบาลก็รีบเคลื่อนย้ายคนป่วยไปยังห้องฉุกเฉินทันที อลัน ศัลยแพทย์หนุ่มวัย30ต้น ๆ ที่รับหน้าที่ผ่าตัดเคสนี้รีบวิ่งมาดูคนป่วยอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าจะไม่ทัน ตอนนี้คนป่วยใกล้จะหมดสติเต็มที
"หมอนนท์ คนป่วยเป็นอัลฟ่าใช่ไหม"ปากบางถามขึ้นก่อนจะรีบยื่นมือออกไปรับแฟ้มประวัติและอาการเบื้องต้นของคนป่วยมาดู แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบที่ตนต้องการหมออลันก็เกิดมือไม้อ่อนจนแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่ในมือร่วงหล่น
ตุ๊บ!!
เสียงของหล่นลงบนพื้นดังขึ้นพร้อม ๆ กับร่างสูงของคุณหมอหนุ่ม ที่เผลอเดินเซถอยหลังออกมาเล็กน้อย หลังจากที่ได้เห็นในหน้าคมของผู้ป่วยซึ่งเป็นคนไข้ของตน
"ฟะ-ฟีนิกซ์"
เสียงพึมพำเรียกชื่อคนป่วยออกมาจากปากบางของคุณหมออย่างแผ่วเบา ด้วยอาการเหมือนคนกำลังเหม่อลอย จนหมอรุ่นน้องอย่างคุณหมอนนท์ที่กำลังประคองต้องเรียกสติ เพราะตอนนี้อลันกำลังมีอาการช็อก ถ้าขืนช้ากว่านี้คงไม่ทันการณ์ และคนไข้อาจจะเสียชีวิตในมือคุณหมออลันก็เป็นได้
"พี่อลันเป็นอะไรหรือเปล่าครับ"
อลันส่ายหน้าไปมาเมื่อได้ยินคำถาม
"รีบพาคนไข้เข้าห้องผ่าตัดด่วน เขาเสียเลือดมากอาจจะช็อกได้ทุกเวลา"
เมื่อได้สติคุณหมออลันก็รีบสั่งการหมอรุ่นน้อง ก่อนจะวิ่งตามไปยังห้องผ่าตัดทันทีเช่นกัน เพื่อเตรียมผ่าตัดใหญ่เพราะต้องรีบช่วยชีวิตคนตรงหน้าให้เร็วที่สุด
ยาสลบถูกฉีดเข้าไปในสายน้ำเกลืออย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมการผ่าตัด ส่วนผู้ช่วยและหมออีกคนก็พร้อมแล้ว แต่คนเจ็บยังไม่ยอมหลับเพราะรู้สึกว่าตนไม่ปลอดภัย ความกดดันทำให้คนเจ็บกระสับกระส่าย ก่อนจะเอื้อมมือมาจับแขนของอลันเอาไว้แน่นจนอลันสะดุ้งเฮือก
แรงบีบมาพร้อมกับกลิ่นฟีโรโมนที่เจ้าตัวปล่อยออกมาเพื่อกดข่มคนที่อยู่ด้านในห้องนี้ จนทุกคนที่รับแรงกดดันนี้ไม่ไหวเริ่มจะมีอาการแน่นหน้าอก อลันที่เห็นแบบนั้นจึงคิดว่าตนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนเจ็บสงบสติอารมณ์
"ใจเย็น ๆ นะครับ หมอกำลังจะช่วยคุณอย่างเต็มความสามารถ ตอนนี้คุณอยู่ในมือหมอแล้วไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น"
เสียงทุ้มที่แสนคุ้นหูมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่รู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน ทำให้คนเจ็บค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เพียงไม่นานดวงตาคมก็ค่อย ๆ หลับลงช้า ๆ และสลบไปทันทีด้วยฤทธิ์ยา โดยที่มือหนายังคงจับแขนของอลันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
อลันและหมอผู้ช่วยรวมทั้งพยาบาลทุกคน ต่างถอนหายใจโดยพร้อมเพรียงกันอย่างโล่งอก ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่นาน ๆ ถึงจะเกิดขึ้นสักครั้ง มือเรียวค่อย ๆ แกะมือหนาที่ยังคงจับแขนตนออกเบา ๆ ก่อนจะวางไว้แนบลำตัวคนเจ็บ
เมื่อเหตุการณ์วุ่นวายจบลงและทุกอย่างพร้อม การผ่าตัดใหญ่จึงเริ่มขึ้น โดยมีผู้ช่วยหมอหลายคนคอยหยิบเครื่องมือส่งให้อลัน พร้อมคอยซับเหงื่อบนใบหน้าคมไปด้วย
อลันรู้สึกว่าเวลามันหมุนช้าเหลือเกิน ตอนนี้เลือดของผู้ป่วยยังไม่หยุดไหล จนคนป่วยเริ่มอาการไม่ดี ความดันต่ำลงเรื่อย ๆ การเต้นของหัวใจก็ช้าลงจนน่าตกใจ หากภายในอีกไม่กี่นาทีนี้เลือดยังไม่หยุดไหลคนป่วยคงไม่รอดเป็นแน่
(ได้โปรด หยุดไหลสักทีเถอะ)อลันพึมพำอยู่ภายในใจเพราะตอนนี้เขารู้สึกกลัว กลัวว่าคนเจ็บจะทนต่อไปไม่ไหว
กระสุนที่ถูกยิงเข้ามามันเฉียดขั้วหัวใจไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ถ้าหากคนยิงแม่นกว่านี้อีกหน่อย ป่านนี้คนป่วยคงไปนอนในหลุมแทนที่จะนอนที่นี่อย่างแน่นอน
ตอนนี้อลันรู้สึกกดดันมากเพราะเขาไม่แน่ใจว่าตนจะช่วยชีวิตผู้ชายคนนี้ไว้ได้หรือเปล่า ไม่คิดว่านาทีชีวิตของฟีนิกซ์ จะเป็นเขาที่กำลังกุมความเป็นความตายของผู้ชายคนนี้เอาไว้ในมือ หากพลาดเพียงนิด ชีวิตของผู้ชายคนนี้คงจะจบลง และคงหมดโอกาสที่จะได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
หนึ่งชั่วโมงต่อมาในห้องน้ำ
เสียงอาเจียนดังขึ้นไปทั่วห้องน้ำ ทำให้หมอนนท์รีบวิ่งเข้ามาดูอย่างเป็นห่วง จึงเห็นว่าตอนนี้คุณหมออลันกำลังก้มหน้าอาเจียนออกมาอย่างหนัก หมอนนท์จึงรีบเข้าไปลูบหลังให้เบา ๆ หมอนนท์รู้ดีว่าตอนนี้อลันเป็นอะไร คงเพราะเครียดจากการผ่าตัดที่เพิ่งผ่านมาอย่างทุลักทุเลนั่นแน่ ๆ
อลันมักจะอาเจียนทุกครั้งหากการผ่าตัดครั้งไหนทำให้เขารู้สึกกดดันมากเกินไป ครั้งนี้ก็เช่นกันเพราะคนป่วยเกือบตายในมือของคุณหมอหนุ่ม ถึงตอนนี้การผ่าตัดจะเสร็จสิ้น แต่อาการของคนป่วยยังอยู่ในขั้นโคม่า คนป่วยถูกย้ายไปห้องไอซียูทันทีหลังจากผ่าตัดเสร็จ
"พี่อลันเป็นยังไงบ้างดีขึ้นหรือยังครับ"หมอนนท์ถามอย่างเป็นห่วงก่อนจะลูบแผ่นหลังบางให้อลัน
"พี่ไม่เป็นไร นนท์ไปทำงานเถอะเดี๋ยวพี่จะตามไป"
"อืม… ก็ได้ครับ"หมอนนท์รับคำก่อนจะเดินออกไป อลันจึงแหงนหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจก ก่อนจะพูดบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ฟีนิกซ์ คุณมาทำอะไรที่นี่"

ประเทศรัสเซีย
"เรื่องที่ฉันสั่งให้นายไปทำล่ะอเล็กซ์"
ร่างสูงใหญ่สมส่วนที่กำลังนั่งมองจอแลปท็อปถามขึ้น ก่อนจะละสายตาจากหน้าจอมามองลูกน้องของตนอย่างรอคำตอบ สายตาคมที่มีแต่ความเจ้าเล่ห์มองคนตรงหน้าอย่างคาดคั้นเพื่อเอาคำตอบ และมันต้องเป็นคำตอบที่ตนพอใจเท่านั้น
"คนของเราบอกว่าจัดการกับมันแล้วครับนาย ตอนนี้มันถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยอาการโคม่า และคิดว่ามันไม่รอดแน่ ๆ เพราะถูกยิงไปที่หน้าอกด้านซ้าย ป่านนี้หัวใจของมันคงเป็นรูไปแล้วล่ะครับ"
"ถ้าแน่ใจว่ามันตายแล้วก็เรียกคนของเรากลับมาซะ"
"ครับนาย เดี๋ยวผมจะรีบโทรบอกพวกมันครับ"
"อืม ว่าแต่ไอ้ฟีนิกซ์มันไปทำอะไรที่นั่นวะ มีใครพอจะรู้มั้ย"
"ผมได้ยินมาว่ามันไปเจรจากับหุ้นส่วนเรื่องขยายธุรกิจครับ"
"อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่ข่าวที่นายได้มามันชัวร์แค่ไหน"
"แหล่งข่าวของเราเชื่อถือได้ครับนาย"
"อืมดีมาก นายเองก็ออกไปได้แล้วอเล็กซ์"
"ครับ"
อเล็กซ์ก้มหัวให้เจ้านายเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังออกไปจากห้องทำงานของผู้เป็นนาย เพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ
สายตาคมของอีธานมองออกไปนอกหน้าต่างพลางคิดในใจว่า ถ้าฟีนิกซ์รอดมาได้อีกก็คงไม่ใช่คนแล้ว
"หึ ตาย ๆ ไปซะ!! "

เช้าวันใหม่
อลันกำลังเก็บของเตรียมจะกลับบ้าน เมื่อคืนเขาต้องวิ่งวุ่นทั้งคืนเพราะอาการของคนไข้ไม่สู้ดีนัก เขาต้องเจอกับความกดดันอย่างหนัก เพราะกลัวว่าคนไข้ที่อยู่ในความดูแลของตนหัวใจจะหยุดเต้น อลันจึงต้องเฝ้าระวังกันทั้งคืน
มาถึงตอนนี้อาการของคนไข้ก็เริ่มจะทรงตัว อลันจึงกลับมาพักที่บ้านแทน เพราะหมดเวลางานของตนแล้ว และก็ฝากคนไข้รายนี้เอาไว้กับคุณหมออีกคนให้ช่วยดูแลต่อจากตน แต่ก็ไม่ลืมที่จะกำชับว่าหากมีอะไรฉุกเฉินให้โทรหาได้ตลอดเวลา
รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีขนาดปานกลางแต่ดูสวยงามตามฐานะเจ้าของบ้าน เมื่อสามปีที่แล้วอลันได้ตัดสินใจมาซื้อบ้านหลังนี้ เพราะมันอยู่ใกล้โรงพยาบาลที่ตนทำงานอยู่
มือเล็กเปิดประตูก่อนจะหยิบของที่ซื้อติดมือมาหลายอย่าง เช่นขนมเค้ก ช็อกโกแลต และขนมหน้าตาน่ากินอีกจำนวนหนึ่ง ที่เขาตั้งใจซื้อกลับมาฝากคนสำคัญที่กำลังรอเขาอยู่ที่บ้าน ใบหน้าคมกำลังกวาดสายตาหาเป้าหมายที่คิดว่าน่าจะอยู่แถว ๆ นี้ แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
"เอ๊ะ หายไปไหนกันหมดนะ? "
มือหนายกขึ้นมาดูนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าตอนนี้ใกล้จะเก้าโมงเช้าแล้ว จึงรีบเดินเข้าบ้านเพราะไม่อยากเสียเวลามากนัก ตอนนี้เขาง่วงนอนมาก ตั้งใจว่าจะรีบอาบน้ำนอนเพราะตอนบ่ายต้องออกไปธุระอีก พอเดินเข้ามาในบ้านก็เจอแม่บ้านอยู่แถวนั้นพอดี
"วันนี้คุณหมอกลับบ้านช้ากว่าทุกวัน งานที่โรงพยาบาลเยอะเหรอคะ"แม่บ้านถามเพราะเป็นห่วง ปกติอลันจะกลับบ้านเร็วกว่านี้
"ครับป้า เมื่อคืนมีเคสฉุกเฉินคนป่วยถูกยิงมาครับ ผมเกือบจะช่วยเอาไว้ไม่ทัน"
"ยังไงก็พักผ่อนบ้างนะคะคุณหมอ ป้าว่าวันนี้คุณหมอดูเหนื่อย ๆ รีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ เสร็จก็ลงมาทานข้าวนะคะจะได้พักผ่อน"
"ครับป้า แล้วเด็ก ๆ ล่ะครับ"
"เล่นอยู่หลังบ้านกับคุณนนท์ค่ะ"
"อ้าว แล้วนนท์ไม่นอนพักเหรอ เมื่อคืนเขาก็เหนื่อยไม่แพ้ผมเลยนะ"
"คุณนนท์บอกว่าจะอยู่เล่นกับคุณหนู ระหว่างรอคุณหมอกลับมาค่อยพักก็ได้ค่ะ"
อลันพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเดินไปยังที่หมายก็คือหลังบ้านนั่นเอง เมื่อไปถึงก็เห็นว่าหมอนนท์กำลังอยู่กับพวกเด็ก ๆ ร่างสูงจึงเดินเข้าไปหา
"ป่านนี้แล้วทำไมนายยังไม่นอนพักอีก"
"ผมรอพี่อลันกลับมาก่อนค่อยนอนก็ได้ครับ"หมอนนท์ตอบคำถามของอลันพลางยิ้ม ส่วนเด็ก ๆ เมื่อเห็นว่าคนที่พวกตนกำลังรอกลับมาแล้วก็รีบลุกขึ้นวิ่งมาหาอลันทันที
"หม่ามี๊กลับมาแล้ว หม่ามี๊เหนื่อยมั้ยคะเดี๋ยวเฟย่านวดให้นะ"
สาวน้อยวัยเกือบห้าขวบพูดขึ้นพลางดึงมือของอลันให้นั่งลง เพราะตนอยากจะนวดให้ผู้เป็นแม่ แต่อลันกลับยกร่างเล็กขึ้นมาอุ้มแทน พลางบีบจมูกเล็กอย่างหยอกล้อ
"ไม่ต้องหรอกค่ะหม่ามี๊ไม่ได้เหนื่อยสักหน่อย ว่าแต่วันนี้เฟย่าดื้อมั๊ยคะ"
"เฟยาไม่ดื้อ แต่พี่ฟาฮ์เดลดื้อค่ะ"
เด็กน้อยส่ายหน้าไปมาก่อนจะโยนไปให้พี่ชายฝาแฝดแทน ซึ่งฟาฮ์เดลได้แต่นั่งกอดอกมองน้องสาวฝาแฝดตาเขียว อลันเห็นแบบนั้นก็ยิ้มขึ้นมาอย่างขบขัน ลูก ๆ ของเขาทั้งสองคนไม่มีอะไรเหมือนกันเลย นอกจากหน้าตาเพราะเป็นฝาแฝด ส่วนนิสัยต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือก็ว่าได้
เฟย่าเป็นเด็กสดใสร่าเริงคุยเก่ง ส่วนฟาฮ์เดลค่อนข้างเงียบขรึมไม่ค่อยพูดค่อยจา ไม่ชอบสุงสิงกับใครมากนัก แต่สิ่งที่เด็กสองคนนี้มีเหมือนกันก็คือนิสัยไม่ยอมคน และไม่ยอมให้ใครมารังแกตนได้ง่าย ๆ
"วันนี้หม่ามี๊ซื้อขนมมาเยอะแยะเลย ใครจะทานบ้างเอ่ย"
"เฟย่าทานค่ะ"เด็กน้อยยกมือขึ้นพร้อมฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ
"ฟาฮ์เดลไม่ทานเหรอครับ"เมื่อเห็นว่าลูกชายมีทีท่าเหมือนไม่สนใจ อลันจึงแกล้งถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
"ถ้าไม่ทานเฟย่าเหมาคนเดียวหมดเลย"
"ไม่มีทางหรอกยัยตะกละ"
"หม่ามี๊คะ ดูสิพี่ฟาฮ์เดลพูดจาหยาบคาย เฟย่าไม่ได้ตะกละสักหน่อย"
"ชิ"
ฟาฮ์เดลไม่พูดอะไรต่อ เด็กน้อยรีบเดินเข้าครัวทันที เฟย่าที่เห็นก็รีบวิ่งตามไปติด ๆ ไม่นานก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา อลันรีบวิ่งไปดูก็เห็นว่าเด็ก ๆ กำลังแกะขนมกินกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยที่ไม่ทะเลาะกันอีก ร่างสูงจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"พี่อลันทานข้าวยังครับ"หมอนนท์ถามขึ้นในขณะที่เดินมายืนอยู่ข้าง ๆ อลัน สายตาคมมองไปยังเด็ก ๆ พลางยิ้ม เขาเห็นเด็กสองคนนี้ตั้งแต่แรกเกิด จนมาถึงวันนี้ที่เฟย่าและฟาฮ์เดลกำลังจะครบห้าขวบแล้ว
"ยังเลย แล้วนนท์ล่ะ"
"ยังเหมือนกันครับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็มาทานพร้อมกันเลยจะได้รีบพักผ่อน"
"ครับ"
หมอนนท์ตอบรับก่อนจะดึงเก้าอี้ให้ฟาฮ์เดลนั่ง ส่วนอลันก็จับเฟย่านั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ ๆ กัน เมื่อเห็นว่าเจ้านายนั่งลงแม่บ้านก็รีบตักข้าวให้คนทั้งคู่ ส่วนเด็ก ๆ ก็นั่งทานขนมแทนเพราะทานมื้อเช้ากันเรียบร้อยแล้ว
กว่าคนทั้งคู่จะได้นอนพักก็เกือบเที่ยง อลันล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน แต่กลับมีใบหน้าคมของใครบางคน ลอยขึ้นมารบกวนจิตใจของหมอหนุ่มจนข่มตาไม่ลง
"ออกไปจากหัวสักทีได้มั๊ย ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!! "อลันพูดขึ้นในขณะใช้มือนวดศีรษะตนเองเบา ๆ ก่อนจะพยายามข่มตาให้หลับ ทั้ง ๆ ที่เหนื่อยล้าเหลือเกิน แต่วันนี้เขากลับหลับยากจนหงุดหงิด สุดท้ายก็หลับไปเพราะร่างกายต้องการพักผ่อน
สามชั่วโมงต่อมา
เสียงมือถือดังขึ้น มือหนาจึงรีบควานหาโทรศัพท์ด้วยอาการสะลึมสะลือ ก่อนจะกดรับทั้ง ๆ ที่ยังคงหลับตาพลางอ้าปากหาว
"ฮัลโหล อลันพูดครับ"
"แย่แล้วค่ะคุณหมอ!! คนป่วยหัวใจหยุดเต้น ตอนนี้พวกเรากำลังทำCPRอยู่ค่ะ"
………
เขาจะตุยมั๊ยเนี่ย

กลิ่นที่คุณเคย

"ฮัลโหล อลันพูดครับ"
"แย่แล้วค่ะคุณหมอ!! คนป่วยหัวใจหยุดเต้นตอนนี้พวกเรากำลังทำCPRอยู่ค่ะ"
เสียงพูดที่ดูร้อนรนของคนปลายสายทำให้อลันตื่นเต็มตา ก่อนจะกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรนไม่แพ้กัน
"ผมจะไปเดี๋ยวนี้"อลันรีบลงจากเตียงวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานเขาก็ไปถึงโรงพยาบาลที่ตนทำงานอยู่
คุณหมอหนุ่มรีบตรงไปยังห้องICUด้วยความร้อนใจ อย่างไรเขาก็เป็นหมอและเป็นเจ้าของไข้ผู้ชายใจร้ายคนนั้น ถ้าเขาสามารถยื้อชีวิตใครได้ เขาก็จะไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนต้องมาจบชีวิตลงในมือเขาอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่เคยทำร้ายใจเขามาก่อนก็ตาม

กว่านาทีชีวิตของคนป่วยจะผ่านพ้นไปได้ อลันก็แทบอาเจียนออกมาอีกรอบ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยหมอหนุ่มก็รีบเข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างหน้าล้างตา ความอ่อนล้ามันฉายชัดมากจนทุกคนสังเกตได้
"พี่ว่าอลันกลับไปพักผ่อนเถอะ ส่วนคนไข้ของนายพี่จะให้หมอวินดูแลแทนคุณไปก่อน"
ภูผา คุณหมอหนุ่มใหญ่วัยเกือบสี่สิบ ที่มีสถานะเป็นอัลฟ่าสายตรง และมีตำแหน่งเป็นถึงผอ.ของโรงพยาบาลแห่งนี้พูดขึ้น เพราะเขาทนมองความอิดโรยของคนตรงหน้าไม่ไหว เขารู้จักอลันมาหลายปี ตั้งแต่ตอนที่หมอหนุ่มเข้ามาฝึกงานที่นี่ใหม่ ๆ
"ครับพี่หมอ ถ้าอย่างนั้นผมฝากด้วยนะครับ พอดีผมต้องไปธุระเลยอยู่ต่อไม่ได้"
ความสนิทสนมของคนทั้งคู่ใช่ว่าจะปิดบังไม่ให้ใครรู้ ทุกคนที่นี่รู้กันหมดว่าผอ.เอ็นดูอลันมาก จนหลายคนสงสัยถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ที่ดูเท่าไหร่ก็ดูไม่ออกว่าอยู่ในสถานะไหนกันแน่ เพราะมันคลุมเครือเหลือเกิน
"ไปเถอะอลัน ยังไงก็ขับรถดี ๆ ล่ะ"
"ครับพี่หมอ ขอบคุณนะครับ"เพราะความคุ้นเคยอลันจึงเรียกพี่หมอแทนที่จะเรียกผอ.
อัลฟ่าหนุ่มยิ้ม ก่อนจะยกมือขึ้นตั้งใจจะลูบกลุ่มผมนุ่มของอลัน แต่อลันรีบเดินออกมาเสียก่อน มือหนาจึงยกค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะลดมือลงมาซุกในกระเป๋า พลางยิ้มบาง ๆ พร้อมส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปด้านในช้า ๆ

ร้านเบเกอร์รี่
อลันกำลังเดินเข้ามาในร้านช้า ๆ จะว่าไปเขาเข้าออกที่นี่เป็นว่าเล่น เพราะมักจะแวะมาซื้อขนมให้ลูก ๆ เสมอ ส่วนวันนี้อลันมาเพราะมีนัดกับเจ้าของร้าน
"สวัสดีค่ะคุณหมอ วันนี้มาเร็วนะคะเนี่ย"เบต้าสาวสวยทักลูกค้าคนสนิทขึ้น
"พอดีผมเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลครับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็เชิญนั่งก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะไปเอาแบบมาให้ดู"
อลันพยักรับ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟานุ่มใกล้ ๆ เพียงไม่นานสิ่งที่เขาต้องการก็มาวางอยู่ตรงหน้า มันเป็นอัลบั้มรูปหนาเตอะ ข้างในมีรูปขนมเค้กหลายแบบ แต่ละแบบล้วนหน้าตาน่าทานทั้งนั้น
"เป็นไงบ้าง ชอบแบบไหนหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกพี่ได้นะ"
"ครับพี่ยี่หวา"
อลันตอบรับ ก่อนจะก้มดูสิ่งที่อยู่ในมือตนอย่างใช้ความคิด อีกสามเดือนก็จะถึงวันเกิดครบห้าขวบของลูก ๆ เขาจึงอยากสั่งทำเค้กวันเกิดให้เด็ก ๆ แต่ที่นี่คิวจะยาวมากอลันจึงต้องรีบจองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อสั่งทำเค้กวันเกิดให้กับลูก ๆ
"เลือกได้ยังคะคุณหมอคนเก่ง"
"พี่ยี่หวาก็พูดไป ผมตกลงเอาแบบนี้และแบบนี้อย่างละสองปอนด์นะครับ"อลันชี้แบบที่ต้องการ ยี่หวามองตามก่อนจะรับคำ
"อ้อ ได้สิจ๊ะ ก่อนถึงวันเกิดน้อง ๆ พี่จะโทรไปอีกครั้งเผื่ออลันต้องการใส่อะไรเพิ่มเติมนะ"
"โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนนะ"
"ขับรถดี ๆ นะ บ้าย ๆ จ้า"เบต้าสาวสวยโบกมือลาพร้อมส่งรอยยิ้มไปให้ ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าร้านไป อลันยิ้มออกมาบาง ๆ ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นรถตรงกลับบ้าน

สามวันต่อมา
ประตูห้องพักฟื้นผู้ป่วยในถูกมือเรียวเปิดออกเบา ๆ ร่างสมส่วนของอลันเดินเข้ามาช้า ๆ ก่อนจะหยุดลงที่เตียงคนป่วย วันนี้คนตรงหน้าเพิ่งจะถูกย้ายมายังห้องพักฟื้นเพราะพ้นขีดอันตราย แต่ก็ยังไม่ฟื้นสักที คาดว่าคนไข้ของตนกำลังจะฟื้นในเร็ว ๆ นี้
สายตาคมหันไปมองคนเฝ้าที่กำลังหลับเป็นตายเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน เขาจำหน้าผู้ชายคนนั้นได้ เพราะเมื่อก่อนคุ้นเคยกันไม่น้อย ส่วนคนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงผู้ป่วยเขาก็จำได้ไม่เคยลืม
เมื่อเห็นว่าคนไข้ของเขาปลอดภัยแล้ว อลันก็ค่อย ๆ ถอยออกมาด้านนอก ปล่อยให้คนป่วยพักให้เต็มที่ ถ้าเขาคาดไม่ผิด พรุ่งนี้ฟีนิกซ์กน่าจะฟื้น แต่อลันไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ตนคิดมันไม่ได้เป็นไปตามนั้น
ประตูห้องพักฟื้นถูกปิดลงเบา ๆ พร้อมร่างสูงสมส่วนของอลันค่อย ๆ ห่างออกไป โดยทิ้งบางอย่างเอาไว้ให้คนป่วยที่เริ่มขยับตัวสัมผัสได้ ฟีนิกซ์เริ่มรู้สึกตัวหลังจากที่อลันเดินออกไป ร่างสูงพยายามลืมตาตื่น แต่มันกลับยากเย็นเหลือเกิน
ร่างกายทุกส่วนมันปวดร้าวไปหมด โดยเฉพาะหน้าอกที่ปวดทุกครั้งเวลาหายใจเข้าออก ความทรมานทำให้ปากหนาต้องส่งเสียงครางออกมาเบา ๆ มือที่มีสายน้ำเกลือพยายามควานหาอะไรบางอย่าง จนปัดไปโดนแก้วน้ำตกลงมาแตก
เพล้ง!!
"อ๊าก! "
ปากหนาส่งเสียงออกมาพร้อมกัดกรามตัวเองเอาไว้แน่นเพราะเจ็บ ก่อนจะรับรู้ว่าตนกำลังถูกมือหนาของเลขาคนสนิทกดเอาไว้กับที่นอน เพราะเจ้านายของเขาดิ้นจนเกือบจะตกเตียง
"บอสครับ คุณหมอสั่งเอาไว้ว่าตอนนี้อย่าเพิ่งขยับตัว เพราะกลัวแผลมันจะฉีก"
"เรเดียส เขา ฉันได้กลิ่นของเขา"
ฟีนิกซ์พูดขึ้น เขาจำได้ว่าก่อนที่จะหมดสติไปเขาได้กลิ่นที่คุ้นเคย มันเป็นกลิ่นของใครคนหนึ่งที่สามารถทำให้เขาผ่อนคลาย และหลับตาลงได้อย่างรู้สึกปลอดภัย แม้แต่ตอนนี้กลิ่นนั้นก็ยังลอยอยู่ใกล้ ๆ อยู่ในห้องพักฟื้นแห่งนี้
"บอสรู้สึกไปเองหรือเปล่าครับ ผมมาเฝ้าบอสก็หลายวันแล้ว แต่ผมยังไม่เห็นใครเลยนะครับ"
"ไม่จริง เขาต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ ฉันจำกลิ่นเขาได้"
"ผมว่าบอสเจ็บจนอาจจะคิดไปเอง ตั้งแต่มาที่นี่ผมไม่เห็นเขาจริง ๆ นะครับ"
"ไม่ใช่ ไม่!! "

ทางด้านคุณหมอหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงกำลังเอนตัวหลับตาลงเพื่อพักสายตา แต่เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขารีบเอ่ยอนุญาตเพราะอาจจะมีอะไรฉุกเฉินอีก
"เชิญครับ"
เมื่อคนด้านในอนุญาต พยาบาลสาวก็รีบเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตูม
"คุณหมอคะ คนไข้ของคุณหมอที่พักอยู่ห้องพิเศษสี่ฟื้นแล้ว ตอนนี้เขากำลังอาละวาดหนักเลยค่ะ ร้องเรียกแต่ชื่อคุณหมอท่าเดียว ไม่เอาใครทั้งนั้นแม้แต่คนที่มาเฝ้าไข้ก็ถูกลูกหลงไปด้วย คุณหมอไปดูหน่อยนะคะ"
"เอ่อ… คือว่าให้หมอคนอื่นไปแทนผมได้ไหม ตอนนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เหมือนจะไม่สบาย"
"ตะ-แต่ว่าเขาไม่เอาหมอคนไหนเลยค่ะ เรียกหาแต่ชื่อคุณหมออลันเท่านั้น"
"เดี๋ยวผมจะไปแทนหมออลันเอง"เสียงทุ้มดังขึ้นมาทางด้านหลังของอลัน ทำให้ใบหน้าคมรีบหันไปมองตามเสียง ก็เจอเข้ากับอัลฟ่าหนุ่มสายเลือดแท้คนหนึ่งกำลังส่งยิ้มมาให้ตน
"คุณหมออลันไม่ค่อยสบาย เดี๋ยวผมจะไปแทนเขาเอง อลันคุณนอนพักเถอะไม่ต้องห่วงหรอก ทางนั้นเดี๋ยวผมจะจัดการเอง"
"ครับผอ."
"ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณพยาบาล ผมจะไปแทนเขาเอง"
"เอ่อ… ทราบแล้วค่ะ ชะ-เชิญผอ.ทางนี้เลยค่ะ"
พยาบาลสาวถึงกับพูดไม่ออก งานนี้ระหว่างคนป่วยกับผอ.หนุ่มใครจะเป็นฝ่ายชนะกันนะ เธอมองเห็นเค้าลางของความยุ่งยากลอยมาแต่ไกลเสียแล้วสิ
เมื่อไปถึงภูผาก็เจอฤทธิ์ของคนป่วยทันที
"อลันอยู่ไหน!! "
"คุณกำลังถามหาใครอยู่เหรอ ที่นี่ไม่มีคนที่คุณอยากเจอหรอก ผมว่าคุณเลิกถามและตั้งใจรักษาตัวให้หายจะได้ออกไปจากโรงพยาบาลไม่ดีกว่าเหรอครับ"
"ไม่จริง ผมได้กลิ่นของเขา เขาต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ "
"คุณกำลังตามหาโอเมก้าหรือไงครับถึงได้กลิ่นฟีโรโมนของเขา แต่ผมไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไรเลย"
"ไม่ใช่ อลันจะต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ ผมจำกลิ่นเขาได้"
"ผมบอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิคุณ ถ้าจะหาคนก็ไปหาที่อื่นสิครับ"
"คุณเป็นใคร มายุ่งอะไรกับผม ไสหัวไปซะ! "
"ผมเตือนเพราะความหวังดี ถ้าไม่เชื่อฟังหมออย่างผมแล้วคุณจะไปเชื่อฟังใครได้อีกล่ะครับ เลิกโวยวายเหมือนเด็ก แล้วนอนพักซะ"
พูดจบก็หมุนตัวกลับ แต่ภูผาก็ไม่ลืมที่จะแอบกำชับหมอและพยาบาลทุกคน ว่าห้ามบอกคนป่วยเด็ดขาดว่าที่นี่มีหมอที่ชื่ออลันทำงานอยู่ หากคนไข้ถามก็ให้บอกว่าไม่มีเท่านั้น ทุกคนพยักหน้ารับปากอย่างแข็งขัน เพราะไม่อยากถูกผอ.เพ่งเล็ง
ภูผาเดินออกมาจากห้องพักฟื้นช้า ๆ โดยที่มีสายตาคมของคนเจ็บมองตามหลังอย่างไม่ชอบใจนัก แค่มองก็รู้ว่าคุณหมอคนนั้นเป็นอัลฟ่าสายเลือดแท้เหมือนตน แต่ดูท่าทางจะร้ายไม่เบา
ทางด้านอัลฟ่าหนุ่มผู้รั้งตำแหน่งผอ.ของโรงพยาบาลแห่งนี้ กำลังคิดว่าคนไข้คนนี้ต้องรู้จักอลันอย่างแน่นอน แต่ที่น่าแปลกใจ ทำไมคนไข้บอกว่าได้กลิ่นของอลัน จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่ออลันเป็นอัลฟ่าไม่ใช่โอเมก้าที่จะปล่อยกลิ่นฟีโรโมนยั่วยวนใส่อัลฟ่าอย่างพวกตนได้ เพราะถ้าเป็นอัลฟ่าด้วยกันจะไม่สามารถได้กลิ่นของอีกฝ่าย
ผอ.หนุ่มตรงไปหาอลันทันที ส่วนอลันในตอนนี้กำลังนั่งดูแฟ้มประวัติของคนป่วย ใบหน้าคมแหงนขึ้นเมื่อรับรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาในห้องทำงานของตน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ออกมาเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
"คนไข้เป็นยังไงบ้างครับ พี่หมอ"
"เลิกอาละวาดแล้วล่ะ แต่กว่าจะยอมหยุดก็เล่นเอาพยาบาลเหงื่อตก พี่ได้ยินเขาเรียกหาอลันหลายหนเหมือนรู้จักนายเลย แล้วอลันล่ะรู้จักเขามั๊ย"
อลันเงียบไม่ยอมตอบคำถามของผอ.หนุ่ม ทำให้ภูผาพอจะเดาได้ราง ๆ ว่าอลันต้องรู้จักคนไข้คนนั้นแน่ ๆ แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรอีกเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของคนตรงหน้า หากอลันพร้อมจะเล่าให้เขาฟังเมื่อไหร่ ก็คงจะเล่าให้เขาฟังเอง

ตกดึก
วันนี้อลันมีหน้าที่เข้าเวรตอนกลางคืนอีกเช่นเคย ร่างสูงโปร่งกำลังเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องคนไข้ของตนอย่างลังเล ว่าจะเข้าไปดูอาการของคนป่วยสักหน่อยดีไหม ความจริงเขาไม่ใช่เจ้าของไข้ของฟีนิกซ์อีกต่อไป เพราะตั้งแต่วันพรุ่งนี้หมอนนท์จะมารับช่วงต่อแทนเขา
ในขณะที่เดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ อลันจึงตัดสินใจหมุนตัวเพื่อจะกลับไปที่ห้องทำงานตน แต่ก็ต้องชะงักเท้าเอาไว้เมื่อได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากในห้องพักของผู้ป่วย
อลันรีบเปิดประตูเข้าไปดู ก็พบว่าคนป่วยกำลังกระสับกระส่าย ปากก็ส่งเสียงครางออกมาเพียงแผ่วเบา เหงื่อไคลเริ่มไหลท่วมตัว อลันเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าคนป่วยกำลังเผชิญกับอาการ Pain Management ซึ่งก็คืออาการปวดอย่างรุนแรงหลังการผ่าตัด
อลันยื่นมือไปแตะตัวคนป่วยก็รับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้คนตรงหน้ากำลังมีไข้ เพราะเนื้อตัวที่ร้อนผ่าวราวกับไฟ ร่างสูงกำลังลังเลว่าตนจะอยู่ต่อหรือจะกลับไปเรียกให้พยาบาลเข้ามาเช็ดตัวให้คนป่วยดี แต่ในขณะที่เขากำลังลังเลอยู่ มือหนาของคนป่วยก็จับมือเขาเอาไว้แน่นทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา
หมับ!!
"อลัน อลัน"
ปากหนาเอ่ยเรียกชื่ออลันเหมือนคนกำลังละเมอ แต่ด้วยความตกใจ อลันจึงรีบสะบัดมือออก แต่มือหนาที่จับตนเอาไว้กลับเหนียวแน่นจนสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด
แต่ในขณะที่อลันกำลังพยายามแกะมือหนาออก ดวงตาคมที่หลับมาตลอดก็ลืมขึ้นมาอย่างฉับพลัน เป็นเพราะกลิ่นหอมที่คุ้นเคยลอยเข้าจมูก ทำให้ฟีนิกซ์ที่กำลังเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด ได้รับรู้ว่าในห้องนี้มีคนที่ตนอยากเจออย่างแน่นอน
……………
เอาไงดีล่ะอลัน จะหนีหรือจะอยู่ดูเขาต่อ???”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...